คุณอาจกระดูกพรุน เพราะคุณอายุยืน

พลโท นพ. สุปรีชา โผกขะเวส ประธานมูลนิธิโรคกระดูกพรุนแห่งประเทศไทย ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เปิดเผยว่า…

วิทยาการสมัยใหม่ทำให้คนมีอายุยืนยาวขึ้น จากปี ค.ศ. 2000 คนอายุเกิน 60 ปีมี 2,000 ล้านคน

ผู้สูงอายุ เสี่ยง โรคกระดูกพรุน

คาดว่าในปี ค.ศ. 2050 จะมีประชาการเพิ่มขึ้นกว่าปัจจุบันถึง 60 ล้านคน และมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรในแต่ละประเทศ เป็นเหตุให้พบกับปัญหาการเกิดโรคต่าง ๆ ในผู้สูงอายุมากขึ้น

โดยเฉพาะกระดูกพรุน ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นมฤตยูเงียบ เพราะอาการของโรคจะรุกคืบตลอดเวลาโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า ผู้ป่วยจะรู้ตัวก็ต่อเมื่อเกิดกระดูกหักแล้ว

“จากการศึกษาประชากรทั่วโลกพบว่า สตรีมีโอกาสกระดูกหัก จากโรคนี้มากถึง 30-40% ในขณะที่ผู้ชายมีโอกาส 13% ประมาณว่าทั่วโลกมีสตรี 2 ล้านคนทนทรมานกับโรคนี้

“โดยจำนวนการหักของกระดูกสะโพกจะเพิ่มขึ้นจาก 1.7 ล้านคน ในปี ค.ศ. 2050 ซึ่งจะพบมากในประชากรแถบเอเชีย เพราะส่วนใหญ่ขาดโอกาสในการสะสมแคลเซียม โปรตีน และวิตามินดี จากการไม่ดื่มนม รับประทานอาหารไม่เพียงพอ เพื่อต้องการลดน้ำหนัก และไม่ยอมออกกำลังกายกลางแจ้ง ทำให้ไม่ได้รับแร่ธาตุที่มีส่วนต่อการเจริญเติบโตของกระดูก

ภาพเปรียบเทียบ กระดูกปกติ กระดูกพรุน

“ขณะเดียวกันผู้มีความชื่นชอบบุหรี่ สุรา และเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน ก็ถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสสูงในการเป็นโรคนี้ด้วย” พลโท นพ. สุปรีชากล่าว

สำหรับในประเทศไทย พลโท นพ. สุปรีชากล่าวว่า มีคนไทย มากกว่า 1 ล้านคน กำลังตกอยู่ในอันตรายด้วยโรคนี้

เนื่องจากเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป ร่างกายจะสลายแคลเซียมออกมาใช้ ทำให้ความหนาแน่นของมวลกระดูกลดลงเรื่อยๆ เฉลี่ยปีละ 0.3-0.5% ส่งผลให้กระดูกมีโอกาสหักได้ง่าย โดยเฉพาะกระดูกสันหลัง ข้อมือ สะโพก และกระดูกต้นแขนบริเวณหัวไหล่ ปัจจุบันยังไม่มีหนทางในการรักษาโรคนี้ การดูแลผู้ป่วยมีผลเพียงแค่หยุดยั้งการสูญเสียมวลกระดูก และรักษาอาการกระดูกหักเท่านั้น

ดื่มนม ป้องกันกระดูกพรุน

“โดยมากที่ตรวจพบ ผู้ป่วยจะมีอาการปวด ความสูงลดลง และบางรายอาจเกิดอาการหลังโก่ง ซึ่งนอกจากจะเจ็บปวดแล้วยังยุ่งยากต่อการรักษา โดยเฉพาะบริเวณสะโพกที่จะเป็นต้องผ่าตัดยึดตรึงกระดูก และมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่สามารถกลับไปดำรงชีวิตได้เหมือนเดิม และบางรายต้องเสียชีวิตไปในที่สุด

“การป้องกันคือ ต้องเร่งสร้างและสะสมมวลกระดูกให้แข็งแรง ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงอายุ 35 ปี รวมทั้งต้องเลือกรับประทานอาหารที่ครบหมู่ โดยเฉพาะแคลเซียม โปรตีน และวิตามินดี พร้อมๆ ไปกับการหมั่นออกกำลังกาย กับหลีกเลี่ยงการดื่มสุรา เครื่องดื่มผสมกาเฟอีน และสูบบุหรี่” พลโท นพ. สุปรีชากล่าว