วิตามิน ยา กินแล้วดีจริงหรือ ?

ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน คำว่า วิตามิน อาจยังไม่ค่อยมีใครให้ความสำคัญกันเท่าไหร่ แต่ปัจจุบันนี้ถือว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวไปแล้ว เพราะใครต่อใครหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น จากความเชื่อที่ว่าคนเราเมื่ออายุมากขึ้น ออกกำลังกายเยอะๆ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ รับแสงแดดที่เพียงพอ เท่านี้ก็แข็งแรงแล้ว ซึ่งมันก็เป็นตำราที่ใช้ได้จริงเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนที่รถยังไม่ติดขนาดนี้ ตอนที่แม่น้ำลำคลองยังไม่เน่าเสีย ตอนที่อาหารการกินสะอาดไม่มีสารเจือปน เนื่องจากธรรมชาติสร้างทุกอย่างมาดีแล้ว แต่ละยุคปัจจุบัน ถ้าใครอยากสุขภาพดีก็ต้องกินวิตามิน เป็นโรคก็ต้องกินยา แล้วมันจะมีผลอย่างไรกับเราบ้าง ?

วันนี้เรามาคุยเรื่องวิตามินกัน วิตามินมีหลายอย่าง มีหลายแบบ อันไหนดี อันไหนไม่ดี คนถามกันเยอะมาก ไปบรรยายทุกที่ตอบอย่างนี้ทุกครั้ง

วิตามิน ยา กินแล้วดีจริงหรือ

เรามาเริ่มต้นที่ Concept ของ “วิตามิน” ก่อน

ในการที่เราเจริญเติบโตมาในเจนเนอเรชั่นนี้เนี่ยก็คือ เจนเนอเรชั่นอะไร ? …เอ็ก ต่อมา วาย เราเริ่มจากเบบี้บูมเมอร์หลังสงคราม มาสู่เจนเนอเรชั่นเอ็ก ที่เริ่มมีการพัฒนาบ้านเมือง จนมาถึงเด็กรุ่นใหม่หรือวาย หรือแซ็ด เจนเนอเรชั่นเหล่านี้โตมาด้วยกันเร่งของทุกอย่าง เพราะมันคือจุดก้าวกระโดดของวิวัฒนาการ

เรามีไก่ที่โตไวเหลือเกิน เรามีไข่ที่ออกมาเยอะเหลือเกิน เรามีบ้านเมืองที่เต็มไปด้วยรถยนต์ เรามีฝุ่นควันมากมาย เอาเป็นว่าเดี๋ยวนี้ไม่มีใครกล้ากินของที่ปลูกในบ้าน ถ้าบ้านอยู่แถวสุขุมวิท

อาวุธที่เกิดขึ้นมารับมือ คือ วิตามิน เกลือแร่ และอาหารเสริม เป็นตัวที่ช่วยป้องกันป้องกันนะ ไม่ได้แก้ไข เพราะฉะนั้นแล้วในยุคสมัยเราที่เราโตขึ้นมา วิตามินเหล่านี้เป็นตัวที่เข้ามาช่วยในการต่อต้านสิ่งที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระ คืออะไร ? อนุมูลอิสระ คือ Free radicals ก็เหมือนยาพิษ เกิดขึ้นได้จากทุกภาวะที่ร่างกายเราไม่ชอบ เช่น นอนดึก สูบบุหรี่ กินเหล้า อยู่ในเมืองสูดฝุ่นควันจากสารพิษเข้าไป อยู่ในโรงงาน อยู่ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ อยู่ในที่ๆ ไม่มีโอโซน ไม่มีป่าไม้ มีความเครียดสูง มีความเป็นห่วงสูง กังวลสูง เอาเป็นว่าเราขยับตัวแล้วก็เครียดแล้ว ทำให้เรามีสารพวกนี้เกิดขึ้น

สารพวกนี้ก็เข้าไปทำลายร่างกาย ทำลายเม็ดเลือด ทำลายอวัยวะต่างๆ ทำให้เรารู้สึกว่าเราแก่ไวกว่าปกติ ตามองไม่ชัด อ้วนขึ้น ลำไส้ไม่ดี ย่อยไม่ได้ เป็นหวัดบ่อย คัดจมูก รอยย่นมาเยอะ ผมหงอกมากขึ้น แรงไม่ค่อยมี ตื่นมาทำไมไม่สดชื่น ทำไมนอนหลับฝันเยอะจัง ฉี่บ่อย เบาหวาน อาการเหล่านี้…ใช่หมด

แนวทางในการช่วยป้องกัน หรือช่วยประคับประคองที่ต้นเหตุ อันนี้เราคุยกันที่ต้นเหตุและปลายเหตุนะ ไม่มีผิด ไม่มีถูก ปลายเหตุคือคุณปวดหัวก็กินยาแก้ปวด คุณไม่สบาย เจ็บคอ ก็กินยาฆ่าเชื้อ …หมอไม่ว่า อันนี้แนะนำ และหมอก็ให้คนไข้กินอยู่ประจำ

แต่กลุ่มที่มันเป็นต้นเหตุเราไม่ค่อยหากัน เช่น คนไข้มาหาหมอด้วยคอเลสเตอรอลสูงปรี๊ดเลย ได้ยาลดคอเลสเตอรอลไป ดูเผินๆ เหมือนถูกแล้ว…ผิดนะ ยาลดคอเลสเตอรอลถือว่าเป็นยา ยาเนี้ยข้อดีคือถ้าเรากินสั้นๆ กินให้หาย แล้วเลิก ไม่เป็นไร

ยากลุ่มที่เราต้องกินถาวร ให้รู้ไว้ในใจว่า ไม่มีอะไรในโลกได้มาฟรีๆ เสมอนะครับ ยากลุ่มที่ฮิตที่สุดในเมืองนอก ที่เขาเลิกใช้กันแล้ว หรือใช้กันน้อยลงมาก คือยากลุ่มโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ยาความดัน ยาไขมัน 3 ตัวนี้เริ่มกินปุ๊บ มีแต่ยังงอกมาปีละครึ่งเม็ด สองเม็ด ความดัน 3 เม็ด เบาหวาน 4 เม็ด ไล่ไปเรื่อยๆ ฉีดอินซูลินก็แล้ว ล้างไตก็แล้ว ทั้งหมดทั้งปวง ข้อดีคือ กินแล้วน้ำตาลดี ไขมันดี ความดันดี …หลอกตัวเอง

มันต้องเริ่มต้นจากการทำด้วยตัวเองก่อน วันนี้ไม่ได้มาสอนแต่จะมาดุ จะมาบอก จะมาชี้แจง จะมาเล่าให้ฟังนะครับ ว่าคอนเซ็ปทั้งหมดเนี่ย หมอไม่ได้เข้าข้างฝั่งใดฝั่งหนึ่ง วางตัวเป็นกลางในการตั้งด้วยจุดเริ่มต้น คือความสุขของประชาชนและคนไข้ทั้งหมด

อ้วน

ถ้าเป็นญาติพี่น้องเรา แน่นอนเราไม่อยากให้เขาแย่ในบั้นปลายแน่ ยาทั้งหมดที่กล่าวมาเหล่านั้นมีค่าผลข้างเคียงแน่นอน ยาลดไขมันกินปุ๊บ ไขมันลดลง มันไปซ่อนอยู่ไหน เรากินไขมันเหมือนเดิม โต๊ะจีนเหมือนเดิม หมูหัน เป็ดปักกิ่ง กินหัวกุ้ง กินล็อบสเตอร์ กินทุกอย่าง ไขมันขึ้นหมอขอ 2 เม็ด…ไม่ได้ นะครับ

การทำแบบนั้น ไม่ออกกำลังกายเลย กินยาลดไขมันแล้วก็ดีใจฉลองกัน ไขมันลดลงโดยที่ไม่ทำอะไร ถือว่าเป็นการหลอกตัวเองไหม ? …ใช่ นะครับ

เพราะฉะนั้น หลักการคือ เราต้องเริ่มต้นจนรู้เท่าทัน ทุกอย่างที่เราเป็นมันมีต้นเหตุเสมอ ต้นเหตุคือไม่ออกกำลังหรือเปล่า ต้นเหตุเพราะเครียดไปไหม ต้นเหตุเพราะงานเลี้ยงเยอะ ตรุษจีน ปีใหม่ กินมาก กินดึก กินมัน กินอร่อย พังทั้งสิ้น

ยกเว้นกรณีเดียว คือ คุณกินทุกอย่างดีหมด กินอาหารครบ 5 หมู่ กินผักผลไม้เยอะ กินทุกอย่างดี ไม่กินมัน ออกกำลังกายมาก แล้วไขมันสูงปรี๊ด ออกกำลังมากขึ้น ไขมันยังขึ้นอยู่ แสดงว่าเป็นพันธุกรรมหรือเปล่า แสดงว่าผิดปกติจากการเผาผลาญไหม นี่คือสิ่งที่แพทย์จะเป็นผู้ช่วยในการประเมินว่าการเผาผลาญของคุณ การเผาผลาญจากไทรอยด์ เผาผลาญจากในตับ ในตับอ่อนดีไหม ถ้าดูแล้วไม่ดีก็มาปรับเพิ่ม ปรับเติมเข้าไป

ออกกำลัง

เพราะฉะนั้นแล้ว ส่วนตรงนี้ก็คือว่า หมออยากให้เริ่มต้นด้วยการปรับที่ตัวเองก่อน อยากจะฝากเรื่องนี้ ในเมื่อเราแก่แล้ว หรือเราแย่ลง แล้วเรากินยาก็ไม่ดีในบั้นปลายแน่นอน กินยาไขมันเยอะก็ตับอักเสบ กินยาความดันเยอะก็ไตไม่ดี กินไปหลายๆ ตัวเข้า มากๆ ก็แย่ลง

แต่แน่นอนนะครับ ยายังมีส่วนช่วยกับคนที่ไม่ทำอะไรเลย ไม่ทำอะไรเลยเนี้ยต้องกิน ดีกว่าไม่กิน แต่คนที่รักสุขภาพมากกว่านั้น อยากจะลุกขึ้นมาลองดูสักครึ่งปี ถ้าผมทำหมดแล้ว ดิฉันทำหมดแล้วไม่ดี ขอยาแล้วกัน มีแต่เท่าทุนกับกำไนะครับ

สรุปประเด็นวันนี้คือ การบอกว่าโลกของยาและโลกของวิตามินต่างกันยังไงนะครับ ต่อไปเราจะคุยกันในเรื่องของวิตามิน ว่าดียังไงกับสุขภาพ ทำไมถึงฮิตฮอตกันจังทั่วโลก แน่นอนล่ะไม่ใช่ของที่ไม่มีมูลแน่ ไม่งั้นไม่อยู่ยาวนานมันเป็นหลักสิบปีขนาดนี้นะครับ

มาถึงตรงนี้แล้ว ต้องรู้เท่าทันวิตามิน ยา หรือแม้กระทั่งอาหารเสริมต่างๆ ให้มากขึ้น ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ที่สำคัญคือการดูแลร่างกายให้แข็งแรงแต่เนิ่นๆ ไว้เลยดีกว่า