ติดเชื้อยีสต์ รา คันในร่มผ้า รักษาได้ด้วยวิธีธรรมชาติ

การติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอดเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ที่ผู้หญิงไปพบแพทย์ แต่ภาวะติดเชื้อยีสต์ไม่ใช่ปัญหาของผู้หญิงเท่านั้น เชื้อยีสต์สามารถเติบโตและทำให้เกิดการติดเชื้อในช่องปาก (มีลักษณะเป็นฝ้าขาว) หลอดอาหาร ผิวหนัง หรือแม้แต่ในกระแสเลือด (ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายถึงชีวิต) ยีสต์ยังเป็นสาเหตุของผื่นผ้าอ้อมในทารก และสามารถติดต่อข้ามไปมาระหว่างแม่กับลูกในช่วงให้นม ภาวะติดเชื้อยีสต์ควรให้แพทย์รักษา แต่ในกรณีที่ไม่รุนแรง เช่น ฝ้าขาวในช่องปาก หรือช่องคลอดอักเสบเล็กน้อย การรักษาวิธีธรรมชาติ ต่อไปนี้มักใช้ได้ผล

เชื้อรา คันในร่มผ้า ช่องคลอด

ยาดีจากครัวช่วยรักษา…ติดเชื้อยีสต์

กระเทียม, เกลือ, แท่งอบเชย, น้ำมันทีทรี, น้ำมันลาเวนเดอร์, น้ำส้มสายชู, โยเกิร์ต

ควรทำอะไรก่อน

หากติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอด วิธีต่อไปนี้สามารถบรรเทาอาการ และป้องกันการติดเชื้อซ้ำ

  • หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอม เช่น แป้งฝุ่น สบู่ น้ำยาอาบน้ำ หรือกระดาษชำระ น้ำหอมอาจระคายเคืองผิวหนัง
  • หลีกเลี่ยงกางเกงยีนหรือชุดออกกำลังกายที่รัดแน่นหรือแนบตัวเกินไป เชื้อยีสต์ชอบสภาพแวดล้อมที่อุ่นและอับชื้นเหมือนกับเชื้อราทุกชนิด การระบายอากาศจึงเป็นสิ่งจำเป็น ผู้ติดเชื้อยีสต์ได้ง่ายควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบาย กางเกงชั้นในผ้าฝ้าย หรือกระโปรง
  • ไม่สวมชุดนอนหรือเข้านอนโดยไม่สวมกางเกงและกางเกงใน
  • อย่าสวมชุดว่ายน้ำเปียกๆ ติดตัวเป็นเวลานาน เมื่อขึ้นจากสระว่ายน้ำ ให้รีบเปลี่ยนไปสวมชุดที่แห้งสะอาด ใช้เครื่องเป่าผมปรับความแรงต่ำสุด เป่าบริเวณช่องคลอดให้แห้งสนิท
  • งดแช่ในอ่างน้ำอุ่น ความร้อนและความชื้นกระตุ้นให้เชื้อยีสต์เติบโตเร็วขึ้น
  • กินโยเกิร์ต ข้อมูลจากการศึกษาระบุว่า แบคทีเรียดีในโยเกิร์ตและผลิตภัณฑ์นมหมักชนิดอื่น ช่วยรักษาภาวะติดเชื้อยีสต์ได้ดี หากกำลังใช้ยาปฏิชีวนะที่อาจลดจำนวนแบคทีเรียตัวดีในร่างกาย ควรกินโยเกิร์ตที่มีจุลินทรีย์แล็กโตบาซิลลัส อะซิโดฟิลัส (Lactobacillus acidophilus) หรือบิฟิโดแบคทีเรียม (bifidobacterium) เพื่อปรับสมดุลและช่วยต้านเชื้อยีสต์แคนดิดา
  • หลีกเลี่ยงน้ำตาลและอาหารที่มีส่วนผสมของยีสต์ เพราะจะทำให้เชื้อยีสต์ในร่างกายเติบโตเร็วขึ้น

ติดเชื้อยีสต์ เมื่อไรควรพบแพทย์

เมื่อไร…ควรพบแพทย์

การติดเชื้อในช่องคลอดทำให้มีอาการแสบ คัน และมีตกขาว ถ้าติดเชื้อยีสต์ในช่องปาก จะเกิดฝ้าขาวหรือผื่นคันรอบปาก บางคนอาจเป็นผลจากภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ คุณควรพบแพทย์ในกรณีต่อไปนี้

  • เกิดภาวะนี้เป็นครั้งแรก
  • มีตกขาวปนเลือด หรือมีกลิ่น เหม็น
  • ปวดขณะปัสสาวะ หรือมีเพศสัมพันธ์
  • รักษาด้วยตนเองแล้วอาการไม่หายไปภายใน 5 วัน
  • มีภาวะติดเชื้อยีสต์บ่อยเกิน 3-5 ครั้งต่อปี (เป็นอาการหนึ่งของโรคเบาหวาน)
  • มีตกขาวและผื่น โดยเฉพาะระหว่างมีประจำเดือน อาจเกิดจากกลุ่มอาการช็อกจากพิษแบคทีเรีย
  • กำลังตั้งครรภ์
  • ทารกมีผื่นผ้าอ้อมสีแดงสดบริเวณก้น ซึ่งทาครีมรักษาผื่นแล้วไม่ดีขึ้น ภาวะนี้อาจเกิดจากการติดเชื้อยีสต์

ตำรับยาจากครัว

ล้างด้วยน้ำเกลืออุ่นๆ หากมีฝ้าขาวในช่องปาก ให้ละลายเกลือ 1 ช้อนชากับน้ำอุ่น 1 แก้ว ใช้อมกลั้วปากให้ทั่ว 1 นาทีแล้วบ้วนทิ้ง สำหรับการติดเชื้อยีสต์ในช่องคลอด ให้โรยเกลือทะเล 1 ถ้วยในอ่างอาบน้ำอุ่น คนให้ละลายแล้วลงไปนอนแช่วันละ 20 นาทีทุกวัน น้ำเกลือนอกจากช่วยให้หายเร็วขึ้นแล้ว ยังแก้ปวดและแก้คันด้วย

ชาอบเชย ช่วยรักษา ติดเชื้อยีสต์ เชื้อรา คันในร่มผ้า

ชาอบเชย ยีสต์กับอบเชยอาจไปกันได้ดีเมื่ออยู่ในขนม แต่เมื่อเกิดการติดเชื้อยีสต์ ให้ใช้อบเชยจัดการได้เลย เครื่องเทศกลิ่นหอมนี้ยังกำจัดเชื้อยีสต์แคนดิดา อัลบิแคนส์ (Candida albicans) ที่ดื้อยาได้อีกด้วย วิธีเตรียมชาอบเชย เริ่มด้วยการหักแท่งอบเชย 8-10 แท่งเป็นชิ้นเล็ก ใส่ลงในน้ำต้มเดือด 4 ถ้วยตวง ปิดฝา (ปิดฝาให้สนิทเพื่อป้องกันสารออกฤทธิ์ระเหยออกไป) เคี่ยวด้วยไฟเบา 15 นาที ยกลงจากเตา ปิดฝาแล้วปล่อยไว้ให้เย็นประมาณ 45 นาที น้ำชาอบเชยนี้ใช้สำหรับดื่ม สวนล้างช่องคลอด หรือทาผิวหนังที่ติดเชื้อ

สวนล้างด้วยน้ำสมสายชู เติมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนโต๊ะในน้ำสะอาด 1 ลิตร ใช้สวนล้างช่องคลอดวันละ 2 ครั้ง ทุกวันเว้นวัน น้ำส้มสายชูจะปรับสภาพแวดล้อมในช่องคลอดให้เป็นกรด ซึ่งไม่เหมาะกับการดำรงชีพของเชื้อยีสต์ แต่ก็ไม่เหมาะกับแบคทีเรียมีประโยชน์ในร่างกายเราเช่นกัน ดังนั้นจึงไม่ควรใช้วิธีนี้ติดต่อกันเกิน 2 วัน

กินกระเทียม ช่วยรักษา ติดเชื้อยีสต์

กินกระเทียม กระเทียมฆ่าเชื้อยีสต์ได้ดีเมื่อกินสด แต่อาจมีปัญหาเรื่องกลิ่นฉุนสำหรับบางคน นำกระเทียมสด 2 กลีบมาสับละเอียด โรยบนผักสลัดหรือผสมน้ำสลัดกินติดต่อกันทุกวัน หรือใช้กระเทียมสับละเอียด 2 กลีบผสมกับน้ำผึ้งหรือซอสแอปเปิล 1 ช้อนชา แล้วกินในท้นที

ติดเชื้อยีสต์ รักษาด้วยโยเกิร์ต

รักษาด้วยโยเกิร์ต การกินโยเกิร์ตช่วยป้องกันการติดเชื้อยีสต์ได้จริง แพทย์แนวธรรมชาติบำบัดบางคนแนะนำให้ใช้โยเกิร์ตชนิดมีจุลลีนทรีย์แล็กโตบาซิลลัส อะซิโดฟิลัส ทาบริเวณที่ติดเชื้อโดยตรง แบคทีเรียในโยเกิร์ตจะผลิตกรดแล็กติก ทำให้ช่องคลอดมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้น จึงไม่เหมาะต่อการเติบโตของยีสต์แคนดิดา ควรใช้โยเกิร์ตธรรมชาติชนิดไม่เติมน้ำตาล เพราะเชื้อยีสต์กินน้ำตาลเป็นอาหาร อีกวิธีหนึ่งที่ง่ายกว่าคือ นำผ้าอนามัยชนิดสอดชุบโยเกิร์ตแล้วสอดเข้าช่องคลอดนาน 30 นาที ทำซ้ำวันละ 2-3 ครั้ง