Functional Food ให้อาหารเป็นยา ทางเลือกที่ไม่ต้องใช้ยา

การใช้อาหารเป็นยาเป็นแนวคิดที่คนหันมาให้ความสนใจมากขึ้น หลังจากมนุษยชาติได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมการบริโภคตามแบบคนในโลกตะวันตก ที่นิยมรับประทานอาหารฟาส์ตฟูดจำพวกแฮมเบอร์เกอร์ พิซซ่า ไก่ทอด เฟรนช์ฟรายด์ ในชีวิตประจำวันมายาวนาน จนทำให้เกิดปรากฏการณ์โรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวไจ และมะเร็ง เช่นในปัจจุบัน ทำให้คนต้องเร่งเปลี่ยนแปลงอาหารการกินอย่างเร่งด่วน

Functional Food ให้อาหารเป็นยา

ผลกระทบทางด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นจากการรับประทานอาหารทำให้คำว่า You are what you eat หรือ กินอาหารอย่างไร สุขภาพของคุณก็เป็นอย่างนั้น กลับมามีมนต์ขลังอีกครั้ง คือทำให้คนหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพโดยการหันกลับมาทบทวนเรื่องอาหารที่พวกเขารับประทานอยู่เป็นประจำว่าต้องปรับปรุงอย่างไร อันนำไปสู่การกลับคืนสู่สามัญ นั่นคือการเปลี่ยนไปรับประทานอาหารที่บรรพบุรุษเคยรับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารไทยสำหรับคนไทย ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจและหลอดเลือดต่างให้การยอมรับว่าดีต่อสุขภาพหัวใจ ขณะที่โลกตะวันตกก็ตื่นเต้นกับกระแสอาหารสด (raw food diet) คือการรับประทานอาหารที่ผ่านการปรุงแต่งน้อยที่สุด หรือหากจะปรุงแต่งก็ควรทำเฉพาะการต้ม นึ่ง แต่พยายามหลีกเลี่ยงการทอด ปิ้ง ย่าง ผัด ซึ่งต้องใช้อุณหภูมิสูงจนทำลายคุณค่าทางอาหารไปจนหมดสิ้น

ลิงก์ผู้สนับสนุน

Functional Food ให้อาหารเป็นยา

ขณะที่กลุ่มแพทย์ นักวิชาการ และนักวิทยาศาสตร์ หัวก้าวหน้ากลุ่มหนึ่งในสหรัฐอเมริกาก็ได้รวมตัวกันตั้งสถาบันอินสติติว ฟังก์ชันนัล ออฟ เมดิซีน เพี่อทำงานวิจัยและพัฒนาอาวุธด้านการรักษาโรคตัวใหม่ และล่าสุดได้ประกาศทฤษฎีใหม่ในการรักษาแบบธรรมชาติบำบัดในเชิงป้องกันให้กับผู้ป่วยโดยมีอาวุธสำคัญคือการใช้อาหารเป็นยา หรือ Functional Food ซึ่งหมายถึงอาหารและเครื่องดื่มที่ให้ประโยชน์และส่งผลดีต่อสุขภาพ นอกเหนือจากคุณค่าทางโภชนาการพื้นฐาน นอกจากนี้ยังบริโภคได้อย่างสะดวก

Functional Food ให้อาหารเป็นยา

ต้นอ่อนข้าวสาลี

โดยหนึ่งในตัวอย่างของ Functional Food ที่เริ่มรู้จักกันแพร่หลายในหมู่ผู้บริโภคยุคนี้ก็คือ ต้นอ่อนข้าวสาลี หรือ Wheatgrass เนื่องจากโมเลกุลของคลอโรฟิลล์ จากน้ำคั้นของพืชชนิดนี้มีโครงสร้างคล้ายฮีโมโกลบินในร่างกาย การดื่มน้ำคั้นต้นอ่อนข้าวสาลีสดๆ จึงช่วยสร้างเม็ดเลือด และทำให้ร่างกายมีภาวะความเป็นด่าง ซึ่งเป็นสภาวะที่ดีต่อสุขภาพ

แต่ถึงอย่างไรก็ควรใส่ใจการรับประทานอาหารให้ครบหมวดหมู่ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และทำจิตใจให้แจ่มใส ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพดีสำหรับทุกคน

ลิงก์ผู้สนับสนุน