4S ตัวร้าย ทำลายผิวหน้า ดูแลผิวสาวของเราให้ห่างจากตัวการร้ายเหล่านี้

1. Stress (ความเครียด)

ชีวิตคนปัจจุบันช่างน่าสงสารนัก ต้องอยู่ท่ามกลางความเครียดร้อยแปด… โดยเฉพาะบ้านเราโชคร้ายกว่าใครเขา คนอื่นเขาแค่ต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำทั้งโลก อันเป็นผลกระทบจากวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐอเมริกา แต่บ้าน เรา… ผีซ้ำด้ำพลอยด้วยวิกฤตทางการเมืองที่ก่อเกิดจากน้ำมือของคนเห็นแก่ตัว ไม่คิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเข้าไปอีก งานนี้พี่ไทยเลยเจอมรสุมเครียดยกกำลังสอง

ความเครียด ทำลายผิวหน้า

ภาวะเช่นนี้ส่งผลอันตรายต่อสุขภาพอย่างหนักหนาสาหัสยิ่ง เพราะร่างกายเสมือนอยู่ในสภาวะสู้หรือถอย (Fight or Flight) ต่อมหมวกไตหลั่งสารจำพวกคอร์ติซอล, อะดรีนาลีนเพื่อเตรียมร่างกายไว้ให้พร้อมตลอดเวลา ทั้งยังมีผลให้ความดันโลหิต และอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น ถ้าปัจจัยการก่อตัวของความเครียดหายไป ร่างกายจะกลับสู่สภาพเดิม แต่ปัจจุบันนี้เราเครียดจากสิ่งที่มองไม่เห็นตัว (เศรษฐกิจ / งานหนัก / ความสัมพันธ์ผิดปกติ / ครอบครัว) ซึ่งต้องใช้เวลานานกว่าจะคลี่คลายปัญหาลงได้ ส่งผลให้ระดับฮอร์โมนของความเครียดสูงตลอดเวลา

ลิงก์ผู้สนับสนุน

อาจจำแนกผลแห่งความเครียดที่ทำให่รางกายทำงานผิดปกติได้ดังนี้

สารคอร์ติซอลทำให้ระดับภูมิต้านทานของร่างกายลดลง ไวต่อการเจ็บป่วย

ด้านร่างกาย ทำให้เกิดกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อตามตำแหน่งต่างๆ ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น

ด้านจิตใจ ขาดซึ่งอารมณ์ขัน สมาธิไม่จดจ่อและสับสน

  • กล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า, ลำคอ, บ่า ไหล่ ตึงตัว ไม่แสดงอารมณ์ หรือเคร่งเครียด ระบบพลังการไหลเวียนจะติดขัดและเพิ่มริ้วรอยบนใบหน้าในแนวตั้ง (คิ้ว, เส้นข้างแก้มและเส้นแนวนอนบนหน้าผาก)
  • ผลเสียที่คาดไม่ถึงของความเครียด ได้แก่ อาการท้องผูก จากสถิติพบว่า 80% ของผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 30 ปีขึ้นไปมีปัญหาด้านท้องผูก แต่ปัจจุบัน วัยรุ่นก็เริ่มมีอาการท้องผูกกันแล้ว กากอาหารที่ผ่านลำไส้เล็กแล้วมีการหมักหมม เป็นสาเหตุทำให้ผิวพรรณผิดปกติง่าย กากอาหารที่ลำไส้ใหญ่เมื่อรวมตัวกับแบคทีเรียจะกลายเป็นสารพิษซึ่งเป็นบ่อเกิดของรอยย่นก่อนวัยอันควร

ความเครียด ทำลายผิวหน้า

การแก้ปัญหา

  • บริหารระบบประสาทพาราซิมพาเธติก ได้แก่ การหัดหายใจด้วยท้อง หายใจยาวนานขึ้น จนสามารถลดความถี่ของการหายใจใน 1 นาที ให้น้อยลงได้ เช่น จากเกิน 20 ครั้งต่อนาทีเป็นไม่เกิน 10-15 ครั้งต่อนาที หรือการฝึกสมาธิ
  • การนวดใบหน้าเพื่อการผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ

2. Sleeplessness (การอดนอน)

การนอนหลับเป็นกลไกด้านความผ่อนคลายของร่างกายและจิตใจ กลไกดังกล่าวจะเริ่มทำงานหลังพระอาทิตย์ตกดินไปแล้ว เพื่อทำการซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและชาร์จแบตเตอรี่แก่ร่างกาย ในทางการแพทย์พบว่าระบบประสาทพาราซิมพาเธติก (Parasympathetic Nervous System) จะทำหน้าที่ขยายระบบหลอดเลือดฝอย เพื่อนำสารอาหารไปยังเซลล์ต่างๆ สำหรับใบหน้า นี่คือการซ่อมแซมสร้างเนื้อเยื่อทดแทนส่วนสึกหรอ โดยเฉพาะเวลาตั้งแต่ 4 ทุ่ม – ตี 2 ถ้าใครก็ตามที่หลับหลังตีสองจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของใบหน้าเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนในวงการดารา หรือนักแสดงที่มีการแต่งหน้าเข้มในระหว่าง 4 ทุ่ม – ตี 2 บ่อยๆ ประกายราศีความมีชีวิตชีวาของใบหน้าจะลดลงอย่างรวดเร็ว

การอดนอน ทำลายผิวหน้า

การแก้ปัญหา

  • นอนหลับก่อน 4 ทุ่ม

3. Smoking (สูบบุหรี่)

มีผลทำให้ผิวหนังใบหน้ามีริ้วรอย ผู้หญิงที่สูบบุหรี่จะแก่เร็วกว่าผู้หญิงวัยเดียวกันที่ไม่สูบบุหรี่ งานวิจัยในอเมริกาพบว่า สตรีที่สูบบุหรี่ตั้งแต่ 10 ม้วน / วัน นานสองปีจะเพิ่มริ้วรอยใบหน้าเป็นสองเท่าของคนวัยเดียวกัน

สาเหตุ

  • บุหรี่ทำให้ความสามารถในการจับออกซิเจนของเม็ดเลือดแดงลดลง และทำให้ผิวหน้าบางลง มีริ้วรอยได้ง่าย
  • บุหรี่ทำให้ร่างกายใช้วิตามินซีได้น้อยลง มีผลต่อการซ่อมแซมเซลล์ การสร้างผิวใหม่เป็นไปอย่างเชื่องช้า
  • ท่าทางของคนขณะสูบบุหรี่อย่างได้อารมณ์นั้น ใช้กล้ามเนื้อส่วนละเอียดของใบหน้าซึ่งปกติไม่ได้ใช้กัน ทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย
  • สารพิษจากควันบุหรี่ทำอันตรายสารคอลลาเจน, อีลาสตินบนใบหน้า ส่งผลให้ผิวหน้าบางลง 10% น้ำระเหยออกจากผิวได้เร็วขึ้นและสารแคดเมียมในบุหรี่ทำให้ผิวแห้งและตกสะเก็ดง่าย

สูบบุหรี่ ทำลายผิวหน้า

การแก้ปัญหา

  • ควรเลิกบุหรี่ทันที

4. Sun (แสงอาทิตย์)

รังสีอัลตราไวโอเลตในแสงอาทิตย์ช่วงก่อนเที่ยงไปจนถึงบ่ายสี่โมง ทำอันตรายต่อผิวหนังมากที่สุด กล่าวคือแสงแดดจะกระตุ้นออกซิเจนของผิวหนัง เกิดปฏิกิริยาตอบสนอง โดยการรวมตัวกับกรดไขมันไม่อิ่มตัวในเซลล์ เกิดเป็นกรดไขมันชนิดที่มีผลเสียต่อร่างกาย ทำอันตรายต่ออีลาสติน ซึ่งมีหน้าที่ช่วยป้องกันการเกิดรอยย่น แสงแดดจึงทำให้เกิดริ้วรอยและฝ้าบนใบหน้า และลำตัว ด้วยประการฉะนี้

การแก้ปัญหา

  • พยายามเลี่ยงการออกแดดในช่วงเวลาดังกล่าว รวมถึงการใช้ครีมกันแดดป้องกันไว้ก่อน

ล้างหน้า สวยใส

ทั้ง 4S ที่กล่าวมาแล้วนั้น ล้วนส่งผลต่อทั้งร่างกายและจิตใจทั้งสิ้น นับแต่นี้เป็นต้นไป ลองมองโลกในแง่ดี ลดความเครียดของตนเอง นอนหลับให้ เพียงพอ ไม่สูบบุหรี่ และดูแลผิวสาวของเราให้ห่างไกลจากแสงแดดแผดเผา เพื่อตัวเราเองกันเถอะค่ะ

ลิงก์ผู้สนับสนุน