โรคเกาต์ ป้องกันได้ด้วยของดีจากก้นครัว

หลายคนนึกถึงพระเจ้าเฮนรีที่ 8 เมื่อกล่าวถึง “โรคเกาต์” เป็นที่รับรู้กันว่าโรคนี้มักเกิดกับคนรวยและมีอันจะกิน คนดังที่เป็นโรคนี้ ได้แก่ เบนจามิน แฟรงคลิน พระเจ้าจอร์จที่ 4 เบเนดิก อาร์โนลด์ และดิก เชนีย์ แต่ข้อเท็จจริงคือ ทุกคนมีโอกาสเป็นโรคเกาต์เท่าเทียมกัน

โรคเกาต์

เกาต์ คือ โรคข้ออักเสบที่เกิดจากกรดยูริกสะสมในข้อ ทำให้มีอาการ บวม แดง และปวดรุนแรง ปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคนี้ได้แก่ การกินเนื้อสัตว์มาก ดื่มเบียร์ และมีน้ำหนักเกิน โรคเกาต์มักมีอาการกำเริบเป็นๆ หายๆ และเป็นบางข้อ (โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่เท้า) แต่ มักทำให้ปวดอย่างรุนแรง เราป้องกันโรคได้ด้วยการกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และบรรเทาอาการด้วยวิธีต่อไปนี้

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ยาดีจากครัว รักษา…โรคเกาต์

กาแฟ, แครนเบอร์รี, เชอร์รี, ไทม์, น้ำมันคาโนลา, น้ำมันมะกอก, ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ (นม โยเกิร์ต เนยแซ็ง), เมล็ดเซเลอรี, เมล็ดแฟลกซ์

ควรทำอะไรก่อน

เมื่อไม่กี่ปีก่อน นักวิจัยในอเมริกาได้วิเคราะห์ข้อมูลจากการสำรวจสุขภาพและโภชนาการแห่งชาติครั้งที่ 3 (เก็บข้อมูลด้านสุขภาพจาก ประชากร 15,000 คน) เพื่อหาแนวทางปรับปรุงวิธีรักษาโรคเกาต์ที่ใช้กันมานานแล้ว สิ่งที่ค้นพบอาจทำให้คุณและแพทย์ประหลาดใจ

  • ลดการกินเนื้อสัตว์และอาหารทะเล นี่คือคำแนะนำพื้นฐานสำหรับผู้ป่วยโรคเกาต์ เนื่องจากพบว่า ผู้ที่กินเนื้อสัตว์และอาหารทะเลมาก มีความเสี่ยงต่อโรคเกาต์สูงขึ้นมาก
  • กินนมได้ตามปกติ ข้อมูลยืนยันว่านมไม่ใช่สาเหตุของโรคเกาต์ ดังที่หมอในอดีตเคยเชื่อ นักวิจัยพบว่า ผู้ที่กินผลิตภัณฑ์นมประจำกลับป่วยเป็นโรคเกาต์น้อยกว่า ดังนั้นอาหารจำพวกนม โยเกิร์ต และเนยแข็งอาจช่วยป้องกันโรคได้ ควรเลือกชนิดไขมันต่ำเพื่อควบคุมน้ำหนักและหลีกเลี่ยงไขมันอันตราย
  • ไม่จำเป็นต้องงดผัก แพทย์เคยแนะนำให้ผู้ป่วยเกาต์หลีกเลี่ยงผัก ที่มีสารพิวรีนสูง เช่น ผักโขม แต่นักวิจัยพบว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด และยังตั้งสมมติฐานเพิ่มเติมว่า สารบางชนิดในผักอาจมีฤทธิ์ยับยั้งอันตรายจากสารพิวรีนด้วย
  • เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไม่ได้ร้ายทุกชนิด จากข้อมูลการศึกษา นักวิจัยแนะว่าควรลดระดับคำสั่งห้ามผู้ป่วยเกาต์ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด การดื่มไวน์พอประมาณดูเหมือนจะมีผลต่อโรคเกาต์น้อยมาก อย่างไรก็ตามเบียร์ยังเป็นเครื่องดื่มต้องห้ามเพราะมีสารพิวรีนสูงและเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเกาต์ เหล้าที่มีแอลกอฮอล์อย่างแรงเพิ่มความเสี่ยงต่อเกาต์เช่นกัน แต่น้อยกว่าเบียร์
  • ดื่มกาแฟยามเช้าได้ตามสบาย ยุคหนึ่งแพทย์เคยสั่งให้ผู้ป่วยโรคเกาต์จำกัดการดื่มกาแฟ เพราะเชื่อว่าฤทธิ์ขับปัสสาวะของกาแฟ อาจทำให้อาการกำเริบ (ภาวะขาดนํ้ากระตุ้นให้โรคเกาต์กำเริบ) แต่นักวิจัยกลับค้นพบในสิ่งตรงข้าม นั้นคือการดื่มกาแฟวันละ 4 แก้ว หรือมากกว่า ทำให้กรดยูริกลดลง
  • งดน้ำอัดลม นักวิจัยได้ค้นพบต้นเหตุที่ทำให้อุบัติการณ์ของโรคเกาต์พุ่งสูงขึ้นในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ในช่วงทศวรรษ 1960 ผู้ผลิตน้ำอัดลมเริ่มใช้น้ำเชื่อมข้าวโพดซึ่งมีฟรุกโตสสูงแทนน้ำตาล นักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเผาผลาญน้ำตาลฟรุกโตสระบุว่าฟรุกโตสมีผลต่อกรดยูริกในเลือด เมื่อตรวจสอบข้อมูลโดยละเอียด นักวิจัยพบหลักฐานยืนยันว่า ผู้ชายที่ดื่มน้ำอัดลมผสมฟรุกโตสหรือกินขนมหวานที่มีฟรุกโตสสูง มีอัตราป่วยเป็นโรคเกาต์สูงกว่าผู้ชายที่กินอาหารเหล่านี้น้อยกว่า ทั้งนี้น้ำอัดลมชนิดปราศจากน้ำตาล สามารถดื่มได้อย่างปลอดภัย และไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเกาต์
  • ปรุงอาหารด้วยน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพ เลิกใช้น้ำมันข้าวโพด น้ำมันถั่วเหลือง เนย หรือมาร์การีน (เนยเทียม) และเปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันคาโนลา กรดไขมันโอเมกา-3 ในน้ำมันเหล่านี้อาจช่วยลดกรดยูริกในเลือด การศึกษาจากแอฟริกาใต้พบว่า การเปลี่ยนจากไขมันอิ่มตัวมาเป็นไขมันชนิดไม่อิ่มตัว ทำให้กรดยูริกในเลือดลดลงร้อยละ 17.5 ภายใน 16 สัปดาห์

เป็นเกาต์ กระดูกบวมปูด

เมื่อไร ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์เมื่อข้อบวมและปวด แม้ว่าจะเคยมีอาการเช่นนี้มาก่อนก็ตาม อาการของเกาต์อาจคล้ายกับโรคอื่น เช่น ข้ออักเสบติดเชื้อ หรือข้อบวมจากแมงมุมกัด จึงควรให้แพทย์ตรวจเพื่อวินิจฉัยโรคให้ชัดเจน บางครั้งแพทย์จำเป็นต้องเจาะดูดของเหลวภายในข้อออกมาตรวจหาผลึกของกรดยูริก เพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรคเกาต์

ตำรับยาจากครัว รักษา…โรคเกาต์

กินเชอร์รี ช่วยบรรเทา โรคเกาต์

เชอร์รี

กินเชอร์รี มีข้อมูลยืนยันว่าการกินเชอร์รีสดหรือดื่มน้ำเชอร์รีวันละ 1 แก้ว ขนาด 240 มล. ทำให้กรดยูริกลดลงและช่วยป้องกันเกาต์กำเริบ ควรหาซื้อเชอร์รีแห้งชนิดไม่เติมน้ำตาลติดไว้ในครัวเสมอ หรือน้ำเชอร์รีชนิดไม่เติมน้ำตาลซึ่งมีขายที่ร้านผลิตกัณฑ์สุขภาพ

กินเมล็ดแฟลกซ์เป็นประจำ เมล็ดแฟลกซ์มีรสชาติคล้ายถั่ว และเป็นแหล่งสำคัญของกรดไขมันโอเมกา-3 ควรซื้อชนิดเต็มเมล็ดจากร้านผลิตกัณฑ์สุขภาพ และบดแต่พอกินครั้งละ 2-3 ช้อนโต๊ะ โดยใช้เครื่องบดกาแฟสะอาด วิธีกินคือ โรยใส่อาหาร เช่น ซีเรียล โยเกิร์ต ข้าวโอ๊ตต้ม หรือใช้เป็นส่วนผสมในการทำมีทโลฟ ขนมปัง มัฟฟิน หรือขนมอบอื่นๆ

เป็นเกาต์ บรรเทาปวดข้อด้วยไทม์

ใบไทม์

บรรเทาปวดข้อด้วยไทม์ การศึกษาล่าสุดจากญี่ป่น นักวิจัยค้นพบว่าใบไทม์ประกอบด้วยสารที่มีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างพรอสตาแกลนดิน ซึ่งมีบทบาทสำคัญในกระบวนการอักเสบที่เกี่ยวข้องกับโรคเกาต์และโรคข้ออักเสบ ใช้ไทม์เป็นเครื่องปรุงรสอาหารบ่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงที่อาการกำเริบ หรืออาจนำมาชงเป็นชา ใช้ไทม์แห้ง 1 ช้อนชา ใส่ในน้ำเดือด 1 ถ้วยตวง ปิดฝาไว้ 10 นาทีแล้วกรองกากออก อาจเติมน้ำผึ้งเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหวาน

ประโยชน์ของแครนเบอร์รี รู้กันมานานแล้วว่าแครนเบอร์รีบรรเทาปวดและป้องกันโรคเกาต์ได้ แม้ว่ายังไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน แต่ในทางทฤษฎีพบว่า แครนเบอร์รีทำให้ร่างกายเป็นกรด จึงมีผลต่อการสร้างกรดยูริก แต่ควรหลีกเลี่ยงนํ้าแครนเบอร์รืที่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมข้าวโพด (มีฟรุกโตสสูง) ซื้อน้ำแครนเบอร์รีแท้จากร้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ หากต้องการเพิ่มรส ให้เติมน้ำโซดา หรือใส่น้ำผึ้งได้ตามต้องการ

ชาเมล็ดเซเลอรี เมล็ดเซเลอรีมีสรรพคุณบรรเทาปวดและอักเสบ นักสมุนไพรจึงแนะนำให้ใช้รักษาโรคเกาต์ อาจนำมาชงเป็นชาโดยใช้เมล็ดเซเลอรี 1 ช้อนชา ใส่ในน้ำเดือด 1 ถ้วยตวง ปิดฝาทิ้งไว้ 10 นาที กรองกากออกแล้วดื่มนํ้า

ลิงก์ผู้สนับสนุน