โรคหอบหืด ตำรับยาธรรมชาติใกล้ตัวช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้

รคหอบหืดเกิดจากการอักเสบของทางเดินหายใจ โดยมีโรคภูมิแพ้เป็นสิ่งกระตุ้น หอบหืดทำให้หลอดลมตีบแคบและหายใจลำบาก จัดเป็นโรคปอดเรื้อรังชนิดหนึ่งที่อาจทำให้เกิดอันตรายถึงชีวิต ผู้ป่วยโรคหอบหืดต้องได้รับการรักษาจากแพทย์ และควรเก็บยาไว้ใกล้ตัวเสมอ ตำรับยาจากครัวบางชนิดมีสรรพคุณบรรเทาอาการ และอาจใช้ได้ผลในกรณีฉุกเฉินที่ไม่ร้ายแรง

อาการ โรคหอบหืด

ยาดีจากครัวช่วยเรื่อง…โรคหอบหืด

กาแฟ, ถั่วเปลือกแข็ง, น้ำมันมะกอก, ปลาที่มีไขมันมาก (เฮอร์ริง แซลมอน แมกเคอเรล ทูน่า), ผัก, ผักโขมหรือปวยเล้ง, ผักใบเขียว, มะเขือเทศ, ยาลดกรด, ส้มจีน, แอปเปิล

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ควรทำอะไรก่อน

เมื่อมีอาการกำเริบ ให้รีบทำตามขั้นตอนต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด

  • ใช้ยาพ่นสำหรับกรณีฉุกเฉินทันทีที่เริ่มมีอาการกำเริบ
  • หากไม่ได้พกยาติดตัว ให้พยายามผ่อนคลายจิตใจ เพราะความตื่นตระหนกจะทำให้อาการแย่ลง วิธีที่ช่วยได้ดีคือหายใจเข้าออกช้าๆ ลึกๆ ควบคุมสมาธิจดจ่ออยู่กับลมหายใจ นับ 1 ถึง 4 พร้อมกับหายใจเข้าทางจมูก ตามด้วยหายใจออกทางปากพร้อมนับ 1 ถึง 4
  • ขั้นต่อไป ดื่มกาแฟ เครื่องดื่มโคลา หรือเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน เพื่อให้หลอดลมขยาย คาเฟอีนมีโครงสร้างทางเคมีคล้ายกับยาขยายหลอดลมทีโอฟิลลีน (theophylline) จึงใช้ได้ผลทั้งการรักษาและป้องกัน ผลสำรวจประชากร 72,284 คนในอิตาลีพบว่า ผู้ป่วยโรคหอบหืดที่ดื่มกาแฟ 1 แก้วทุกวัน มีอาการกำเริบน้อยลงร้อยละ 5 เมื่อเทียบกับผู้ไม่ดื่มกาแฟ ทั้งนี้ยังพบว่า หากดื่มวันละ 2 แก้ว อาการจะกำเริบลดลงร้อยละ 23 หากดื่มวันละ 3 แก้ว อาการจะกำเริบลดลงร้อยละ 28 นักวิจัยคาดว่าคาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์เหมือนยาขยายหลอดลม ช่วยให้หลอดลมของผู้ป่วยเปิดโล่งขึ้น

เป็นโรคหอบหืด เมื่อไร ควรพบแพทย์

เมื่อไร ควรพบแพทย์

หากใช้ยาพ่นฉุกเฉินที่แพทย์จ่ายให้แล้วอาการไม่ดีขึ้น ภายใน 15 นาที ควรพบแพทย์ หรือให้ใครสักคนช่วยโทรฯ ตามแพทย์หรือรถพยาบาลฉุกเฉิน ภาวะหอบหืดกำเริบรุนแรงอาจมีอันตรายถึงชีวิต ควรพกยาพ่นฉุกเฉินและยาประจำตัว ติดตัวอยู่เสมอ ผู้ที่มีอาการกำเริบรุนแรงเป็นประจำ ควรรีบพบแพทย์

ตำรับยาจากครัว

กินปลาและวิตามินเสริม การศึกษาหนึ่งของออสเตรเลียระบุว่า เด็กที่ชอบกินเนื้อปลามีไขมัน เช่น เฮอร์ริง แซลมอน แมกเคอเรล และทูน่า มีโอกาสเป็นโรคหอบหืดน้อยลงร้อยละ 75 ทำไมปลาจึงมีฤทธิ์ป้องกันโรคหอบหืด คำตอบคือกรดไขมันโอเมกา-3 ในเนื้อปลา มีฤทธิ์ต้านอักเสบซึ่งเป็นสาเหตุพื้นฐานของโรคทางเดินหายใจโดยส่วนใหญ่ การศึกษาอีกฉบับหนึ่งพบว่า เมื่อให้เด็กซึ่งป่วยเป็นโรคหอบหืดกินโอเมกา-3 เพิ่มขึ้นควบคู่กับวิตามินซีและธาตุสังกะสี พบว่า ปอดมีการทำงานดีขึ้นและควบคุมโรคหอบหืดได้ง่ายขึ้น

กินปลาและวิตามินเสริม ป้องกัน โรคหอบหืด

เสริมแมกนีเซียม การศึกษาครั้งหนึ่งพบว่า ผู้ใหญ่ซึ่งได้รับธาตุแมกนีเซียมจากอาหารวันละ 500 มก. มีการทำงานของปอดดีกว่า และควบคุมโรคหอบหืดได้ง่ายกว่าผู้ที่ได้รับแมกนีเซียมต่ำกว่านี้ อาหารที่มีแมกนีเซียมสูง ได้แก่ ถั่วเปลือกแข็ง โดยเฉพาะอัลมอนด์ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ และถั่วลิสง

กินแอปเปิลทุกวัน การศึกษาเกี่ยวกับโภชนาการของเด็กและผู้ใหญ่ที่เป็นโรคหอบหืดพบว่า การกินแอปเปิลวันละ 1 ผล ช่วยป้องกันอาการหอบหืดได้ หากไม่มีแอปเปิลติดบ้าน น้ำแอปเปิลก็ได้ประโยชน์เช่นกัน

กินแอปเปิลทุกวัน ป้องกัน โรคหอบหืด

กินผักเยอะๆ การศึกษาประชากรใน 3 เมืองใหญ่ของประเทศจีน พบว่า การกินผักสดจำนวนมากสามารถป้องกันโรคหอบหืด ผู้ที่กินผักน้อยกว่าจะมีโรคปอดและโรคหอบหืดกำเริบบ่อยกว่า ผักมีสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งช่วยปกป้องทางเดินหายใจจากความเครียดและการอักเสบ ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดอาการหอบหืดและอาการอื่นๆ ที่ร้ายแรงกว่า ข่าวดีอีกอย่างหนึ่งคือ ผักกระป๋องก็มีสารต้านอนุมูลอิสระเช่นกัน ดังนั้นอย่าลืมหาซื้อผักกระป๋องไว้ติดบ้าน เช่น ผักโขม แครอท ผักกาดเขียว หรือผักที่คุณชอบกิน เพราะอาหารเหล่านื้จะช่วยได้มากในยามที่ไม่มีผักสดเหลืออยู่ในตู้เย็น

กินยาลดกรด โดยเฉพาะก่อนเข้านอน มีการศึกษาพบว่า น้ำย่อยจากกระเพาะอาหารที่ไหลย้อนขึ้นมาตามหลอดอาหารนั้น หากเราสูดหายใจเข้าไปแม้เพียงเล็กน้อย จะกระตุ้นให้อาการหอบหืดกำเริบ ปัจจุบันมีคนจำนวนไม่น้อยมีภาวะกรดไหลย้อน อาการมักเป็นมากขณะนอนราบหรือกินอาหารมื้อดึก การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตจะช่วยบรรเทาอาการได้ เช่น กินอาหารมื้อสุดท้ายให้ห่างจากเวลาเข้านอน มากกว่า 3-4 ชั่วโมง นอนหนุนศีรษะสูงจากเตียง 4-6 นิ้ว เลี่ยงอาหารจำพวกคาเฟอีน แอลกอฮอล์ และช็อกโกแลตหลังอาหารเย็น เพราะทำให้หูรูดกระเพาะอาหารคลายตัว และน้ำย่อยจากกระเพาะอาหารไหลย้อนได้ง่าย บางคนอาจต้องปรับเปลี่ยนวิธีกินอาหารจาก 3 มื้อใหญ่ มาเป็นมื้อเล็กแต่บ่อยครั้ง เพราะการกินอาหารมื้อใหญ่อาจทำให้มีภาวะกรดไหลย้อน

ตรวจสอบยาประจำตัว บางครั้งยาแก้ปวดศีรษะกลุ่มยาต้านอักเสบ ชนิดไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น แอสไพริน ไอบูโปรเฟน อาจเป็นสาเหตุให้โรคหอบหืดกำเริบได้ ยาประเภทอื่นที่อาจก่อปัญหา ได้แก่ ยาต้านเบต้าซึ่งแพทย์อาจจ่ายให้เพื่อรักษาโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง ไมเกรน และต้อหิน หากสังเกตว่ามีอาการดังกล่าวควรปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาเปลี่ยนยา

เปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอก ป้องกัน โรคหอบหืด

เปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะกอก การศึกษาในเด็กจากเกาะครีตพบว่า เด็กที่กินมาร์การีนมากมีโอกาสเป็นโรคหอบหืดและภูมิแพ้สูงกว่า สาเหตุอาจเป็นเพราะมาร์การีนมีกรดไขมันโอเมกา-6 สูง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ น้ำมันที่มีโอเมกา-6 สูง ได้แก่ น้ำมันข้าวโพด ดอกคำฝอย และทานตะวัน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงโอเมกา-6 และใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารแทน

ระวังสิ่งกระตุ้นภูมิแพ้ในห้องครัว ภาวะแพ้อากาศอาจกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืด อาการแพ้อาหารก็เป็นตัวกระตุ้นได้เช่นกัน ตัวการสำคัญ ได้แก่ ถั่วเปลือกแข็งและถั่วเหลือง (มักเป็นส่วนผสมของอาหารสำเร็จรูป)

ปรุงรสด้วยมะเขือเทศ ป้องกัน โรคหอบหืด

ปรุงรสด้วยมะเขือเทศ เช่น เติมซอสซัลซาในไข่เจียว ใส่มะเขือเทศในพายแคเซอโรล หรือเติมซอสมะเขือเทศในอาหารจานเนื้อหรือผัก งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่า ผู้ที่กินมะเขือเทศสัปดาห์ละ 3 ครั้ง มีอาการหอบหืดกำเริบน้อยกว่า

เติมเนื้อส้มในสลัดผัก กินวิตามินซีและเอเพิ่มขึ้นอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคหอบหืด การศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับโรคหอบหืดและอาหารพบว่า ผู้ที่มีระดับวิตามินทั้งสองชนิดในเลือดต่ำ มีโอกาสเป็นโรคปอดสูงกว่า วิตามินเอเสริมความแข็งแรงของเซลล์เยื่อบุทางเดินหายใจ วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยปกป้องเนื้อเยื่อและระบบภูมิคุ้มกัน และยังอาจช่วยกระตุ้นการทำงานของวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระอีกชนิดหนึ่ง วิตามินเอมีมากในผักสด เช่น ผักโขม ผักกาดเขียว คะน้า มันเทศ ฟักทอง แครอท รวมถึงอาหารที่มีการเติมสารอาหาร เช่น ซีเรียล หรือผักบรรจุกระป๋อง

เติมเนื้อส้มในสลัดผัก ป้องกัน โรคหอบหืด

กำจัดแมลงสาบ ทุกส่วนของแมลงชนิดนี้เป็นสารกระตุ้นภูมิแพ้ที่รุนแรง ไม่ว่าจะน้ำลาย มูล หรือไข่ งานวิจัยระบุว่าการแพ้แมลงสาบอาจกระตุ้นให้โรคหอบหืดมีอาการแย่ลง วิธีกำจัดที่ถูกต้อง คือ วางกรงดักแมลงสาบไว้รอบห้องครัว เช่น ใต้อ่างล้างจาน หลังตู้เย็น หรือใต้เตาอบ รวมถึงห้องที่มันชอบอาศัยอยู่ เช่น ห้องน้ำหรือชั้นใต้ดิน หากบ้านคุณมีแมลงสาบมาก ให้อุดรอยแตกบนพื้นหรือผนัง ร่วมกับใช้กรดบอริกพ่นบนเครื่องใช้ต่างๆ พื้นใต้เตา และตามรอยแตกของพื้นหรือผนังที่ยังไม่ได้ซ่อมแซม แต่ห้ามใช้วิธีนี้ในบ้านที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง

วิธีไล่หนู นำผ้าเช็ดพื้นหรือกระดาษชำระชุบน้ำมันเปปเปอร์มินต์ เช็ดตู้เก็บของชั้นล่าง ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าเป็นวิธีไล่หนูที่ได้ผลดีและไม่มีอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากหนูไม่ชอบกลิ่นนี้

จมูกของคุณ ย่อมรู้ดีกว่า

จงหายใจเข้าทางจมูกเสมอ อย่าหายใจเข้าทางปาก นี่คือหลักพื้นฐานของการหายใจแบบบูเทย์โก (Buteyko) ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1960 และกำลังเป็นที่แพร่หลายอีกครั้ง การศึกษาหลายฉบับระบุว่า การฝึกหายใจเข้าทางจมูก และกลั้นหายใจชั่วครู่แล้วผ่อนคลาย จะบรรเทาอาการหอบหืด และช่วยลดการใช้ยาในภาวะฉุกเฉิน แม้ประสิทธิภาพที่ชัดเจนของการหายใจแบบบูเทย์โกยังต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอีกหน่อย แต่คุณเริ่มฝึกฝนด้วยตนเองได้ ตั้งแต่บัดนี้ การหายใจเข้าทางจมูกช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและความอบอุ่นให้ทางเดินหายใจ อีกทั้งยังช่วยกรองฝุ่นมิให้พลัดหลุดเข้าปอด ช่วยปรับสมดุลของระดับคาร์บอนไดออกไซด์และไนตริกออกไซด์ในปอด ก๊าซสองชนิดนี้มีผลต่อการตีบแคบของหลอดลม

ป้องกันโรคหอบหืดตั้งแต่แรกเกิด

มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ระบุว่า เราอาจป้องกันทารกเป็นโรคหอบหืดได้ถ้าให้หญิงมีครรภ์กินอาหารที่มีวิตามีนอีสูง ภาวะขาดวิตามินอีในสตรีมีครรภ์มีส่วนทำให้เกิดโรคหอบหืดในเด็ก ราว 1 ใน 3 นักวิทยาศาสตร์คาดว่าฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของวิตามินอีช่วยปกป้องภูมิคุ้มกันในทางเดินหายใจของทารก อาหารที่มีวิตามีนอีสูง ได้แก่ จมูกข้าวสาลี น้ำมันจมูกข้าวสาลี รองลงมา คือ ถั่วเปลือกแข็ง เนยถั่ว มะม่วง และซีเรียลเสริมสารอาหาร อีกวิธีหนึ่งที่ดีต่อทารกในครรภ์ คือ กินโยเกิร์ตในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนคลอด และระยะให้นมบุตร โปรไบโอติกแล็กโตบาซิลลัสจีจี (Lactobacillus GG) ในโยเกิร์ต จะลดความเสี่ยงต่อโรคหอบหืดในทารก

โรคหอบหืด ป้องกันโรคหอบหืดตั้งแต่แรกเกิด

สูตรนี้น่าลอง

น้ำยาทำความสะอาดอาจกระตุ้นให้บางคนมีอาการหอบหืดกำเริบ เรามีวิธีเตรียมสารทำความสะอาดที่ใช้ได้ผลดีและอ่อนโยนต่อสุขภาพ โดยเตรียมจากข้าวของในห้องครัว เพียง 2 ชนิด

เบกกิ้งโซดา

  • กระเบื้อง โรยเบกกิ้งโซดาบนผ้าเช็ดมือชุ่มน้ำ ใช้เช็ดถูอ่างอาบน้ำ อ่างล้างมือ หรือโถสุขภัณฑ์
  • เตาอบ (ชนิดไม่มีระบบล้างในตัว) นำเบกกิ้งโซดา 1 ถ้วยผสมน้ำเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เป็นครีมข้น ใช้ทาบนผิวเตาอบ ทิ้งไว้ 15 นาที จากนั้นจึงขัดออก

น้ำส้มสายชู

  • หน้าต่าง เติมน้ำส้มสายชู 1/4 ถ้วยตวงใส่ในขวดสเปรย์ แล้วเติมน้ำจนเต็มขวด ใช้พ่นกระจกหน้าต่างแล้วเช็ดด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ขยำก้อน
  • พื้นบาน เติมน้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยในน้ำอุ่น 1 ถัง ใช้ถูบ้าน ไม่ต้องกลัวว่าบ้านจะมีกลิ่นเหมือนน้ำสลัด กลิ่นเหล่านี้จะระเหยหมดไปเองเมื่อพื้นแห้ง
  • ท่อน้ำอุดตัน เทเบกกิ้งโซดา 1/2 ถ้วยในท่อน้ำทิ้ง ตามด้วยน้ำส้มสายชู 1/2 ถ้วยเพื่อให้เกิดฟองฟู่ ปล่อยทิ้งไว้ 2-3 นาที จากนั้นจึงเทน้ำเดือด 1 กาตามลงไป
  • ทองแดง น้ำเกลือผสมกับน้ำส้มสายชูอย่างละเท่าๆ กัน (อาจเริ่มต้นจาก 1 ช้อนโต๊ะ) ใช้ขัดภาชนะทองแดงให้เงางาม แล้วล้างด้วยน้ำจนสะอาด

ลิงก์ผู้สนับสนุน