สะเก็ดเงิน กับธรรมชาติบำบัด

ที่จริงคนเป็น “สะเก็ดเงิน” น่าจะรวย เพราะชื่อฟังดูดี เดินไปไหนมีสะเก็ดเงินร่วงกราว แต่มันไม่ใช่อย่างนั้นน่ะซี

สะเก็ดเงิน โรคสะเก็ดเงิน

แล้วสะเก็ดเงินเกิดจากอะไร ?

วงการแพทย์แผนปัจจุบันจะบอกว่า ไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด แต่วงการธรรมชาติบำบัดเรารู้ชัดเจน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

อาการ : เป็นผื่นผิวหนังอักเสบเรื้อรัง ลักษณะเป็นตุ่มสีแดงมีขอบชัดและบนผื่นจะมีขุยสีขาว จนดูเหมือนมีสะเก็ดสีขาวคล้ายเงินปกคลุมอยู่ ทำให้มีการเรียกชื่อโรคนี้ว่า “สะเก็ดเงิน” ตามลักษณะของผื่นนั่นเอง บางที่ก็เรียกว่า “เรื้อนกวาง”

ข้อควรรู้ : สะเก็ดเงินเป็นอาการเฉพาะตัว ไม่เกี่ยวกับพันธุกรรมและไม่ใช่โรคติดต่อ

สาเหตุและวิธีแก้ตามแนวธรรมชาติบำบัด

1. มีเชื้อราในลำไส้ (ภาษาหมอเรียกว่าโรคไส้รั่ว หรือ Leaky Gut Syndrome)

สาเหตุ : เกิดจากการกินอาหารเก่าเก็บหมดอายุ โดยเฉพาะอาหารที่เก็บในตู้เย็นนานเกินไป มักจะมีเชื้อราเกิดขึ้นเสมอ หรือการกินผลไม้สุกงอม เช่น มะม่วง, กล้วย มีจุดดำๆ แล้วปาดทิ้งกินส่วนที่เหลือ ก็จะได้เชื้อราไปเต็มๆ การกินองุ่นร่วงหลุดขั้ว กินขนมปังขึ้นรา กินถั่วลิสงคั่ว กินพริกป่น ที่ใส่ในก๋วยเตี๋ยวต้มยำหรืออาหารอื่นๆ (ต้องจำไว้ว่า ถั่วงาทุกชนิดถ้าคั่วแล้วป่นต้องกินทันที หากทิ้งไว้เกิน 20 นาทีจะเกิดเชื้อราทั้งนั้น) หรือเกิดจากการมีพยาธิหลายสายพันธุ์มาขับถ่ายหมักหมมอยู่ในตัวเราก็ทำให้เกิดเชื้อราได้เช่นกัน

การมีเชื้อราในลำไส้เล็กก็เป็นเหตุทำให้ระบบดูดซึมเสีย เวลาดื่มน้ำน้ำไม่เข้าตัว ปัสสาวะบ่อย ถ่ายอุจจาระลำบาก (หัวขบวนแข็ง) ร่างกายจะสร้างพังผืดไปทั่ว ทำให้ปวดเมื่อยตึงไปทั้งตัว ยิ่งนวดยิ่งปวดมาก อยากกินอาหารประเภทโปรตีนกับของหวานมากเป็นพิเศษ บางรายจะมีอาการเบาหวานเทียมร่วมด้วย

ดื่มน้ำย่านาง ช่วยรักษา โรคสะเก็ดเงิน

วิธีแก้ : ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้ ก็ให้รีบหา “ใบย่านาง” มาปั่นหรือตำคั้นน้ำดื่มอย่างน้อยวันละ 3-4 แก้ว กินติดต่อกันจนกว่าอาการจะดีขึ้น และระหว่างนี้สำคัญมากที่ต้องงดอาหารประเภทโปรตีนกับของหวาน (ให้กินได้เฉพาะโปรตีนจากเห็ด, เต้าหู้ยี้ และโยเกิร์ต) เพื่อตัดเสบียงส่งกำลังไปเลี้ยงเชื้อรา กำจัดให้มันสิ้นซาก หากไม่เช่นนั้นพังผืดอาจพัฒนากลายเป็นเนื้องอกและเซลล์มะเร็งได้ในที่สุด

หรือจะกิน “ใบคนที” ต้นไม้ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “ต้นหมอชัง” ก็ให้เก็บใบมากินสดๆ วันละ 10 ใบ สามารถฆ่าเชื้อราได้ทั้งในไส้และนอกไส้ได้เกลี้ยงเกลา

เป็น สะเก็ดเงิน ห้ามไปนวดหรือฝังเข็มโดยเด็ดขาด

ข้อห้าม : คนเป็นเชื้อราในลำไส้ห้ามไปนวดหรือฝังเข็มโดยเด็ดขาดเพราะจะทำให้เลือดไหลเวียนดี เชื้อราจะยิ่งแพร่กระจายได้เร็วขึ้น

2. มีอุจจาระตกค้าง หรือขับถ่ายไม่หมด ซึ่งอาจเกิดจาก

มีอุจจาระตกค้าง หรือขับถ่ายไม่หมด

2.1 นอนตื่นสาย ไม่สามารถลุกขึ้นมาขับถ่ายได้ในช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ คือ ตี 5 -7 โมงเช้า และถ้าไม่กินข้าวเช้าก่อน 9 โมงก็จะยิ่งไปกันใหญ่ เพราะกระเพาะจะดูดซึมอาหารเก่า (คืออุจจาระ) ไปย่อยใหม่และส่งไปเลี้ยงทั่วร่างกาย ทำให้เลือดไม่สะอาด ตับยิ่งทำงานหนัก ขับพิษไม่หมด ก็จะส่งมาฟ้องทางผิวหนัง กลายเป็นผื่นอักเสบเรื้อรังหรือสะเก็ดเงินนั่นเอง

วิธีแก้ : ให้ระบายอุจจาระตกค้างออกด้วยสูตรนมหรือสูตรผัก (ถ้าลองสูตรนมแล้วไม่ได้ผล ก็ให้ใช้สูตรผัก)

สูตรนม

สูตรขับอุจจาระตกค้าง

  • โยเกิร์ต+นมสด+น้ำผึ้ง+มะนาว โดยใช้โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย นมสดรสจืด 2 กล่อง น้ำผึ้งและน้ำมะนาวตามชอบ ชงผสมให้เข้ากัน ตั้งวางไว้อย่างน้อย 15 นาที แล้วนำมาดื่ม ควรกินตอนเช้าก่อนอาหาร
  • นม+กล้วย นมสด 2 กล่อง กล้วยน้ำว้า 2 ลูก กินตอนเช้าก่อนอาหาร
  • นมข้นหวาน+โซดา นมข้นหวาน 6 ช้อนโต๊ะ โซดา 1 แก้วใหญ่ ชงให้เข้ากัน ดื่มก่อนนอนหรือตอนเช้าก่อนอาหาร

สูตรผัก

น้ำเม็ดแมงลัก ช่วยอุจจาระตกค้าง

  • เม็ดแมงลักแบบแห้ง 1 ช้อนโต๊ะ ชงผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว (ถ้าชงกับน้ำต้มข่าจะได้ผลเร็วขึ้น ทั้งช่วยฟื้นฟูปลายประสาทอีกด้วย) ปล่อยไว้จนพองบานเต็มที่ ดื่มก่อนนอนทุกคืน ตื่นเช้ามาจะขับถ่ายได้ดีมาก
  • ให้กิน ผักมีเมือกๆ ทุกชนิด อาทิ กระเจี๊ยบเขียว ผักบุ้ง ผักปลัง ผักเซียงดา น้ำเต้า บวบ ตำลึง กุยช่าย ใบอ่อมแซบ ผักขะแยง ฯลฯ
  • มะขามข่า ใช้มะขามเปียก 8 ส่วน (นำมานึ่งฆ่าเชื้อราก่อน), ข่าแห้งตำละเอียด 1 ส่วน, เกลือป่น 1 ส่วน ผสมให้เข้ากัน คลุกด้วยผงชะเอมหรือผงบ๊วย ปั้นเป็นก้อนกลมขนาดพอดีคำ กินระบายอุจจาระตกค้างได้ดีมากทั้งยังช่วยฟื้นฟูปลายประสาทอีกด้วย

2.2 กระดูกหลังข้อที่ 9 เคลื่อน ทำให้ไปกดทับเส้นประสาทลำไส้ใหญ่ ลำไส้เลยไม่บีบรัดตัว อุจจาระจึงตกค้างคาลำไส้ ส่งผลร้ายตามมาเหมือนข้อ 2.1

วิธีแก้ : ให้หาโอกาสไปจัดกระดูกแบบไคโรแพรกติกส์ หรือยืนบนไม้สโล้ป 45 องศา วันละ 10-20 นาทีเพื่อจัดกระดูกให้เข้าที่ด้วยตัวเอง

ลิงก์ผู้สนับสนุน