แผลในกระเพาะอาหาร บรรเทาอาการได้ด้วยตำรับยาจากธรรมชาติ

แต่ก่อนเคยเชื่อกันว่า แผลในกระเพาะอาหารเกิดจากการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความเครียด แต่ปัจจุบันพบแล้วว่าความเครียดเป็นเพียงปัจจัยหนึ่งเท่านั้น แผลในกระเพาะอาหารส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อเฮลิโคแบ็กเตอร์ ไพโลไร หรือเอช.ไพโลไร (Helicobacter pylori: H.pylori) ซึ่งเข้าสู่ร่างกายทางอาหาร น้ำดื่ม หรือการจูบ การติดเชื้อทำให้เยื่อเมือกซึ่งปกป้องระบบทางเดินอาหารอ่อนแอลง กรดจึงกัดกร่อนเนื้อเยื่อบริเวณที่อ่อนแอ ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหาร หากแพทย์วินิจฉัยว่าคุณเป็นโรคนี้ มียาจากธรรมชาติหลายตำรับที่นอกจากช่วยบรรเทาอาการแล้ว ยังรักษาที่ต้นเหตุได้อีกด้วย

แผลในกระเพาะอาหาร รักษาอย่างไร

ยาดีจากครัวช่วยเรื่อง…แผลในกระเพาะอาหาร

กระเทียม, ข้าวบาร์เลย์, แครนเบอร์รีแห้ง, ชา, ชาขิง, ชาคาโมไมล์, เชอร์รีแห้ง, น้ำผึ้ง, น้ำมันงา, น้ำมันปลาชนิดแคปซูล, น้ำมันแฟลกซ์, ปลากระป๋อง, เมล็ดพืช (แฟลกซ์ ฟักทอง งา ดอกทานตะวัน), วอลนัต วุ้นจากว่านหางจระเข้, หอมหัวใหญ่, แอปเปิล

ลิงก์ผู้สนับสนุน

แผลในกระเพาะอาหาร แสบร้อนท้อง ปวดท้อง ท้องอืด

ควรทำอะไรก่อน

นอกจากการใช้ยาแผนปัจจุบันและตำรับยาพื้นบ้านแล้ว วิธีรักษาแผลในกระเพาะอาหารส่วนใหญ่เป็นเรื่องสามัญสำนึกที่ทำได้ไม่ยาก

  • งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สองอย่างนี้นอกจากเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดแผลในกระเพาะอาหารแล้ว ยังกระตุ้นให้อาการรุนแรงขึ้นอีกด้วย
  • ช่วงที่มีอาการปวดท้องควรงดกินอาหารรสจัด เครื่องเทศรสจัด ไม่ทำให้เกิดแผล แต่การให้พริกรสเผ็ดร้อนสัมผัสแผล แม้จะเป็นแผลภายใน ย่อมระคายเคืองและทำให้แผลหายยาก
  • หลีกเลี่ยงยาไอบูโปรเฟน แอสไพริน และยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เนื่องจากยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงที่ทำให้เลือดออกในกระเพาะอาหาร หากจำเป็นต้องใช้ยาเหล่านี้เพื่อรักษาโรคอื่นอยู่ ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อกินยาลดกรดร่วมด้วย
  • จำกัดคาเฟอีน อาหารที่มีคาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา ช็อกโกแลต มีฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร ทำให้ระคายเคืองแผลในกระเพาะอาหารยิ่งขึ้น

ปวดท้อง แผลในกระเพาะอาหาร

เมื่อไร…ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์ถ้ามีอาการต่างๆ ต่อไปนี้อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ แสบร้อนท้อง ปวดท้อง ท้องอืด มีเลือดปนอุจจาระ หรือคลื่นไส้โดยไม่มีสาเหตุ กรณีที่ถือว่าร้ายแรง คือ อาเจียนเป็นเลือด (อาจมีสีเข้มคล้ายตะกอนกาแฟ สีดำ แดงสด หรือแดงเลือดหมู) อุจจาระสีดำ (มีเลือดออกในทางเดินอาหาร) หรือปวดท้องรุนแรง ซึ่งอาจเป็นอาการของบาดแผลทะลุที่กระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กตอนต้น ภาวะนี้อาจอันตรายถึงชีวิต จำเป็นต้องรีบพบแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉิน

ตำรับยาจากครัว

กินโอเมกา-3 แผลในกระเพาะอาหารมีส่วนเชื่อมโยงกับภาวะขาดกรดลิโนเลอิก (linoleic acid) ซึ่งเป็นกรดไขมันโอเมกา-3 ชนิดหนึ่ง พบมากในปลากระป๋อง น้ำมันปลาชนิดแคปซูล และน้ำมันแฟลกซ์ ถ้ากินเมล็ดแฟลกซ์จะได้ประโยชน์เพิ่มอีกอย่างคือ จะช่วยกระตุ้นการสร้างเมือกในกระเพาะอาหาร ซึ่งป้องกันอันตรายจากกรด วิธีคือ เคี้ยวเมล็ดแฟลกช์ 1 ช้อนชาแล้วกลืนอาหารอื่นๆ ที่มีกรดลิโนเลอิก คือ เมล็ดฟักทอง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดงา น้ำมันจากเมล็ดพืชเหล่านี้ และวอลนัต

ฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำขิง รักษา แผลในกระเพาะอาหาร

ฆ่าเชื้อโรคด้วยน้ำขิง เชื้อเอช.ไพโลไรเกลียดขิง มีการศึกษาพบว่า ทั้งขิงผงและขิงสดสามารถฆ่าแบคทีเรียส่วนใหญ่ที่เป็นสาเหตุของแผลในกระเพาะอาหาร นำขิงผงหรือขิงสดสับละเอียด 1 ช้อนชา ใส่ในน้ำเดือด 1 ถ้วยตวง ปิดฝาแล้วพักไว้ 30 นาที กรองกากออก ดื่มน้ำขิงวันละ 3 ครั้ง

ดื่มน้ำว่านหางจระเข้ วุ้นจากใบว่านหางจระเข้ นอกจากใช้รักษาบาดแผลและแผลไหม้ได้ดีแล้ว ยังรักษาแผลภายในร่างกายได้ต้วย มีการศึกษาพบว่า การดื่มน้ำว่านหางจระเข้ช่วยลดการอักเสบ และทำให้แผลในกระเพาะอาหารหายเร็วขึ้น วิธีคือ ดื่มวุ้นจากใบว่านหางจระเข้ครั้งละ 1/4 ถ้วย วันละ 3 ครั้ง ปริมาณขนาดนี้ถือว่ามากเกินกว่าจะปลูกเองได้ ควรซื้อน้ำว่านหางจระเข้ 100% จากร้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ อ่านฉลากให้ละเอียดก่อน เลือกที่มีส่วนประกอบเพียงชนิดเดียว ไม่ควรมีส่วนผสมของอะโลอิน (aloin) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบายอย่างแรง

กินแอปเปิล ช่วยรักษา แผลในกระเพาะอาหาร

กินแอปเปิล หรือดื่มชาสักถ้วย รวมทั้งกินแครนเบอร์รีหรือเชอร์รีแห้ง 1 กำมือ วันละ 2-3 ครั้ง อาหารเหล่านี้มีสารฟลาโวนอยด์ที่ปกป้องเซลล์ไม่ให้ถูกทำลาย มีการศึกษาที่ทดลองกับสัตว์ทดลอง พบว่า ฟลาโวนอยด์หลายชนิดมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ฟลาโวนอยด์ยังมีในอาหารชนิดอื่นอีก ได้แก่ หอมหัวใหญ่และกระเทียม งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า หอมหัวใหญ่และกระเทียม มีฤทธิ์เป็นยาปฏิชีวนะธรรมชาติ และอาจฆ่าเชื้อเอช.ไพโลไรได้

ดื่มชาคาโมไมล์ ชาชนิดนี้มีฤทธิ์ผ่อนคลายความเครียดซึ่งกระตุ้นให้แผลลุกลาม ช่วยลดอักเสบและยับยั้งการเติบโตของเอช.ไพโลไร วิธีเตรียมชาคือ นำชาคาโมไมล์ 2 ถุง แช่ในน้ำเดือด 1 ถ้วย ปิดฝา ทิ้งไว้ 10-15 นาที ดื่มวันละ 3 ถ้วย

น้ำผึ้ง ยาปฏิชีวนะสูตรหวาน ช่วยรักษา แผลในกระเพาะอาหาร

ลองกินยาปฏิชีวนะสูตรหวาน ปัจจุบันพบเชื้อเอช.ไพโลไรดื้อยาปฏิชีวนะเพิ่มขึ้น แพทย์จึงเริ่มสนใจยาจากธรรมชาติ เช่น นํ้าผึ้ง ซึ่งใช้เป็นยารักษาแผลน้ำร้อนลวกมานานแล้ว การศึกษาในสัตว์ทดลอง พบว่า น้ำผึ้งช่วยลดการเกิดแผลในกระเพาะอาหารได้ถึงร้อยละ 98 นักวิจัยจากนิวซีแลนด์ใด้ทดลองผสมน้ำผึ้งกับเชื้อแบคทีเรียซึ่งแยกมาจากน้ำย่อยในกระเพาะอาหาร พบว่าน้ำผึ้งฆ่าแบคทีเรียได้หมด เรายังไม่ทราบชัดเจนว่าควรใช้น้ำผึ้งปริมาณเท่าใดในการรักษาแผล แต่แนะนำให้เริ่มด้วยการกินวันละ 2 ช้อนโต๊ะพร้อมกับอาหารเช้า เช่น ขนมปัง ข้าวโอ๊ต หรือซีเรียล กินทุกวันจนกว่าอาการจะหมดไป

ลิงก์ผู้สนับสนุน