แผลฟกช้ำ รอยฟกช้ำ จัดการกับบาดแผลฟกช้ำด้วยตำรับยาก้นครัว

มื่อเดินชนของบางอย่างหรือมีสิ่งของมากระแทกโดนคุณ จะเกิดรอยช้ำสีม่วงน่าเกลียดตรงตำแหน่งที่โดนกระแทกทันที แต่ถ้าคุณรีบวิ่งเข้าครัว จะมีตำรับยาดีที่อาจช่วยป้องกันรอยช้ำได้ หรืออย่างน้อยก็ช่วยให้รอยช้ำนี้จางลงเร็วขึ้น หัวใจสำคัญของการดูแลแผลฟกช้ำ คือ การแก้ไขอย่างรวดเร็ว

แผลฟกช้ำ รอยฟกช้ำ รอบดวงตา

ยาดีจากครัวช่วยรักษา…แผลฟกช้ำ

น้ำตาล, น้ำมันละหุ่ง, น้ำมันลาเวนเดอร์, น้ำส้มสายชู, ใบบัวบก, แป้งท้าวยายม่อม (แป้งสาคู), วิตช์เฮเซล, ออริกาโน, อาร์นิกา

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ควรทำอะไรก่อน

ยาในครัวนั้นรักษาแผลฟกช้ำได้จริง แต่ต้องเริ่มจากขั้นตอนต่อไปนี้เสมอ คือ ใช้กระดาษทิชชูแผ่นใหญ่หนา ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดหน้า หรือกระดาษทิชชู ชุบน้ำเย็นจัด (หรือใช้ผ้าขนหนูห่อน้ำแข็ง) วางประคบทันที (ใช้ผักแช่แข็ง 1 ถุงแทนก็ได้) วิธีนี้ช่วยหยุดอาการเลือดออกใต้ผิวหนังและช่วยลดบวมด้วย

เมื่อไร…ควรพบแพทย์

ควรไปพบแพทย์ถ้าคุณมักมีรอยฟกช้ำเป็นบริเวณกว้าง หรือเจ็บปวดจากการฟกช้ำโดยไม่รู้สาเหตุ และควรไปพบแพทย์เช่นกันหากเริ่มฟกช้ำได้ง่าย และเริ่มมีเลือดกำเดาไหล หรือมีห้อเลือดที่เหงือก

แผลฟกช้ำ รอยฟกช้ำ บริเวณเท้า

ตำรับยาจากครัว

ใบบัวบกและดอกอาร์นิกา ครอบครัวนักกิจกรรมควรปลูกบัวบกไว้หลายๆ กระถางวางไว้ใกล้ครัว เนื่องจากในต้นและใบบัวบกมีสารไตรเทอร์ปีน (triterpene) หลายชนิด มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรียที่ทำให้เกิดการอักเสบ จึงใช้รักษาแผลได้หลายชนิด ใช้ต้นและใบบัวบกสัก 1 กำมือ ล้างให้สะอาด ตำพอแหลก นำมาพอกแผลฟกช้ำ จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดซึ่งจะลดการอักเสบและฟกช้ำ ส่วนอาร์นิกา (Arnica Montana) เป็นดอกไม้จากเทือกเขาแอลป์ที่ใช้รักษาแผลฟกช้ำและบาดแผลอื่นๆ มานานแล้ว ในปี 2006 แพทย์ศัลยกรรมพลาสติกในคอนเนตทิคัต สหรัฐอเมริกา ได้ทดลองกับอาสาสมัคร 29 คนที่เพิ่งทำศัลยกรรมยกกระชับใบหน้า สรุปผลได้ว่า ผู้ที่ได้รับอาร์นิกาจะมีรอยช้ำน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้รับ หัวใจสำคัญ คือ ต้องใช้ทันทีหลังโดนกระแทก ยิ่งรอช้าประสิทธิภาพของอาร์นิกายิ่งลดลง บางคนชอบใช้ครีมอาร์นิกาทาบนจุดที่ฟกช้ำ แต่ต้องไม่ทาบริเวณที่มีบาดแผลเปิดหรือแผลถลอกอยู่

ใบบัวบก ช่วยรักษา แผลฟกช้ำ

แกรอยช้ำด้วยความหวาน วิธินี้จะได้ผลก็ต่อเมื่อคุณอยู่ใกล้ถ้วยใส่น้ำตาลตอนที่โดนกระแทก รีบทำให้นิ้วมือเปียกแล้วจุ่มลงในถ้วยน้ำตาล ใช้มือที่เปื้อนน้ำตาลนวดแรงๆ ทั่วบริเวณที่โดนกระแทก จะช่วยปิดหลอดเลือดฝอยที่กำลังมีเลือดออกใต้ผิวหนัง และป้องกันการเกิดรอยฟกช้ำ

มีแป้งทาวยายม่อม แม่ครัวพ่อครัวหลายคนมีแป้งท้าวยายม่อมไว้ใช้ผสมซอสให้ข้นขึ้น ถ้าคุณมีใช้อยู่ ให้นำมา 1-2 ช้อนโต๊ะขึ้นอยู่กับพื้นที่ผิวหนังที่โดนกระแทก ผสมกับน้ำพอให้เป็นแป้งเปียกแล้วทาพอกทั่วรอยช้ำ พอแห้งคุณจะพบว่ารอยฟกช้ำหายไป

แป้งทาวยายม่อม ช่วยรักษา แผลฟกช้ำ

ลองใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล ตำรับนี้เก่าแก่มาก และก็เช่นเดียวกับตำรับยาพื้นบ้านอื่นๆ คือ ไม่มีงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์อธิบายว่าน้ำส้มสายชูหมักชนิดนี้แก้ฟกช้ำได้อย่างไร เตรียมง่ายๆ โดยผสมน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลกับน้ำอุ่นอย่างละเท่า ๆ กัน จุ่มผ้าหรือกระดาษทิชชูแผ่นใหญ่หนาลงไปพอชุ่ม แล้ววางกดเบาๆ บนตำแหน่งที่ฟกช้ำ อาจเป็นเพราะน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลกับนํ้าอุ่นช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดที่ผิวหนังบริเวณนั้น จึงช่วยกระจายเลือดที่คั่งอยู่ นอกจากนี้วิตช์เฮเซลก็ใช้ได้ดีเช่นกัน

รอยฟกช้ำดำเขียวรอบดวงตา ถ้ารอบดวงตาฟกช้ำจะทำให้อาย จนต้องปิดด้วยผ้ากอซเหมือนโจรสลัด (ซึ่งยิ่งน่าเขินกว่า) ใช้น้ำมันละหุ่งนวดเบาๆ บนผิวที่ฟกช้ำ ระวังอย่าให้น้ำมันเข้าตา สูตรนี้ผ่านการใช้มาแล้วและว่ากันว่าช่วยลดปวดและบวม ทำให้รอยช้ำจางลง

ทาถูด้วยน้ำมันหอม ช่วยรักษา แผลฟกช้ำ

ทาถูด้วยน้ำมันหอม ผสมน้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ 5 หยด ในน้ำมันพืช 1 ช้อนชา ใช้นวดแผลฟกช้ำ แรงกดจากการนวดช่วยให้เลือดที่คั่งอยู่ซึมกลับเข้าหลอดเลือด และกลิ่นของลาเวนเดอร์ช่วยให้ผ่อนคลายและสงบ ช่วยลดความวุ่นวายใจหลังอุบัติเหตุเล็กๆ น้อยๆ

สูตรนี้ ก็มีด้วย

เรายอมรับว่าการรักษาแบบจีนโบราณวิธีนี้เหมาะสำหรับอ่านตลกๆ มากกว่าเอาไปใช้จริง และเราไม่รับประกันผลสำเร็จ แต่ก็ปลอดภัยและอาจคุ้มค่าที่จะลองดู อย่างน้อยที่สุดมันจะทำให้เด็กที่ฟกช้ำอยู่รู้สึกสนุกและเบนความสนใจของเด็กไปจากบาดแผล คุณต้องมีของ 2 อย่าง คือเหรียญทำด้วยเงิน 1 เหรียญ และไข่ต้มสุกใหม่ๆ ปอกเปลือกไข่แล้วนำเหรียญมากลิ้งในแนวตั้งเข้าไปในไข่ ให้ส่วนบนสุดของเหรียญเสมอกับส่วนบนสุดของไข่ จากนั้นวางไข่อุ่นๆ (ไม่ร้อน) บนรอยฟกช้ำ ทิ้งไว้ 30 นาที ว่ากันว่าช่วยให้รอยช้ำจางลงทันที

จับผิดความเชื่อเรื่องสับปะรด

เคยมีความเชื่อว่าการกินสับปะรดมากๆ จะทำให้รอยฟกช้ำจางลง แต่นี่อาจเป็นความเชื่อที่ผิด จริงอยู่ที่โบรมีเลน (bromelain) สารธรรมขาติที่พบมากในสับปะรดนั้นช่วยให้รอยฟกช้ำจางลง เนื่องจากมีฤทธิ์ป้องกันเลือดจับตัวเป็นลิ่มและฤทธิ์ต้านอักเสบ ปัญหาคือ สารโบรมีเลนนั้นมีอยู่ในส่วนแกนสับปะรดมากกว่าที่เนื้อสับปะรด นอกจากนี้คนที่กินโบรมีเลนเป็นสารเสริมอาหาร และวางแผนจะเข้ารับการผ่าตัด ต้องแจ้งให้แพทย์ทราบด้วย

ลิงก์ผู้สนับสนุน