แนวทางปฏิบัติตัว เพื่อความสวยใสในวัยเลี่ยมทอง (วัยกลางคน)

วัยเลี่ยมทองที่ว่านี้ หลายสำนักเขาไม่อยากให้คนถูกเรียกแสลงใจ ก็เลยเลี่ยงไปใช้คำว่า ‘วัยผู้บริหาร’ ซึ่งส่วนใหญ่ก็คือ ‘วัยกลางคน’ ขึ้นไปนั้น จนเฉียดเข้าเขตเหมืองทองแล้วนั่นแหละ

วัยที่ว่านี้เป็นวัยที่ไม่ต้องการอาหารเพื่อการเติบโตของร่างกายมากนัก แต่ต้องการอาหารเพื่อให้กล้ามเนื้อกับอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ตามปกติ และให้มีน้ำหนักเหมาะสมกับความสูง

แนวทางปฏิบัติเพื่อสุขภาพดี ในวัยทำงาน วัยกลางคน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

วัยนี้จึงไม่ควรได้รับอาหารมากจนเกินไป เพราะจะทำให้อวัยวะต่างๆ เสื่อมเร็วกว่าปกติได้

ดังนั้น หากมีการดูแลควบคุมเรื่องโภชนาการให้ดีแล้ว นอกจากจะทำให้มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นปกติ ยังสามารถชะลอหรือป้องกันโรคภัยไข้เจ็บเกี่ยวกับการกินเกินได้อีกด้วย

นั้นคือโรคอ้วน โรคหลอดเลือดตีบตัน ซึ่งมักจะเป็นกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ สมอง แขนขา และอวัยวะต่างๆ รวมทั้งมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง

การรับประทานอาหารให้ได้โภชนาการที่ดีสำหรับคนวัยเลี่ยมทอง (35-วัยหมดประจำเดือน) นี้ มีหลักทั่วๆ ไปคือ

1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

ให้เกิดความสมดุล ไม่มากหรือน้อยเกินไปในหมู่ใดหมู่หนึ่ง ที่สำคัญคือไม่ให้อ้วน การอ้วนหรือผอมนั้น วิธีดูง่ายๆ ก็คือ ถ้าเป็นผู้ชายน้ำหนักที่พอเหมาะก็คือ ความสูงที่เป็นเซนติเมตรลบด้วย 100 เช่น คนที่สูง 170 เซนติเมตรก็อาจมีน้ำหนักได้ถึง 70 กิโลกรัม สำหรับคุณผู้หญิง น้ำหนักที่พอเหมาะก็คือ ส่วนสูงที่เป็นเซนติเมตรลบด้วย 105 หรือบางกรณีก็ลบด้วย 110 ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับโครงสร้างของกระดูกของแต่ละคนด้วย

เมื่อลองคำนวณออกมาแล้ว ใครที่รู้ตัวว่าทำท่าจะอ้วนก็จะต้องลดอาหารพวกไขมัน งดรับประทานอาหารที่เติมน้ำมัน หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันชัดเจน เช่น ขาหมู หนังไก่ หนังเป็ด ขณะเดียวกันก็ต้องลดอาหารจำพวกแป้งและอาหารที่มีรสหวานด้วย

วัยทำงาน วัยกลางคน ต้องกินอาหารให้ครบ 5 หมู่

2. รับประทานอาหารจำพวกเนื้อสัตว์พอประมาณ

โดยเน้นเนื้อปลา เนื้อสัตว์เล็กๆ และหันมาสนใจอาหารที่มาจากถั่วเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเต้าหู้ขาว เต้าหู้เหลือง ถั่วงอก เป็นต้น

3. รับประทานอาหารที่มีไขมันไม่มาก

ไขมันที่ได้จากอาหารนั้น อาจได้มากับเนื้อปลา ไก่ เนื้อหมู และน้ำมันที่มาจากการทอดหรือการผัด

ถ้าเผื่อรับประทานแบบไทยๆ มีผักนึ่งบ้าง ต้มจืดบ้าง ผัดผักบ้าง เราจะได้ไขมันในปริมาณที่พอเหมาะ

การบริโภคไขมันมากเกินความจำเป็นจะทำให้เกิดโรคต่างๆ คือ โรคไขมันสูงในเลือดโรคหลอดเลือดตีบตัน และโรคมะเร็งตามมาได้

4. ต้องจำกัดปริมาณน้ำตาล

การบริโภคน้ำตาล ขนมหวานมากๆ นั้น น้ำตาลส่วนเกินจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นไขมัน ทำให้มีไขมันในเลือดสูง และมีโอกาสทำให้อ้วนได้ด้วย

5. ควบคุมเกลือและจำกัดอาหารรสเค็ม

โดยให้มีเกลือวันละ 5-6 กรัมเท่านั้น เพื่อป้องกันโรคดวามดันโลหิตสูง โดยเฉพาะกับวัยผู้บริหาร ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีหลอดเลือดยืดและหดตัวไม่ดีเท่าที่ควร และเสี่ยงต่อการมีหลอดเลือดแข็งตัวมาก

การรับประทานอาหารที่มีรสเค็มหรือมีเกลือ (รวมถึงผงชูรสด้วย) มากๆ ปริมาตรของเลือดและน้ำที่อยู่ในกระแสเลือดก็จะมีมากขึ้น ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง

วัยทำงาน วัยกลางคน ต้องกินผัก

6. รับประทานพืชผักต่างๆ ให้มาก

พืชผักให้วิตามินและเกลือแร่เกือบทุกชนิด และที่สำคัญคือให้กากอาหารหรือใยอาหารด้วย ซึ่งจะทำให้การย่อย และการดูดซึมอาหารราบรื่น นอกจากนี้กากอาหารยังช่วยปกป้องเยื่อบุลำไส้จากสารพิษ ช่วยดักจับสารพิษ ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก และยังช่วยทำให้สำไส้สะอาด

7. รับประทานผลไม้ให้มากขึ้น

สำหรับคนที่มีน้ำหนักค่อนข้างมาก ท้วม หรืออ้วน ควรระวังผลไม้ที่รสหวาน เช่น เงาะ ทุเรียน มะม่วงสุก สำหรับผลไม้ที่ไม่หวานสามารถรับประทานได้เต็มที่ เช่น ฝรั่ง ชมพู่ มะละกอ

8. รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ

คนในวัยนี้มักจะละเลยอาหารมื้อเช้า ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับร่างกายที่ไม่ได้รับอาหารและน้ำมาเลยตลอดทั้งคืน ส่วนมื้อกลางวัน ส่วนมากหยิบคว้าอาหารฟาสต์ฟู้ดอะไรได้ก็ยัดใส่ปากกันทันที ควรทราบว่ามื้อกลางวันก็สำคัญอย่างยิ่ง เพราะระหว่างทำงานนั้น สมองใช้พลังงานมหาศาล และงานก็ยังกองท่วมหัวไปอีกตลอดบ่าย อาหารมื้อเที่ยงจึงควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายให้พลังงานพอสมควร เพื่อรับมือกับงานตลอดบ่าย และควรสำรองน้ำผลไม้ไว้ดื่มเป็นอาหารว่างในช่วงบ่ายๆ อีกด้วย

จากหลักการทั้งหมดที่กล่าวมาแล้ว หากบวกเพิ่มด้วยการออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 5-20 นาที ไม่ว่าจะเป็นเดิน วิ่ง กระโดดเชือก ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก ฯลฯ ก็จะยิ่งช่วยควบคุมรูปร่าง เพิ่มสมรรถภาพในการไหลเวียนโลหิต ทำให้ปอดและหัวใจแข็งแรง ทำให้การไหลเวียนของฮอร์โมนต่างๆ ดีขึ้น

ส่วนเรื่องของเหล้าและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้น งดดื่มได้จะดีที่สุด ใครที่งดไม่ได้ ควรพยายามดื่มให้น้อย เหลือเพียงปริมาณ 20-30 ซีซี ก่อนอาหาร ซึ่งจะมีส่วนช่วยทำให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ถือว่าเป็นยากระตุ้นให้อยากรับประทานอาหาร

แต่ถ้าดื่มมากเกินไป นอกจากจะทำให้ติดแล้ว ยังมีผลเสียต่อระบบการย่อยการดูดซึมอาหาร ทำให้เกิดโรคตับแข็ง โรคสมองเสื่อม โรคหลอดเลือดตีบตัน เช่นกัน

ใครๆ ก็ปรารถนาที่จะมีสุขภาพดีทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่อล่วงเข้าสู่วัยกลางคน หรือในวัยทำงานที่ต้องมีภาระหน้าที่รับผิดชอบมากมายอยู่แล้ว การที่ต้องมากังวลกับปัญหาสุขภาพด้วยคงไม่เป็นการดีต่อตนเอง และหน้าที่การงานนัก หากสามารถปฏิบัติตามหลักง่ายๆ ดังกล่าวข้างต้น ปัญหาเรื่องสุขภาพคงจะเบาบางลงไปได้

วัยทำงาน วัยกลางคน ต้องทำจิตให้แจ่มใส

สิ่งสำคัญที่อยากจะฝากเพิ่มเติมไว้ก็คือ ‘เรื่องของจิตใจ’

การทำจิตใจให้สงบและผ่อนคลายอยู่เสมอ นับว่ามีผลดีต่อร่างกายไม่แพ้โภชนาการ และการปฏิบัติตัวในด้านอื่นๆ

ลิงก์ผู้สนับสนุน