เลือดกำเดาไหล ทำอย่างไรจะสามารถหยุดเลือดกำเดาไหลได้

จู่ๆ เลือดก็พุ่ง (หรือหยด) จากจมูก ทำให้คุณตกใจแทบแย่ และยังทำให้เสื้อผ้าคุณเลอะเทอะอีกด้วย เลือดกำเดาอาจไหลออกมาโดยไม่มีอาการเตือนล่วงหน้าขณะที่คุณแคะจมูกแล้วเล็บโดนหลอดเลือดโดยบังเอิญ แต่ที่เกิดบ่อยกว่า คือ ถูกกระแทกจากการเล่นกีฬา ไม่ว่าเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม อย่าตื่นตระหนก ตั้งสติ แล้วคุณจะสามารถหยุดเลือดกำเดาได้ในไม่กี่นาที

เลือดกำเดาไหล

ยาดีจากครัวช่วยเรื่อง…เลือดกำเดาไหล

ถุงประคบเย็น, น้ำ, น้ำมันมะกอก, น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเจล, ปิโตรเลียมเจล, พริกป่น, ว่านหางจระเข้, วิตช์เฮเซล, วิตามินอี

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ควรทำอะไรก่อน

บางครั้งเลือดกำเดาจะไหลเมื่ออากาศแห้ง เช่น ในฤดูหนาว เพราะเมื่อโพรงจมูกแห้งเลือดกำเดาจะไหลง่าย ดังนั้นในคืนที่อากาศหนาวและแห้ง ควรเปิดเครื่องทำความชื้นขณะที่คุณนอนหลับ และหากคุณเลือดกำเดาไหล ให้ลองวิธีต่อไปนี้ก่อน

  • นั่งตัวตรงแล้วเอนไปข้างหลังเพื่อลดแรงดันของหลอดเลือดในโพรงจมูกและให้เลือดไหลน้อยลง
  • ใช้นิ้วโป้งและนิ้วชี้บีบจมูกไว้ 5-10 นาที
  • เมื่อเลือดหยุดไหล ห้ามแคะจมูกและสั่งน้ำมูก และอย่าก้มหน้าภายใน 2-3 ชั่วโมง ให้ศีรษะอยู่สูงกว่าระดับหัวใจเพื่อป้องกันเลือดไหลอีกรอบ
  • หากเลือดกำเดาไหลอีก ให้สั่งน้ำมูกอย่างแรงเพื่อขับลิ่มเลือดในโพรงจมูกออกมา แล้วพ่นด้วยยาพ่นจมูก เช่น อิลิอาดิน (Iliadin) ออกซิเมด (Oxymed) เปอร์นาซีนออกซี (Pernazene-oxy) ซึ่งประกอบด้วยตัวยาออกซีเมตาโซลีน (oxymetazoline) ให้บีบจมูกอีกครั้งแล้วไปพบแพทย์ ทั้งนี้ห้ามใช้ยาพ่นจมูกติดต่อกันเกิน 3 วัน

เลือดกำเดาไหล

เมื่อไร ควรพบแพทย์

โดยปกติเลือดกำเดาไหลไม่เป็นอันตราย แต่ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ควรพบแพทย์ทันที

  • เลือดกำเดาไหลหลังศีรษะถูกกระแทก หรือถูกชกที่จมูก จมูกคุณอาจหักหรือศีรษะอาจได้รับการกระทบกระเทือน
  • เลือดไหลไม่หยุดนานกว่า 20 นาทีหรือไหลออกเยอะมาก
  • มองเห็นภาพไม่ชัด และ/หรือมีอาการปวดมากภายในหรือรอบๆ ดวงตาข้างใดข้างหนึ่ง

อีกประการหนึ่ง ควรพบแพทย์หากมีเลือดกำเดาไหลบ่อย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับโรคอื่นๆ เช่น ความดันโลหิตสูง มีการติดเชื้อ หรือเนื้องอก ยาละลายลิ่มเลือดที่ใช้อยู่ เช่น แอสไพริน หรือวาร์ฟาริน (warfarin) ก็อาจทำให้เลือดกำเดาไหลได้

ตำรับยาจากครัว

สูดพริกป่นเล็กน้อย พริกป่นใช้ห้ามเลือดได้ดี เพราะช่วยให้เลือดจับตัวปิดปากแผลและยังเป็นยาแก้ปวด กุมารแพทย์รายหนึ่งยืนยันว่า พริกป่นบรรเทาเลือดกำเดาไหลในเด็กได้ดีเยี่ยม คำแนะนำในการใช้ คือ ใส่พริกป่นเล็กน้อยในอุ้งมือคุณ แล้วให้เด็กสูดเข้าไปในจมูก เสร็จแล้วอย่าลืมล้างมือเพื่อป้องกันพริกเข้าตาคุณโดยบังเอิญ

สูดพริกป่นเล็กน้อย รักษา เลือดกำเดาไหล

ลองวิตช์เฮเซลเล็กน้อย จุ่มสำลีก้อนลงในวิตช์เฮเซล แล้วค่อยๆ สอดเข้าไปในโพรงจมูกที่เลือดไหลอยู่ วิตช์เฮเซลมีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยให้หลอดเลือดในโพรงจมูกหดตัวลง เลือดจึงหยุดไหล

ใช้วิตามินอี เมื่อเลือดกำเดาหยุดไหลแล้ว ให้เจาะแคปซูลวิตามินอีขนาดเท่าใดก็ได้ แล้วบีบวิตามินออกมาใช้ทาเบาๆ ภายในโพรงจมูก เพื่อรักษาความชุ่มชื้นในจมูกไว้

ว่านหางจระเข้ วุ้นว่านหางจระเข้มีฤทธิ์บรรเทาอาการระคายเคือง สมานแผล และให้ความชุ่มชื้น จึงใช้รักษาโพรงจมูกที่เป็นแผลได้ดี เมื่อเลือดกำเดาหยุดไหลแล้ว กรีดใบว่านหางจระเข้ตามแนวยาว ขูดเอาเนื้อวุ้นแล้วใช้สำลีชุบมาทาในโพรงจมูกเบาๆ

ว่านหางจระเข้ รักษา เลือดกำเดาไหล

จิบน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล เคล็ดลับดั้งเดิมในการหยุดเลือดกำเดาของชาวอามิช คือ ใช้น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล 2 ช้อนโต๊ะผสมในน้ำเปล่าแก้วเล็กๆ 1 แก้วแล้วจิบดื่ม ผู้ที่นิยมวิธีนี้ ยืนยันว่าได้ผลทุกครั้งไม่เคยพลาด

แช่แข็งจมูก วางถุงประคบเย็น (ไอซ์แพ็ค) หรือน้ำแข็งบนดั้งจมูก และเอาผ้าเช็ดตัวเปียกเย็นๆ หนุนไว้ใต้คอ 5 นาที ความเย็นจะช่วยให้หลอดเลือดหดตัวและเลือดหยุดไหล

ดื่มน้ำให้พอ ป้องกันเลือดกำเดาไหล

ดื่มน้ำให้พอ ป้องกันเลือดกำเดาไหลโดยทำให้เยื่อบุโพรงจมูกชื้นอยู่เสมอ ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว แต่ถ้าปัสสาวะมีสีเข้ม แสดงว่าคุณมีภาวะขาดน้ำ ให้ดื่มมากกว่านี้

ทำให้โพรงจมูกชุ่มชื่น ในวันที่อากาศแห้งมาก ทาโพรงจมูกด้วยปิโตรเลียมเจลหรือน้ำมันมะกอก เพื่อให้ภายในโพรงจมูกไม่แห้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน