นอนไม่หลับฟังทางนี้ เรามีเทคนิคช่วยให้คุณนอนหลับได้อย่างง่ายดาย

ก่อนอื่นต้องคุยกันสักหน่อยว่า…

ทำไมการนอนจึงสำคัญ ?

การนอนทำให้กล้ามเนื้อและอวัยวะทุกส่วน ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ เตรียมพร้อมที่จะทำงานในวันต่อไป

ลิงก์ผู้สนับสนุน

หากนอนน้อยอาจส่งผลให้การทำงานผิดพลาด ทำงานได้น้อยลง และคุณภาพงานอาจตากว่าปกติ

เทคนิคช่วยให้คุณนอนหลับสนิท

มีงานวิจัยในต่างประเทศระบุว่า คนที่นอนน้อยกว่า 4 ชั่วโมงหรือนอนมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อคืนเป็นประจำ อาจมีอายุสั้นกว่าคนที่นอนหลับปกติ คือ 6-8 ชั่วโมง

แล้วคนที่นอนไม่เพียงพอนานๆ อาจเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจขาดเลือด หรือโรคที่เกี่ยวลับหลอดเลือดเมื่ออายุมากขึ้น

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรจะเข้านอนคือระหว่าง 21.00-22.00 น. จะเป็นการนอนหลับอย่างมีคุณภาพและได้ประโยชน์มากที่สุดเพราะ โกรทฮอร์โมน (growth hormone) คือฮอร์โมนที่ช่วยในการเติบโต จะหลั่งออกมาอย่างเต็มที่ในช่วง 22.00-24.00 น.

ในเด็กและวัยรุ่น ฮอร์โมนชนิดนี้ส่งผลต่อการเจริญเติบโตของเขา ทั้งร่างกายและสมอง

ในผู้ใหญ่และผู้สูงวัย ฮอร์โมนชนิดนี้จะช่วยซ่อมสร้างเซลล์ในร่างกาย ไอ้ที่สึกหรอจะถูกซ่อมให้กลับมาใช้งานใหม่ได้ดี

เมื่อล้มตัวลงนอนและเข้าสู่ภวังค์ของการหลับ ร่างกายจะค่อย ๆ ปิดระบบการทำงานที่ไม่จำเป็นต่างๆ เพื่อพักและซ่อมสร้าง

ทำให้เกิดการ ดิ่งหลับ’ เป็น 4 ระยะคือ

ระยะที่ 1 : ระยะเคลิ้ม ครึ่งหลับครึ่งตื่น ยังหลับไม่สนิท จึงถูกปลุกให้ตื่นได้ง่าย ช่วงนี้อาจมีอาการกระตุกของกล้ามเนื้อ หรือ อาการเหมือนตกเหว ทำให้สะดุ้งตื่นได้

ระยะที่ 2 : ระยะที่หลับสนิท ตาหยุดการเคลื่อนไหว

ระยะที่ 3 : ระยะหลับลึก นอนหลับไม่ไหวติง เสียงอะไรดังรบกวนก็ไม่รับรู้รับฟังแล้ว

ระยะที่ 4 : ระยะหลับไหล ปลุกตื่นยาก ถ้าถูกปลุกให้ตื่นในช่วงนี้ จะงัวเงีย สะลืมสะลือ งุนงง ยังสื่อสารได้ไม่รู้เรื่องนัก

หน้าที่ของเราที่จะช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพก็คือ หาวิธีที่จะอำนวยให้การนอนหลับนั้น สนิทลึกและปราศจากการถูกรบกวน

วิธีช่วยให้คุณนอนหลับสนิท

สุขบัญญัติ 10 ประการต่อไปนี้ จะช่วยให้การนอนหลับเป็นไปอย่างราบรื่น

1. พยายามกำหนดเวลาเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลา ทำให้ติดเป็นนิสัย จะเลื่อนเวลาออกไปตามความจำเป็นบ้างก็ได้ แต่อย่าให้เกินหนึ่งชั่วโมง

2. อาหารมื้อเย็นควรเป็นเมนูสบายท้อง รสไม่จัดจ้าน ควรเป็นอาหารจำพวกพืชผักและแป้งมากกว่าเนื้อสัตว์ กินให้อิ่มในปริมาณพอดี เลี่ยงเครื่องดื่มที่ผสมแอลกอฮอล์และกาเฟอีน เพราะจะไปกระตุ้นให้ใจสั่น และร่างกายตื่นตัว

3. ออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ เพิ่มฮอร์โมนความสุข และเผาผลาญพลังงานส่วนเกินประจำวันออกไป ช่วยให้ร่างกายและจิตใจสดชื่นกระปรี้กระเปร่า โดยใช้เวลา 20-30 นาทีในตอนเย็นก่อนรับประทานอาหาร เมื่อถึงเวลานอนจะหลับสบาย

4. อาบน้ำอุ่นที่อุณหภูมิ 38-39 องศา จะช่วยลดการตื่นตัวของร่างกาย ทำให้อารมณ์สงบ หลังอาบน้ำอย่าลืมทาครีมหรือโลชั่นบำรุงผิวด้วย ใครมาแตะเนื้อต้องตัวจะได้รู้สึกถึงความนุ่มนวล

5. แปรงฟันก่อนนอน เพราะช่วงกลางคืนอัตราการไหลของน้ำลายจะลดลง ทำให้การชะล้างเศษอาหารลดประสิทธิภาพลงและทำให้ปากสดชื่นอีกด้วย

6. จัดเตรียมสิ่งของที่จะต้องใช้ เสื้อผ้า และแผนงานของวันรุ่งขึ้นให้พร้อม ก่อนนอนจะได้ไม่กังวล หลับสบาย และมีเรี่ยวแรงเต็มที่ในวันถัดไป

7. ห้องนอนและเครื่องนอนทั้งหลายต้องสะอาด ใช้โทนสีเย็นตา อากาศถ่ายเทดี อุณหภูมิกำลังสบายๆ

8. ผ่อนคลายจิตใจโดยการสวดมนต์ ทำสมาธิ แผ่เมตตา และการฝึกกำหนดลมหายใจเข้าออกก่อนนอน จะส่งผลให้ใจสงบ นอนหลับสบาย

9. ห้องนอนควรเป็นห้องนอน ไม่ใช่ห้องดูทีวี ไม่ใช่ห้องอ่านหนังสือ ห้องคอมพิวเตอร์ หรือห้องคุยโทรศัพท์ กำหนดระเบียบในการนอนของตัวเองเอาไว้ให้ชัดๆ อย่าทำกิจกรรมอันใดที่จะรบกวนความตั้งใจ นอนหรือสมาธิในการนอนของตนเป็นอันขาด

10. ยิ้มกับตัวเอง บอกกับตัวเองว่าเรามีความสุข เรามีชีวิตที่เรียบง่าย เราพึงพอใจกับตัวเรา ชีวิตเรา และคนรอบข้างของเรา

หลับให้สนิท ทำอย่างไร

และสุดท้ายคือสิ่งที่ดิฉันกำลังทำอยู่ และเป็นอยู่ นั่นคือ…

หลับ! ราตรีสวัสดิ์ค่ะ…

ลิงก์ผู้สนับสนุน