อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ไม่มีแรง ตำรับยาใกล้ตัวช่วยคุณได้

ดี๋ยวนี้คนบ่นเรื่องเหนื่อยล้าอ่อนเพลียกันมากจนแพทย์กล่าวกันว่า อาการนี้เป็นสาเหตุใหญ่ที่คนไปพบแพทย์ อาการอ่อนเพลียแก้ได้ด้วยวิธีง่ายๆ การออกกำลังกายขจัดความอ่อนล้าได้ดีมาก ขณะที่การนอนมากๆ กลับไม่เป็นผลดีเท่าไร ตำรับยาจากครัวต่อไปนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกกระฉับกระเฉงมีเรี่ยวแรงได้อย่างทันตาเห็น

อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ง่วงนอน

ยาดีจากครัวช่วยเรื่อง…อ่อนเพลีย

กากน้ำตาล, ชา, น้ำแครนเบอร์รี, น้ำมะนาว, น้ำมันเปปเปอร์มินต์, น้ำมันโรสแมรี, น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล, บิตเตอร์, อาหารที่มีธาตุเหล็กสูง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ควรทำอะไรก่อน

บ่อยครั้งอาการอ่อนเพลียเกิดจากนิสัยการนอนที่ไม่ถูกสุขลักษณะ ดังนั้นควรแก้ที่จุดนี้ก่อน ทบทวนดูว่าได้นอนหลับวันละ 7-8 ชั่วโมงหรือยัง ถ้ายังก็ลองใช้วิธีช่วยดังนี้

  • นอนหลับและตื่นให้เป็นเวลาทุกวัน ห้ามเบี้ยวแม้เป็นวันหยุด
  • จัดสรรเวลาสำหรับกิจวัตรผ่อนคลายก่อนนอน ให้เวลากับตัวเองอย่างพอเพียงโดยไม่ต้องรีบร้อน
  • ในช่วงเวลาผ่อนคลายก่อนนอน ให้ปิดโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ จะเปิดเพลงฟังสบายๆ ก็ได้
  • หลีกเลี่ยงนิโคติน แอลกอฮอล์ และคาเฟอีนในช่วงใกล้เข้านอน เพราะทั้ง 3 อย่างนี้จะส่งผลต่อการนอนหลับ
  • ทำกิจกรรมตอนกลางวันให้มากขึ้น นอกจากผลดีต่อสุขภาพแล้ว การออกกำลังกายจะช่วยให้คุณนอนหลับดีตอนกลางคืน
  • จัดสภาพห้องนอนให้เหมาะกับการนอนหลับ คือไม่มีแสงรบกวน เงียบสงบ และสบาย

อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ทำงานไม่ไหว

เมื่อไร ควรพบแพทย์

หากลองใช้วิธีที่กล่าวมาแล้วยังมีอาการอ่อนเพลีย ก็ควรไปพบแพทย์ หากมีอาการอ่อนเพลียพร้อมกับปวดท้องเฉียบพลัน หายใจหอบ หรือปวดศีรษะอย่างรุนแรง ให้รีบไปห้องฉุกเฉิน อาการอ่อนเพลียอย่างรุนแรงเพียงอย่างเดียวหรือมีอาการอื่นร่วมด้วย อาจบ่งชี้ถึงอาการหัวใจวาย โดยเฉพาะในผู้หญิง อาการเรื้อรังอย่างอื่นซึ่งควรไปพบแพทย์ทันที ได้แก่ ปวดกล้ามเนื้อ วิงเวียน ซึมเศร้า มีไข้ หรือเห็นภาพไม่ชัด

ตำรับยาจากครัว

ของขมๆ ช่วยได้ ตำรับยาสมุนไพรแผนโบราณสำหรับแก้อาการอ่อนเพลียที่แพทย์เยอรมันยังใช้อยู่ในปัจจุบัน คือ บิตเตอร์ ซึ่งทำจากสมุนไพรรสขม เดิมบิตเตอร์เป็นยาช่วยย่อย เนื่องจากมันกระตุ้นความอยากอาหาร จึงเชื่อว่าน่าจะรักษาอาการอ่อนเพลียจากการขาดสารอาหารได้ แม้ประสิทธิภาพของมันยังเป็นที่ถกเถียงกัน แต่ก็ไม่เสียหายที่จะมีบิตเตอร์สักขวดไว้ในตู้เก็บค็อกเทลที่บ้าน ผสมบิตเตอร์แองกอสตูรา (Angostura bitters) กับโซดาหรือน้ำโทนิก ใส่น้ำแข็งแล้วเขย่าให้เข้ากันอย่างน้อยๆ รสขมซาบซ่าก็จะช่วยให้คุณรู้สึกสดชื่นมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างแน่นอน

ปลุกตัวเองด้วยสเปรย์เปปเปอร์มินต์ กลิ่นมินต์ช่วยทำให้สดชื่น ผสมน้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มินต์ 30 หยดในน้ำหรือวิตช์เฮเซลใส่ขวดสเปรย์ขนาด 120 มล. ใช้ฉีดรอบๆ ตัวยามต้องการความสดชื่น

อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ลองน้ำหอมสร้างบรรยากาศสดชื่น

ลองน้ำหอมสร้างบรรยากาศสดชื่น วิธีสร้างบรรยากาศสดชื่นแบบรวดเร็วทันใจ ให้หยดน้ำมันหอมระเหยเปปเปอร์มินต์หรือน้ำมันหอมระเหยโรสแมรีสัก 2 หยดใส่กระดาษทิชชูหรือผ้าเช็ดหน้า แล้วนำมาสูดดมพร้อมกับหายใจเข้า-ออกลึกๆ หากมีเวลาก็ผสมน้ำอาบ เพื่อกระตุ้นความสดชื่น โดยใช้น้ำมัน 2 หยดกับน้ำมันโรสแมรีอีก 4 หยดผสมในน้ำเย็นแล้วลงไปนอนแช่ให้สบาย

ดื่มชาแก้เหนื่อย ถ้าอยากได้คาเฟอีนกระตุ้นร่างกาย ลองเลือกชาแทนกาแฟดูบ้าง เพราะมีการศึกษาพบว่าการจิบชาตลอดทั้งวันช่วย เพิ่มความกระฉับกระเฉงและประสิทธิภาพการทำงานได้ดีเท่าๆ กับดื่มกาแฟ แต่ส่งผลเสียต่อการนอนน้อยกว่า

ดื่มค็อกเทล แต่ไม่ใช่ค็อกเทลมาร์ตินีนะ เพราะแอลกอฮอล์มีแต่จะทำให้คุณเหนื่อยล้ามากกว่าเดิม ลองค็อกเทลสูตรสดชื่น โดยผสมน้ำแครนเบอร์รีแก้วเล็กๆ กับน้ำมะนาวอีกนิดหน่อย

อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ต้องออกกำลังกาย

ขจัดความเหนื่อยล้าหลังออกกำลัง บางครั้งการออกกำลังกาย และความเครียดมากๆ เป็นเหตุให้กรดแล็กติกสะสมในร่างกายจนทำให้รู้สึกเหนื่อยล้า น่าสนใจว่ากรดอะมิโนที่พบในน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลนั้นใช้เป็นยาแก้ได้ดี ยิ่งกว่านั้นน้ำส้มสายชูชนิดนี้ยังมีโพแทสเซียมและเอนไซม์บางตัวซึ่งอาจลดความรู้สึกเหนื่อยล้าได้ คราวหน้าที่รู้สึกหมดแรงหลังออกกำลังกาย ทดลองเครื่องดื่มสูตรนี้ดู ผสมน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลสัก 1-2 ช้อนโต๊ะกับน้ำคั้นจากผักแช่เย็นหรือน้ำเปล่าก็ได้

เครื่องดื่มหวานๆ แก้เหนื่อยล้า กากน้ำตาลเป็นยาแก้อ่อนล้าที่ใช้กันมาช้านาน อาจเป็นเพราะในกากน้ำตาลมีธาตุเหล็กซึ่งช่วยรักษาโรคโลหิตจางได้ คราวต่อไปที่รู้สึกอ่อนล้า ลองผสมเครื่องดื่มจากกากน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะกับน้ำร้อน 1 ถ้วย แล้วดื่มให้หายเหนื่อย

อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ทำงานไม่ไหว

แหล่งธาตุเหล็กในห้องครัว

การขาดธาตุเหล็กเป็นสาเหตุที่พบบ่อยของโรคโลหิตจาง ซึ่งเป็นสาเหตุให้จำนวนเม็ดเลือดแดงในร่างกายลดน้อยลง อาการที่สังเกตได้ คือ ไม่มีแรง ตัวซีด รู้สึกอ่อนล้า เล็บเปราะ หากสงสัยว่าเป็นโรคนี้ ควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ ส่วนใหญ่มักเกิดจากการเสียเลือด (เช่น เลือดออกในกระเพาะอาหาร หรือประจำเดือนมากผิดปกติ

ยาแก้โลหิตจางนั้นมีอยู่แล้วในครัวของคุณ คือ อาหารที่อุดมด้วยธาตุเหล็กนั้นเอง

เป้าหมาย : ปริมาณธาตุเหล็กที่ร่างกายควรได้รับต่อวันคือ 15 มก. สำหรับผู้ขายและผู้หญิงวัยทอง และ 24.7 มก. สำหรับผู้หญิงที่ยังมีประจำเดือน

เคล็ดลับน่ารู้ : ร่างกายเราดูดซึมธาตุเหล็กจากเนื้อสัตว์ได้ดีกว่าพืช หากได้รับธาตุเหล็กส่วนใหญ่จากพืช เช่น ถั่ว ควรกินอาหารรสเปรี้ยวด้วย เพื่อให้ได้วิตามินซีซึ่งช่วยให้ดูดซึมธาตุเหล็กได้ดีขึ้น

ลิงก์ผู้สนับสนุน