อาหารไม่ย่อย ตำรับยาใกล้จากก้นครัวช่วยคุณได้

าหารไม่ย่อย” เป็นคำที่มีความหมายกว้าง และยังแตกต่างกันตามความเข้าใจของแต่ละคน แต่อาการอาหารไม่ย่อยกับอาการแสบแน่นอกนั้นเป็นคนละอย่างกัน อาการแสบแน่นอกจะทำให้รู้สึกแสบร้อน จุกแน่นกลางอก เพราะกรดจากกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาในหลอดอาหาร แต่อาการจากภาวะอาหารไม่ย่อยจะเกิดขึ้นต่ำกว่านั้น โดยทำให้ท้องอืด จุกแน่น ระหว่างหรือหลังมื้ออาหาร บางคนปวดหรือแสบร้อนบริเวณลิ้นปี่ อาการนี้มักเกิดกับผู้สูบบุหรี่ สตรีมีครรภ์ และผู้มีภาวะน้ำหนักเกิน อาการอาหารไม่ย่อยบรรเทาได้ง่ายด้วยการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต หรือใช้ตำรับยาจากครัว

ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย

ยาจากครัวช่วยเรื่อง…อาหารไม่ย่อย

ขิงเชื่อม, ชาคาโมไมล์, ชาสะระแหน่, น้ำผึ้ง, น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล, เบกกิ้งโซดา, เบียร์รสขม, โป๊ยกั๊ก, มะนาว, เมล็ดเทียนตากบ, เมล็ดผักชีลาว, เมล็ดเฟนเนล

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ควรทำอะไรก่อน

คำแนะนำง่ายๆ ต่อไปนี้อาจแก้อาการอาหารไม่ย่อยได้

  • กินอาหารมื้อเล็กๆ แต่บ่อยครั้งแทนการกินอาหารมื้อใหญ่ 3 มื้อ
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นให้เกิดอาการ เช่น อาหารรสจัดหรือไขมันสูง รวมทั้งน้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • เลิกสูบบุหรี่
  • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
  • กินอาหารตามสบาย อย่ารีบเร่ง
  • ออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อกระตุ้นระบบย่อยอาหาร

อาหารไม่ย่อย แน่นอก กรดไหลย้อน

เมื่อไรควรพบแพทย์

อาการอาหารไม่ย่อยส่วนใหญ่ไม่น่ากลัว ไม่เรื้อรัง และรักษาได้ง่ายด้วยตำรับยาในบ้าน กรณีที่ควรเรียกรถพยาบาลฉุกเฉิน คือ มีอาการคลื่นไส้อาเจียนร่วมกับเหงื่อออก หรือเจ็บแน่นอก ลักษณะนี้อาจเป็นอาการของภาวะหัวใจพิบัติ ควรพบแพทย์หากปวดท้องรุนแรง หรืออุจจาระเป็นสีดำหรือมีเลือดปน หากมีอาการอาหารไม่ย่อยต่อเนื่องเกิน 2 สัปดาห์ ทั้งที่พยายามรักษาตนเองแล้ว ควรพบแพทย์

คลื่นไส้อาเจียน เจ็บแน่นอก อาหารไม่ย่อย

ตำรับยาจากครัว

เคี้ยวเมล็ดเครื่องเทศ 4 ชนิด การเคี้ยวเมล็ดเครื่องเทศ 4 ชนิดนี้ นอกจากจะบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยแล้ว ยังช่วยขับแก๊สในทางเดินอาหารอีกด้วย นำเมล็ดเฟนเนล เมล็ดผักชีลาว โป๊ยกั๊ก และเมล็ดเทียนตากบ อย่างละ 1 ช้อนชา เทผสมกัน ตักมาเคี้ยวช้าๆ ครั้งละ 1/2 ช้อนชาเมื่อมีอาการอาหารไม่ย่อย หรือหลังจากกินอาหารรสจัด อาหารมื้อใหญ่ หรือไขมันสูง คุณอาจเคยพบเมล็ดเครื่องเทศเหล่านี้บนโต๊ะในร้านอาหารอินเดีย ซึ่งมีไว้ให้ลูกค้าเคี้ยวหลังอาหาร

ตบท้ายด้วยชาสะระแหน่หรือคาโมไมล์ การดื่มชาร้อน 2 ชนิดนี้ หลังอาหารช่วยบรรเทาอาการแน่นท้องได้ดี เลือกชาชนิดใดก็ได้ 1 ถุง แช่ในน้ำร้อน 1 ถ้วยนาน 10 นาที ร้านอาหารหลายแห่งมักมีชา 2 ชนิดนี้อยู่ในรายการอาหาร หากกินอาหารมื้อใหญ่หรือรู้สึกอึดอัดแน่นท้องหลังอาหาร อย่าลืมสั่งเครื่องดื่ม 2 ชนิดนี้

จิบก่อนมื้ออาหาร หากรู้ล่วงหน้าว่าอาหารที่กำลังจะกินอาจทำให้ลำบากท้องในภายหลัง ให้ลองจิบเครื่องดื่มพื้นบ้านสูตรนี้ก่อนอาหาร ใช้น้ำผึ้งกับน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลอย่างละ 1 ช้อนชา ผสมกับน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มก่อนอาหาร 30 นาที

เบกกิ้งโซดาช่วยคุณได้ นำเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาละลายน้ำ 1 แก้ว หยดน้ำมะนาวลงไป 2-3 หยดแล้วดื่มเพื่อเจือจางกรดในกระเพาะอาหาร และบรรเทาอาการแน่นท้องจากแก๊สในกระเพาะและลำไส้ ผลข้างเคียงที่พบได้น้อยมากของวิธีนี้ คือ เบกกิ้งโซดาทำปฏิกิริยากับน้ำย่อยแล้วเกิดแก๊สซึ่งอาจทำให้กระเพาะฉีกขาด เราจึงต้องเติมน้ำมะนาวเพื่อไล่แก๊สส่วนเกิน ไม่ให้เป็นอันตรายต่อกระเพาะอาหาร

ขิงเชื่อม ขิงหั่นเป็นแว่นตากแห้งเคลือบน้ำตาลซึ่งมีขายในร้านอาหารสุขภาพ เป็นอาหารว่างที่เก็บได้นานและรสชาติดี กินเล่นครั้งละ 2-3 ชิ้น จะบรรเทาอาการปวดแน่นท้องได้ โดยเฉพาะในเด็ก

ดื่มเบียร์รสขมครึ่งแก้ว เบียร์มีรสขมเพราะมีส่วนผสมของฮอปส์ ซึ่งเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ช่วยย่อย แต่ไม่ควรดื่มเบียร์เกิน 1/2 แก้ว เพราะอาจกดการทำงานของระบบย่อยอาหาร

ปวดท้อง อาหารไม่ย่อย

สูตรนี้ ก็มีด้วย

อาหารไม่ย่อยเป็นอาการที่พบได้บ่อย จึงมีการรักษาด้วยวิธีแปลกๆ อยู่มากมาย แต่ 3 วิธี ต่อไปนี้อาจทำให้คุณขำกลิ้ง

  • ก้มลง พลิกก้อนหินสักก้อน แล้วเดินต่อไป ห้ามเหลียวหลัง
  • หากเด็กมีอาการอาหารไม่ย่อย ให้เดินถอยหลังวนรอบขาโต๊ะ 7 รอบ
  • ตีลังกา 1 รอบ
ลิงก์ผู้สนับสนุน