สูงสมวัย จิตใจดี ชีวีมีสุข ดูแลสุขภาพกายและใจ

ปัจจัยที่ทำให้รูปร่างสูงใหญ่สมวัยนั้น อาจแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ

พันธุกรรม : การเจริญเติบโตของร่างกายจะแตกต่างกันในระหว่างคนเชื้อชาติต่างๆ และสิ่งแวดล้อม เช่น อาหาร การเจ็บป่วย การออกกำลังกาย และการพักผ่อน

โดยเฉพาะอาหารนั้นมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตของรางกายเกือบเท่าอิทธิพลของพันธุกรรม หรืออาจจะมากกว่า

ลิงก์ผู้สนับสนุน

การเติบโตของเด็ก

การบริโภคอาหาร : เพื่อให้ร่างกายสูงใหญ่ สมส่วน และแข็งแรง ควรกินให้ครบ 5 หมู่ ทุกมื้อ ทุกวัน จะทำให้เราได้สารอาหารที่ครบถ้วน คือ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน ไขมัน วิตามิน และเกลือแร่

สารอาหารที่มีบทบาทในการเพิ่มความสูง และเสริมสร้างการเจริญเติบโตของร่างกายนั้น นอกเหนือจากโปรตีนอย่างที่รู้ๆ กันแล้ว แคลเซียมก็เป็นสารอาหารที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน ถ้าได้รับแคลเซียมเพียงพอร่างกายจะเจริญเติบโตเร็วมาก

แคลเซียมที่มีอยู่ในร่างกายจะจับกับฟอสฟอรัสอยู่ในรูป ‘เกลือแคลเซียมฟอสเฟต โดยเป็นส่วนประกอบของกระดูกและฟันถึงร้อยละ 99 ส่วนอีกร้อยละ 1 อยู่ในเนื้อเยื่อ และในของเหลวของร่างกาย

แคลเซียมเป็นสารที่จำเป็นสำหรับทารก และเด็กที่กำลังเจริญเติบโต ช่วยสร้างเนื้อกระดูกให้มีความหนาแน่นมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในช่วงบั้นปลายชีวิต ป้องกันการเกิด ‘โรคกระดูกพรุน’

เด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี ควรได้รับแคลเซียมอย่างน้อย 800 มิลลิกรัมต่อวัน ส่วนเด็กอายุ 11 ปีขึ้นไป ควรได้รับอย่างน้อย 1,200 มิลลิกรัมต่อวัน

เด็กดื่มนม สุขภาพดี

นม

นม เป็นแหล่งอาหารที่ดีของแคลเซียม ซึ่งร่างกายสามารถดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมที่มีอยู่ในอาหารอื่นๆ เพราะมีอัตราส่วนของแคลเซียมกับฟอสฟอรัสเหมาะสม นอกจากนี้ ยังมีวิตามินดี และน้ำตาลแล็กโทส ที่ช่วยในการดูดซึมสารอาหารดังกล่าวด้วย

นม 1 แก้วหรือ 1 กล่อง (250 ซีซี) จะมีแคลเซียมประมาณ 170-180 มิลลิกรัม เด็กควรดื่มนมวันละ 2-3 แก้ว หรือ 2-3 กล่อง และควรออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเป็นประจำ เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมแคลเซียมเข้าไปในเนื้อกระดูกมากขึ้น รวมทั้งพักผ่อนด้วยการนอนหลับให้เพียงพอด้วยนะคะ (ขอแนะนำว่า ควรจะดื่มนมสดชนิดจืด เพราะน้ำตาลหรือสารเพิ่มความหวานอื่นๆ นั้นมีประโยชน์ต่อร่างกายน้อยกว่ามีโทษหลายเท่า)

ลักษณะของผู้มีสุขภาพดี

เด็กเติบโตขึ้นทุกวัน (รวมทั้งหนุ่มสาวอย่างเราๆ อิอิ) ควรจะมีสภาพจิตที่ดี อารมณ์ผ่องใส ไม่ใช่จ้องแต่จะกินเลือดกินเนื้อกัน หรือหักขาเก้าอี้กัน ข่มกันแข่งกันอยู่ตลอดเวลา

คนที่มีสุขภาพจิตดีดวรมีลักษณะอย่างไรน่ะหรือคะ

ขอเล่าจากตัวเองก็แล้วกัน

ต้องสามารถปรับตัวเข้ากับสังคมและสิ่งแวดล้อมได้ดีค่ะ เรื่องของการปรับตัวและปรับอารมณ์นี่สำคัญมาก คนสุขภาพดีจะมีความขัดแย้งน้อยมาก ทั้งกับตัวเองและผู้อื่น

แม้แต่กับสถานการณ์ที่พลิกผันเปลี่ยนแปลง เขาก็จะมีอารมณ์ที่มั่นคง สุขุม ควบคุม และปรับความคิด ความรู้สึกตามได้อย่างฉับไว

ต้องมีความกระตือรือร้น ไม่เหนือยหน่าย หรือท้อแท้ใจ หรือหมดหวังในชีวิต มีอารมณ์มั่นคง และสามารถควบคุมอารมณ์ได้ดี ไม่มีอารมณ์เครียดจนเกินไป

ต้องมีอารมณ์ขัน มีความรู้สึกที่ดี และมองโลก (และตนเอง) ในแง่ดีเสมอ

ต้องมีความตั้งใจในการทำงาน รู้จักตนเองและเข้าใจบุคคลอื่นได้ดี มีความเชื่อตนเองอย่างมีเหตุผล สามารถแสดงออกอย่างมีเหตุผล มีความสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วถูกต้อง และไม่ผิดพลาด

มีความปรารถนา และยินดีเมื่อบุคคลอื่นมีความสุข ประสบความสำเร็จ และมีความปรารถนาดีในการป้องกันผู้อื่นให้มีความปลอดภัยจากอันตราย หรือโรคภัยไข้เจ็บ

สูงสมวัย จิตใจดี ชีวีมีสุข

แนวทางในการทำจิตใจให้เป็นสุขนั้นทำง่าย ๆ ค่ะ

ในภาวะปกติต้องรู้จักรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง เราต้องบำรุงรักษาสุขภาพจิตให้เข้มแข็ง รู้จักควบคุมอารมณ์ และปรับตัวให้มีการแสดงออกที่เหมาะสม เพื่อจะได้อยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข

ด้วยการปฏิบัติดังนี้…

ต้องยอมรับสภาพความเป็นจริงของตนเอง

การยอมรับความจริงในรูปร่าง หน้าตา ความสามารถ ฐานะ ความเป็นอยู่ และความบกพร่องทางกาย เป็นการลดความวิตกกังวลให้น้อยลง สามารถปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ง่าย และมีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าที่จะเผชิญปัญหา และแก้ไขปัญหาต่างๆ ใต้

ทำจิตใจให้ร่าเริงแจ่มใสอยู่เสมอ

คนเราควรจะมองโลกในแง่ดี รู้จักยิ้ม และมีอารมณ์ขันบาง ไม่เอาจริงเอาจังกับทุกสิ่งมากเกินไป และไม่ควรหมกมุ่นอยู่กับเรื่องไร้สาระ

ควรนึกเสมอว่า เมื่อเรายิ้มคนอื่นก็จะยิ้มกับเรา แต่ถ้าเราร้องไห้ เราจะต้องร้องไห้คนเดียว

ตั้งความหวังในชีวิตให้พอเหมาะ

ทุกคนควรมีเป้าหมายในชีวิต การวางแผนชีวิตเป็นระยะๆ โดย ตั้งเป้าหมายไว้นั้น เหมือนคนเรามีเข็มทิศที่จะพาเราเดินทางไปได้ตามทิศทางที่ต้องการ แต่ถ้าตั้งความหวังของชีวิตหรือเป้าหมายที่สูงเกินความเป็นจริงก็จะไปไม่ถึงหรือทำไม่ได้ ดังนั้น ควรตั้งความหวังในชีวิตให้เหมาะสมกับความสามารถ กำลังกาย กำลังทรัพย์ของตนเอง

เด็กร่าเริง มีความสุข สมวัย

พยายามปรับปรุงตนเองให้เข้ากับคนอื่นๆ ได้

ตั้งแต่เกิดมามนุษย์จำเป็นต้องปรับตัวตลอดเวลาเพื่อความอยู่รอด และเพื่อความสุขในชีวิต ดังนั้น การปรับปรุงตนเองให้เข้ากับผู้อื่นไม่ใช่เรื่องยาก ควรจะยึดหลัก ‘ทำตนให้มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี’ เช่น มีน้ำใจโอบอ้อมอารี เสียสละ ให้ความช่วยเหลือผู้อื่น พูดจาสุภาพเรียบร้อย เป็นต้น

รู้จักระบายอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม

เมื่อมีความขัดแย้งขึ้นในใจ อย่าเก็บอารมณ์ไว้คนเดียวจะทำให้สุขภาพจิตไม่ดี ควรรู้จักระบายอารมณ์ออกในทางที่ถูกต้อง เช่น การ พูดคุยปรึกษาหารือกับผู้ที่เราไว้ใจเมื่อมีปัญหาจะทำให้เราสบายใจขึ้น การออกกำลังกาย การเล่นกีฬา การเล่นดนตรี หรือกิจกรรมที่ชอบ จะช่วยให้เพลิดเพลิน และลืมความทุกข์

รู้จักทำจิตใจให้สงบหรือทำสมาธิ

การฝึกทำสมาธิจะช่วยให้จิตใจสงบ ไม่คิดฟุ้งซ่าน ทำให้จิตใจมีความเข้มแข็ง สามารถที่จะแก้ปัญหา หรือทำงานให้สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี รู้จักให้เหตุผล และเป็นคนสุขุมเยือกเย็น

หลีกเลี่ยงสิ่งกระทบจิตใจ

เราควรจะหลีกเลี่ยงบุคคลบางประเภทที่จะกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ไม่ดี เช่น คนพาล คนชั่ว คนเหลวไหล บุคคลจำพวกนีจะสร้างปัญหาไห้แก่คนทั่วไป ทำให้เกิดความโกรธ ความหลง ความวิตกกังวล ฯลฯ

ลิงก์ผู้สนับสนุน