มัสตาร์ด หนึ่งในเครื่องปรุงรสที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

มัสตาร์ดเป็นพืชสกุลเดียวกันกับบรอกโคลีและกะหล่ำ เมล็ดเล็กๆ ของมันเป็นหนึ่งในเครื่องปรุงรสยอดนิยมตลอดกาล แต่มัสตาร์ดทำได้มากกว่ากระตุ้นต่อมรับรส นักบำบัดทั้งหลายรู้มานานแล้วว่า ความเผ็ดร้อนของมัสตาร์ดช่วยละลายเสมหะและน้ำมูก ช่วยให้คนที่เป็นหวัดหรือไข้หวัดใหญ่หายใจได้ดีขึ้น นอกจากนี้มัสตาร์ดยังมีสารประกอบทางเคมีหลายอย่างที่มีฤทธิ์ทางยา

มัสตาร์ด

มัสตาร์ด…ใช้รักษา

กลาก, ไข้ขึ้น, เชื้อราที่เท้า, แน่นหน้าอก, ปวดข้อ, ปวดศีรษะ, ปวดหลัง, เรอ, หวัดและไข้หวัดใหญ่, เอ็นและถุงรอบข้ออักเสบ

ลิงก์ผู้สนับสนุน

มัสตาร์ด

มัสตาร์ด…ในประวัติศาสตร์

คนโบราณเรียกมัสตาร์ดว่ายาสารพัดนึก ชาวอียิปต์ สุเมเรียน และชาวจีน ล้วนใช้เมล็ดมัสตาร์ดเป็นยา ดิออสคอริดีส หมอชื่อดังในยุคกรีกโบราณ ใช้มัสตาร์ดรักษาอาการหลายอย่าง เช่น โรคลมชัก และทอนซิลอักเสบ ชาวโรมันโบราณเคี้ยวเมล็ดมัสตาร์ดเพื่อแก้ปวดฟัน และใช้ขี้ผึ้งมัสตาร์ดทาแก้แมลงกัดต่อย แต่ตำรับที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ ยาพอกมัสตาร์ด มีที่มาจากฮิปโปเครตีส บิดาแห่งการแพทย์ เขาใช้รักษาโรคปอดและข้ออักเสบรูมาตอยต์ ยาพอกมัสตาร์ดเป็นที่นิยมในหมู่นักบำบัดทั่วโลกจนถึงทุกวันนี้ แต่ที่น่าทึ่งคือในศตวรรษที่ 18 รัสเซียใช้ยาพอกมัสตาร์ดรักษาความเจ็บป่วยทางจิตด้วย

มัสตาร์ด ผงมัสตาร์ด เมล็ดมัสตาร์ด

มัสตาร์ด…มีอะไรอยู่บ้าง

เมล็ดมัสตาร์ดอุดมด้วยสารอาหารจากพืชที่เรียกว่า กลูโคไซโนเลตส์ (glucosinolates) ซึ่งเป็นตัวทำให้มัสตาร์ดมีกลิ่นรสจัด ช่วยป้องกันมะเร็งลำไส้และทวารหนัก เมล็ดมัสตาร์ดยังเป็นแหล่งของกรดไขมันโอเมกา-3 ทริปโตแฟน (tryptophan) ซีลีเนียม และแมกนีเซียม แต่ต้องกินเมล็ดมัสตาร์ด 2 ช้อนชาจึงได้ประโยชน์เต็มที่ สุดท้ายเมล็ดมัสตาร์ดมีไมโรซิน (myrosin) และซินิกริน (sinigrin) สารที่ทำให้สารคัดหลั่งละลาย จึงขับออกจากร่างกายได้ง่าย

มัสตาร์ด

ยาอุ่นๆ

พวกหมอสมุนไพรเรียกมัสตาร์ดว่า ‘rubefacient’ (ยาทำให้ผิวแดง) เพราะมีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ทำให้รู้สึกอุ่นสบายเมื่อเอามาทาผิว มัสตาร์ดมีสรรพคุณเหมือนกับพริกที่ช่วยลดสารเคมีในเซลล์ประสาทชื่อสารพี (substance P) ซึ่งส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปยังสมอง การแช่เท้าในน้ำร้อนผสมผงมัสตาร์ดเล็กน้อย เป็นวิธีบำบัดสารพัดประโยชน์ ช่วยรักษาอาการมึนหัว ลดไข้แก้ปวดหัว วิธีนี้ช่วยดึงให้เลือดไหลเวียนถึงเท้า เป็นการลดความดันในหลอดเลือดสมอง จึงสลายการอุดตันและเพิ่มการไหลเวียนเลือด

ยาตำรับเก่าแก่ที่ใช้แก้อาการคัดจมูก แน่นหน้าอก คือ ยาพอกมัสตาร์ด ใช้เมล็ดมัสตาร์ดบด 2-3 ช้อนโต๊ะ ผสมแป้งหรือคอร์นมีล 1 ถ้วยตวง เติมน้ำเล็กน้อย คนจนเป็นแป้งข้น ใช้เป็นยาพอกหน้าอก กลิ่นมัสตาร์ดช่วยให้จมูกโล่ง ส่วนความ ‘เผ็ดร้อน’ จะช่วยให้เลือดไหลเวียนในช่องอกดีขึ้น หายใจดีขึ้น แต่ไม่ควรประคบทิ้งไว้นานเกินไป (ไม่เกิน 15 นาที) เพราะอาจทำให้ผิวไหม้ คุณอาจป้องกันโดยทาปิโตรเลียมเจลก่อนพอกยา อย่าลืมล้างมือหลังจับมัสตาร์ด ก่อนสัมผัสตา จมูก หรือปาก

เมล็ดมัสตาร์ด

เคล็ดลับนักซื้อ

เมล็ดมัสตาร์ดมีขายอยู่ 3 ชนิด คือ ชนิดพันธุ์สีดำ (Brassica nigra) พันธุ์สีขาว (Brassica alba) พันธุ์สีน้ำตาล (Brassica juncea) พันธุ์สีดำรสแรง พันธุ์สีขาวจริงๆ แล้วเป็นสีเหลือง ใช้ทำมัสตาร์ดอเมริกันและผงมัสตาร์ดเหลือง พันธุ์สีน้ำตาลใช้ทำดิจงและมัสตาร์ดสีน้ำตาลอื่นๆ พันธุ์สีขาวบดด้วยเครื่องบดกาแฟ หรือซื้อแบบผงมาใช้ก็ได้

รู้ไว้ใช่ว่า

ถ้าจะกินเมล็ดมัสตาร์ด ควรระวังผลข้างเคียง เพราะถ้ากินมากราว 1 ช้อนชา อาจทำให้อาเจียน

อีกข้อหนึ่งที่ควรระวังคือ สำหรับผู้มีผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย แผ่นยามัสตาร์ด อาจทำให้ผิวไหม้หรือเป็นตุ่มพองหลังจากแปะทิ้งไว้นาน 15 นาที การใช้ทานานๆ อาจทำให้ผิวและเส้นประสาทถูกทำลาย จึงไม่ควรใช้เกิน 2 สัปดาห์ ควันหรือไอจากมัสตาร์ดระคายเคืองตา จมูก และปอด (อนุพันธ์มัสตาร์ดใช้เป็นอาวุธเคมี) อย่าให้เด็กอายุตากว่า 6 ปี หรือผู้ที่มีปัญหาไตกินเมล็ดมัสตาร์ด หรือน้ำมันมัสตาร์ด

ลิงก์ผู้สนับสนุน