มะนาวและเลมอน มากกว่ารสเปรี้ยวจี๊ดชื่นใจ คือประโยชน์ต่อร่างกาย

เมื่อดูดชิ้นเลมอนหรือจิบน้ำมะนาว เราได้มากกว่ารสเปรี้ยวจี๊ดชื่นใจ ทั้งมะนาวและเลมอนเป็นแหล่งสารออกฤทธิ์บำบัด เพิ่มภูมิคุ้มกัน ทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ช่วยสมานผิว และยังอาจป้องกันเซลล์เปลี่ยนเป็นเซลล์มะเร็ง คั้นน้ำมะนาวหรือเลมอน 1-2 ผล ผสมกับน้ำผึ้งส้กช้อนในน้ำอุ่น ใช้จิบแก้เจ็บคอได้ดี มะนาวและเลมอนยังเป็นส่วนผสมราคาเยาในยาแก้ไอและเครื่องสำอางสูตรทำเอง

มะนาว

มะนาวและเลมอน…ใช้รักษา

กระและจุดด่างดำ, กลิ่นตัว, ไข้ขึ้น, เจ็บคอ, ไซนัสอักเสบ, ต้านการติดเชื้อ, ตาปลาและหนังด้าน, ท้องผูก, ทำให้อารมณ์ดีขึ้น, นิ่วในไต, เพิ่มพลังงาน, แพ้ท้อง, ภูมิแพ้, เมารถเมาเรือ, สิว, สุขภาพผิว, แสบแน่นอก, หลอดเลือดขอด, หวัดและไข้หวัดใหญ่, อาหารไม่ย่อย, ไอ

ลิงก์ผู้สนับสนุน

มะนาวและเลมอน

มะนาวและเลมอน…ในประวัติศาสตร์

เลมอนเป็นพืชพันธุ์ผสมระหว่างส้มกับมะนาว และอาจมีต้นกำเนิดในจีนหรืออินเดียเมื่อ 2,500 ปีก่อน ชาวอาหรับเป็นผู้นำเลมอนไปสู่สเปนและแอฟริกาเหนือในช่วงศตวรรษที่ 11 และเหล่านักรบครูเสดเป็นผู้นำเลมอนไปเผยแพร่ทั่วยุโรป คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสนำเอาเลมอนไปทวีปอเมริกาด้วยในการเดินทางครั้งที่ 2 เมื่อปี 1493 และมีการปลูกเลมอนในฟลอริดาตั้งแต่ทศวรรษ 1500 หลายร้อยปีก่อน กลาสีเรืออังกฤษกินเลมอนที่บรรทุกมากับเรือเพื่อป้องกันโรคลักปิดลักเปิด ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการขาดวิตามินซี และอันตรายถึงตายได้ เลมอนลูกหนึ่งมีวิตามินซี 39 มก. มากกว่าครึ่งหนึ่งของปริมาณที่ควรได้รับต่อวัน

ชาวเหมืองและนักบุกเบิกยุคตื่นทองที่แคลิฟอร์เนียก็กินเลมอน เพื่อป้องกันโรคลักปิดลักเปิด และยอมจ่ายเงินถึง 1 เหรียญแลกกับเลมอน 1 ลูก ซึ่งในปี 1849 ถือเป็นเงินมหาศาลสำหรับผลไม้ลูกเล็กนิดเดียว เทียบกับค่าเงินปัจจุบันก็ราว 25 เหรียญหรือ 750 บาท

มะนาว

มีอะไรอยู่บ้างใน…มะนาวและเลมอน

วิตามินซีในมะนาวและเลมอนช่วยลดระดับฮิสตามีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการคัดจมูกและน้ำตาไหล วิตามินซีเป็นสารต้านอนุมูลอิสระทรงประสิทธิภาพ ช่วยกำจัดอนุมูลอิสระที่เป็นโมเลกุลทำลายเซลล์ และยังช่วยป้องกันโรคหัวใจ งานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่าการมีวิตามินซีน้อยจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะหัวใจพิบัติ (เมื่ออนุมูลอิสระจับตัวกับคอเลสเตอรอลในเลือด จะเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน กลายเป็นคราบไขมันอุดดันหลอดเลือด) ร่างกายใช้วิตามินซีกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิคุ้มกันและผลิตคอลลาเจนซึ่งเป็นสารสร้างเนื้อเยื่อช่วยเยียวยาบาดแผล

มะนาวและเลมอนยังมีกรดซิตริก (citric acid) สารเคมีที่ลดการขับแคลเซียมออกจากร่างกาย และป้องกันการก่อตัวของก้อนนิ่วในไต หากคุณมีนิ่วในไต ลองดื่มน้ำมะนาววันละประมาณ 2 ลิตร (แก้วละ 250 มล. 8 แก้ว) โดยใช้น้ำคั้นจากมะนาวหรือเลมอนสดๆ ใส่น้ำตาลให้น้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ จะป้องกันการเกิดนิ่วในไตได้ดี เทียบเท่ายาที่เป็นกรดซีเตรทอย่างโพแทสเซียมซิเตรท

เปลือกมะนาวและเลมอนยังมีไบโอฟลาโวนอยด์ (กลุ่มสารเคมีจากพืชที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ) ชื่อว่า รูติน (rutin) ที่ช่วยทำให้ผนังหลอดเลือดใหญ่และหลอดเลือดฝอยแข็งแรง นอกจากนี้ยังลดความเจ็บปวดจากหลอดเลือดขอด และอาจป้องกันอาการนี้ได้ด้วย

เลมอน

เคล็ดลับนักซื้อ

เลือกลูกที่ไม่มีตำหนิ ผิวเรียบตึง ถ้าซื้อมะนาวควรเลือกสีเขียวสด เปลือกบาง ถ้าซื้อเลมอนควรเลือกสีเหลืองจัด ถ้าผิวสากหยาบมักจะมีเปลือกหนา น้ำและเนื้อข้างในก็จะน้อย อีกเคล็ดลับสำหรับผู้ซื้อ คือดูที่น้ำหนัก ยิ่งหนักยิ่งดี ก่อนคั้นน้ำ ใช้ฝ่ามือคลึงบนพื้นเรียบ จะได้น้ำมากขึ้น

รู้ไว้ใช่ว่า

มะนาวที่ปลูกขายทั่วไปมีหลายสายพันธุ์ มะนาวหนัง ผลกลมค่อนข้างยาว มีจุดเล็กๆ ด้านหัว ผิวเรียบเปลือกบาง มะนาวไข่จะกลมมน ผิวเรียบ ลูกโตกว่ามะนาวหนัง ใช้ทำมะนาวดอง มะนาวที่นิยมมากที่สุด คือมะนาวทราย เช่น พันธุ์แป้นรำไพ ผลแป้นใหญ่ เปลือกไม่หนามาก และยังมีพันธุ์มะนาวจากต่างประเทศ เข่น มะนาวตาฮิติ ผลใหญ่ ทรงไข่ เปลือกและเนื้อสีเขียว เป็นมะนาวไร้เมล็ด

สำหรับเลมอน ในตลาดมีหลายพันธุ์ พันธุ์ยูเรกา (Eureka) มีเมล็ด ปลายผลแหลม ผิวขรุขระกว่าพันธุ์อื่นเล็กน้อย พันธุ์ลิสบอน (Lisbon) ผิวเรียบกว่าและมักไม่มีเมล็ด ทั้งสองพันธุ์ค่อนข้างเปรี้ยว พันธุ์เมเยอร์ (Meyer) หวานกว่า ใช้ทำเครื่องดื่มและของหวานดี แต่หายากกว่า ปัจจุบันมีพันธุ์จากจีน เป็นพันธุ์ผสมระหว่างเลมอนกับส้ม ผลกลมกว่าเลมอนทั่วไป และผิวมีสีออกส้มเล็กน้อย

ลิงก์ผู้สนับสนุน