พริกป่น ของดีคู่ครัว มีประโยชน์ต่อสุขภาพ

คนที่ไม่ชอบอาหารเผ็ดร้อนมักคิดว่าพวกกินเผ็ดทำร้ายปากและกระเพาะอาหารตัวเอง แต่ความจริงไม่เป็นเช่นนั้นเลย ความเผ็ดของพริกชนิดต่างๆ เช่น พริกคาเยนน์ (Capsicum annuum) เป็นผลมาจากแคปเซอิซิน (capsaicin) สารประกอบในรูปน้ำมันที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพหลายอย่าง การกินอาหารเผ็ดร้อนจึงมีข้อดีมากหลาย ตั้งแต่ช่วยแก้ปวดไปจนถึงขยายหลอดลม และยังอาจใช้กับโรคเบาหวานได้อีกด้วย

พริกป่น

พริกป่น…ใช้รักษา

กล่องเสียงอักเสบ, แก้ปวด, ข้ออักเสบ, ไข้ขึ้น, คลื่นไส้อาเจียน, คัดจมูก, งูสวัด, เจ็บคอ, เท้ามีปัญหา, ปวดฟัน, ลดน้ำหนัก, เลือดกำเดาไหล, เส้นประสาทข้อมือบาดเจ็บ, หวัดและไข้หวัดใหญ่

ลิงก์ผู้สนับสนุน

พริกป่น เม็ดพริกสด

พริกป่น…มีอะไรอยู่บ้าง

พริกยิ่งเผ็ดก็ยิ่งมีแคปเซอิซินมาก แคปเซอิซินตัดตอนความเจ็บปวด โดยลดสารเคมีในเซลล์ประสาทที่เรียกว่า สารพี (substance P) ซึ่งนำสัญญาณความเจ็บปวดจากปลายประสาทไปสู่สมอง เนื่องจากมีฤทธิ์แก้ปวดแบบนี้ เราจึงพบแคปเซอิซินในยาหลายขนาน รวมทั้งในยาแก้ปวดที่วางขาย ตั้งชนิดครีมน้ำมัน และแผ่นแปะบรรเทาปวด นอกจากนี้ยังใช้บรรเทาอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัด ปวดประสาทจากโรคงูสวัด และอาการปวดประสาทจากโรคเบาหวาน

เท่านั้นยังไม่พอ แคปเซอิซินยังช่วยกระตุ้นการเผาผลาญอาหาร ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญพลังงานภายใน 2 ชั่วโมงหลังการกิน นอกจากนี้พริกยังมีฤทธิ์เป็นยาต้านอักเสบ และอุดมด้วยวิตามินเอ วิตามินซี ฟลาโวนอยด์ และแคโรทีนอยด์ที่เป็นเม็ดสีในพืชซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ

พริกป่น พริกแห้ง

ในประวัติศาสตร์

นอกเหนือจากเพิ่มรสชาติแสนวิเศษให้อาหาร ประโยชน์อื่นๆ ของพริกก็เป็นที่รู้จักมาช้านาน มีหลักฐานว่าชาวอเมริกันพื้นเมืองใช้พริกคาเยนน์เป็นอาหารและเป็นยามาไม่ต่ำกว่า 9,000 ปี หมอยาในอินเดีย จีน ญี่ป่น และเกาหลี ใช้พริกรักษาอาการอาหารไม่ย่อย เบื่ออาหาร และปัญหาการไหลเวียนเลือด

นักวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร

จากงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่ตีพิมพ์ในวารสาร American Journal of Clinical Nutrition นักวิจัยพบว่า ผู้ป่วยเบาหวานที่กินอาหารแบบไม่ควบคุมโดยผสมพริกด้วย หลังกินแล้วมีความต้องการอินซูลินเพื่อลดน้ำตาลในเลือดน้อยลง แสดงให้เห็นว่าอาหารเผ็ดอาจมีฤทธิ์ต้านเบาหวาน ผลนี้ได้รับการยืนยันโดยงานวิจัยของไทยเมื่อปี 2009 ปัญหาคือต้องใช้พริกป่นไม่ต่ำกว่า 1 ช้อนชาจึงจะลดกลูโคสได้ผล ซึ่งอาจเผ็ดเกินไปสำหรับคนไม่คุ้นเคย

พริกป่น พริกแห้ง

ในอนาคต

นักวิจัยทั่วโลกต่างพยายามศึกษาว่าจะนำแคปเซอิซินมาใช้รักษาเนื้องอกได้อย่างไร นักวิจัยของสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ กำลังศึกษาผลของแคปเซอิซินกับเซลล์มะเร็งลำไส้ ในการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้พบว่า แคปเซอิซินส่งผลต่อระดับไนตริกออกไซด์ทำให้เซลล์มะเร็งทำลายตัวเอง ศูนย์การแพทย์เซดาร์ส-ไซไน (Cedars-Sinai Medical Center) ในคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยประจำรัฐแคลิฟอร์เนีย ศึกษาผลของแคปเซอิซินกับเซลล์มะเร็งเต้านม ในการศึกษาล่าสุดพบว่า แคปเซอิซินชะลอการเติบโตของเซลล์มะเร็งเต้านมในหลอดทดลอง ผลการทดลองกับหนูที่มีเนื้องอกพบว่า แคปเซอิซินลดก้อนเนื้องอกได้ประมาณร้อยละ 50 และยับยั้งการพัฒนาเป็นเนื้อร้ายได้ถึงร้อยละ 80

สุดท้าย ผลการทดสอบในห้องทดลองที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2009 นักวิจัยชาวไต้หว้นระบุว่า แคปเซอิซินทำให้เซลล์มะเร็งในกระเพาะอาหารทำลายตัวเอง แม้อาจต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าเราจะรู้แน่ว่า การกินพริกช่วยป้องกันหรือรักษามะเร็งในคนได้หรือไม่ แต่การกินพริกป่นรสแซบเป็นประจำก็ไม่เสียหายอะไร

พริกป่น พริกแห้ง แบบต่างๆ

เคล็ดลับนักซื้อ

พริกคาเยนน์มีขายในแผนกเครื่องเทศหรือของแห้งตามซูเปอร์มาร์เก็ต บางทีเรียกว่า พริกแดงป่น
พริกสดทำให้ผิวแสบร้อน หรือระคายเคืองผิว จึงควรสวมถุงมือเวลาหั่น อย่าใช้มือที่จับพริกมาขยี้ตาหรือจมูก และล้างมือทุกครั้งหลังจับหรือหั่นพริกเช่นเดียวกับเครื่องเทศอื่น ให้ใช้เครื่องตวงเวลาตักหรือผสมในอาหาร อย่าใช้นิ้วหยิบ ถ้าใช้ครีมแคปเซอิซิน ควรอ่านวิธีใช้บนฉลากให้ดีก่อน

รู้ไว้ใช่ว่า

โรยพริกป่นเล็กน้อยใส่ซุปร้อนๆ ที่กิน จะช่วยหดหลอดเลือดในจมูกและคอ จึงลดการคั่งหรือแน่นจมูก หรือใส่เครื่องปรุงเผ็ดร้อนชนิดอื่นๆ มากเท่าที่จะทนเผ็ดได้ เพื่อบรรเทาอาการคัดแน่นจมูก

ลิงก์ผู้สนับสนุน