ผิวไหม้แดด เคล็ด(ไม่)ลับฟื้นฟูสภาพผิว ด้วยยาดีจากห้องครัว

หากไม่ดูแลป้องกันให้ดี ผิวอาจโดนแดดเผาได้เสมอ นอกจากทำให้ผิวระคายเคืองและเจ็บแสบไปหลายวันแล้ว แสงแดดยังอาจก่อความเสียหายถาวรในรูปของริ้วรอย ตีนกา กระ และที่ร้ายแรงที่สุดคือ มะเร็งผิวหนัง ด้วยเหตุนี้คุณควรดูแลผิวไม่ให้ถูกแดดเผา เช่น ทาครีมกันแดดที่ค่าเอสพีเอฟไม่ต่ำกว่า 15 สวมหมวกและเสื้อผ้าที่ปกปิดมิดชิดเมื่อต้องออกไปโดนแสงแดดนอกบ้าน แต่ถ้าเกิดผิวไหม้แดดไปแล้ว ก็บรรเทาได้ด้วยยาดีในครัวของคุณนั่นเอง

ผิวไหม้แดด

ยาดีจากครัวช่วยเรื่อง…ผิวไหม้แดด

ข้าวโอ๊ต, ชาเขียว, นมข้นจืด, น้ำมันลาเวนเดอร์, น้ำส้มสายชู, น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล, เบกกิ้งโซดา, ว่านหางจระเข้, วิตามินซี, วิตามินอี

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ควรทำอะไรก่อน

เมื่อรู้ว่าผิวไหม้แดดให้รีบกลับเข้าบ้านให้เร็วที่สุด และทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  • กินยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น ไอบูโปรเฟน (ขนาด 400 มก.) เพื่อระงับอาการเจ็บแสบ และลดการอักเสบ
  • ประคบเย็นโดยวิธีใดวิธีหนึ่ง อาบน้ำฝักบัวเย็นๆ หรือแช่น้ำเย็นในอ่างอาบน้ำ จะช่วยลดปวดและการอักเสบหลังผิวไหม้แดดมาใหม่ๆ
  • อย่าทำตามคำแนะนำที่ให้ใช้น้ำมันเคลือบผิว ไม่ว่าจะเป็นเนย ปิโตรเลียมเจล และขี้ผึ้งเหนียวอื่นๆ ก็ตาม เพราะจะกันความร้อนและเหงื่อไม่ให้ระบายออกจากรูขุมขน แล้วยังล้างออกจากผิวหนัง (ซึ่งอ่อนแอเป็นพิเศษ) ได้ยาก ในทำนองเดียวกันอย่าเชื่อคำแนะนำ ที่ให้ประคบด้วยน้ำแข็ง เพราะจะยิ่งทำร้ายผิวที่เสียหายมาก่อนแล้ว
  • ให้ใช้ยาจากธรรมชาติที่อ่อนโยนกว่า ดังที่จะแนะนำในบทนี้

อาบแดด ผิวเปลี่ยนสี

เมื่อไร…ควรพบแพทย์

ผิวไหม้แดดส่วนใหญ่เป็นการไหม้ระดับที่ 1 ซึ่งเป็นระดับที่รุนแรงน้อยที่สุด และรักษาเองที่บ้านได้ แต่ถ้าผิวไหม้แดดแล้วมีตุ่มพอง ไข้ขึ้น หรือหนาวสั่น หรือเจ็บปวดจนทนไม่ไหว ควรพบแพทย์ ถ้ามีอาการคลื่นไส้อาเจียน ปวดหัว มึนงง หรือเป็นลม ควรไปแผนกฉุกเฉินทันทีเพราะคุณอาจมีอาการเพลียแดด หรือเป็นลมแดด

ตำรับยาจากครัว

ใช้ว่านหางจระเข้ ได้เวลาใช้ว่านหางจระเข้ที่ปลูกไว้แล้ว วุ้นจากว่านหางจระเข้นำมาทารักษาผิวไหม้แดดได้เช่นเดียวกับผิวที่โดนความร้อนจากเตา ที่จริงแล้วว่านหางจระเข้เป็นสารประกอบสำคัญในผลิตภัณฑ์บรรเทาผิวไหม้แดดราคาแพงตามร้านขายยา ใช้มีดกรีดใบว่านตามยาว แล้วขูดวุ้นออกมาทาผิวที่ไหม้แดด

ใช้ว่านหางจระเข้ รักษา ผิวไหม้แดด

บรรเทาด้วยข้าวโอ๊ต นอกจากเป็นอาหารหลักมื้อเช้า ข้าวโอ๊ตมีคุณสมบัติรักษาผิวและลดอักเสบด้วย ใส่ข้าวโอ๊ตในถุงน่องไนลอนที่เก่าแล้ว นำไปวางใต้ก๊อกน้ำขณะเปิดน้ำเย็นใส่อ่างอาบน้ำเพื่อแช่ตัว แช่นาน 15-20 นาที แล้วเป่าลมให้ตัวแห้ง อย่าใช้ผ้าเช็ดตัวเพราะจะเช็ดข้าวโอ๊ตที่ช่วยรักษาผิวออกไปด้วย

ฉีดพ่นด้วยลาเวนเดอร์ นักเคมีชาวฝรั่งเศสค้นพบพลังบำบัดของน้ำมันในลาเวนเดอร์ในต้นทศวรรษที่ 1900 เกิดอุบัติเหตุในห้องทดลอง มือเขาถูกลวกอย่างรุนแรง จึงริบจุ่มมือลงในกังน้ำมันลาเวนเดอร์ ปรากฏว่าน้ำมันช่วยรักษาอาการปวดแสบและไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ใช้น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ 1 ช้อนชาผสมกับน้ำ 4 ช้อนโต๊ะ ใส่ขวดสเปรย์ ฉีดพ่นเบาๆ ใส่ผิวที่ถูกแดดเผาได้บ่อยตามต้องการ

ใช้เบกกิ้งโซดา เบกกิ้งโซดาช่วยลดการอักเสบของผิวหนังได้ ใส่เบกกิ้งโซดา 1 กำมือ ผสมน้ำเย็นในอ่างอาบน้ำ แล้วลงแช่ 20 นาที

ใช้น้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูมีกรดอะซิติก ซึ่งเป็นองค์ประกอบของแอสไพริน จึงช่วยลดอาการปวดแสบ คัน และอาการอักเสบจากผิวไหม้แดดได้ ใช้กระดาษทิชชูแผ่นใหญ่หนาชุบน้ำส้มสายชูแล้วนำมาประคบปิดบริเวณที่ปวด ปล่อยทิ้งไว้จนแห้ง แต่ควรระวังรอบดวงตา เพราะน้ำส้มสายชูจะระคายเคือง ทำให้แสบตา หรืออาจใช้อีกวิธีคือ รินน้ำส้มสายชู 1 ถ้วยตวงผสมน้ำอุ่นในอ่างอาบน้ำ แช่ตัว 20 นาที

ใช้นม รักษา ผิวไหม้แดด

ใช้นมกระป๋อง ไม่ต้องไปเอานมสดออกมาจากตู้เย็น เพราะมันเย็นเกินไป ใช้นมข้นจืดกระป๋องก็เย็นพอจะรักษาอาการปวดแสบเมื่อถูกแดดแผดเผาได้ เทนมใส่ผ้าสะอาดและวางปิดบนบริเวณที่ไหม้ นมจะให้ชั้นโปรตีนคลุมผิวซึ่งช่วยให้รู้สึกสบายขึ้น

วิตามินอีและซี กินวิตามินซี 2,000 มก. วิตามินอี 1,000 หน่วยสากล เป็นเวลา 8 วัน จะช่วยรักษาผิวไหม้แดด ผู้เชี่ยวชาญบอกว่าจะลดโอกาสเกิดมะเร็งผิวหนังในอนาคตอีกด้วย

มองหาชาเขียว งานวิจัยหลายครั้งแนะนำว่า สารต้านอนุมูลอิสระในชาเขียวช่วยป้องกันผิวไหม้แดดและมะเร็งผิวหนังได้หากใช้พอกผิว หรือจิบชาเขียวเป็นประจำ ชาเขียวไม่กันแดดแต่จะปกป้องผิวไม่ให้อักเสบจากรังสียูวีในแสงแดด คุณต้องการสารอีจีซีจี (EGCG) ในชาเขียว 3 มก. ต่อผิวหนัง 1 ตารางนิ้ว ในชาเขียว 1 ถ้วยมีอีจีซีจี 20-35 มก. หลังจากโดนแดดมา จิบชาเขียว 1 ถ้วย และชงเพิ่มอีก 1 ถ้วย ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วใช้สำลีก้อนชุบน้ำชาเช็ดตามผิวหนัง

ชาเขียว รักษา ผิวไหม้แดด

สูตรนี้ก็มีด้วย

การรักษาตำรับเก่าแก่ที่นำมาเล่านี้ดูมีเหตุผลดี คือ ผู้ที่โดนแดดเผาไปอาบน้ำในลำธารที่ไหลไปทางตะวันออก เนื่องจากตามธรรมชาติแล้วน้ำเย็นจะทำให้ผิวเย็นลงและสบายขึ้น แต่มีวิธีหนึ่งที่เรามั่นใจว่าไม่ช่วยให้ดีขึ้นแน่ คือ การให้คนแก่ ‘เป่า’ ไฟออกจากผิวพองของคุณ (เว้นแต่คนที่เป่าจะเป็นคุณย่า คุณยายของคุณเอง และคุณอายุไม่ถึง 6 ขวบ)

ลิงก์ผู้สนับสนุน