ป้องกันเอาไว้ หัวใจขาดเลือด

พื่อนข้างบ้านแวะมาบ่นเรื่องเจ็บหัวใจจี๊ด ๆ ดิฉันก็เพียงเปรยๆ ให้ฟังว่า ถ้ามันเจ็บถี่นักก็ควรจะไปหามดหาหมอเพื่อตรวจให้รู้เรื่องว่าเป็นอะไร

เพราะหัวใจเป็นอวัยวะสำคัญทำงาน 24 ชั่วโมงไม่เคยหยุดพัก และถ้าลองมันหยุดพักขึ้นมาเมื่อไหร่ละก็ เป็นเรื่องนะคะ!!

โรคหัวใจขาดเลือด หัวใจล้มเหลว

ลิงก์ผู้สนับสนุน

หัวใจจะแข็งแรงได้ กล้ามเนื้อของเขาต้องแข็งแรง

กล้ามเนื้อหัวใจก็เช่นเดียวกับกล้ามเนื้อทั่วไปคือ ต้องการเลือดไปเลี้ยงผ่านทางหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ ซึ่งมีขนาดเล็กมาก ถ้าหลอดเลือดนี้เกิดการตีบหรือตัน ไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม จะเกิดกลุ่มอาการของโรคที่เรียกว่า ‘โรคหัวใจขาดเลือด’ ได้แก่ อาการเจ็บหน้าอก กล้ามเนื้อหัวใจตาย ผลที่จะเกิดตามมาก็คือภาวะหัวใจล้มเหลวหรือหัวใจวายจนกระทั่งเสียชีวิต

สาเหตุส่วนใหญ่ที่ทำให้หลอดเลือดหัวใจตีบ เกิดจากไขมันคอเลสเตอรอล และหินปูน (แคลเซียม) ไปสะสมอยู่ในผนังด้านในของหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลไม่สะดวก กล้ามเนื้อหัวใจขาดอาหารและออกซิเจน จึงเกิดอาการเจ็บแน่นหน้าอก แต่หากหลอดเลือดอุดตัน กล้ามเนื้อหัวใจจะตาย ซึ่งนั่นหมายถึงว่า ชีวิตก็จะพลอยวอดวายไปด้วย

คุณผู้อ่านทราบไหมคะ ว่าในสมัยที่เราเกิดมาใหม่ๆ ผ่านวันผ่านวัยมายังไม่มาก หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจยังสะอาดอยู่ ต่อมาเมื่ออายุมากขึ้น รับประทานอาหารที่ล้วนแต่อุดมไปด้วยไขมัน ก็จะเริ่มเกิดการสะสมของไขมันที่หลอดเลือดทั่วร่างกาย แต่หลอดเลือดที่จะเกิดปัญหามากในอนาคต คือ หลอดเลือดเลี้ยงหัวใจ…นี่เองละค่ะ

จากการศึกษาของฝรั่งมังค่าพบว่า ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดโรคนี้ได้แก่ อายุ (เพราะเป็นโรคของความเสื่อมด้วย) เพศชาย (ฮอร์โมนเอสโตรเจนในเพศหญิงช่วยป้องกันโรคนี้) พันธุกรรม การสูบบุหรี่ ไขมันคอเลสเตอรอล เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และความเครียด ดังนั้น ใครที่ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้มากข้อ ก็ถือว่ายิ่งมีโอกาสเกิดโรคมากเป็นทวีคูณ

เมื่อดูจากปัจจัยเสี่ยงจะเห็นว่า บางข้อเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เช่น เพศ อายุ พันธุกรรม เป็นต้น แต่หลายข้อสามารถหลีกเสี่ยงได้ ระมัดระวังได้

แสดงหลอดเลือดหัวใจตีบตัน

คำแนะนำในการป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดจึงมีดังนี้

1. หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง

ไขมันคอเลสเตอรอลเป็นไขมันที่มีความจำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเซลล์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเซลล์สมอง แต่หากมีไขมันนี้มากเกินไป จะเกิดการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือดได้

ไขมันที่ร้ายที่สุดคือ ‘คอเรสเตอรอลชนิดแอลดีแอล’ ในทางกลับกัน ‘ไขมันคอเลสเตอรอลชนิดเอชดีแอล’ เป็นไขมันชนิดดีที่ช่วยป้องกันโรคหัวใจ

ปัจจุบันเราแนะนำให้ควบคุมระดับไขมันคอเสสเตอรอลในเลือดไม่ให้เกิน 200 แอล-ดี-แอล ไม่เกิน 130 และเอช-ดี-แอล ควรมากกว่า 35 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

คอเลสเตอรอลส่วนใหญ่มาจากไขมันจากสัตว์และพืชบางชนิด เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะพร้าว ดังนั้น หลักสำคัญของการลดระดับไขมันในเลือดคือ การควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารที่เราเห็นๆ อยู่แล้วว่ามีไขมันสูง เช่น หมูสามชั้น เนื้อติดมัน หนังเป็ด หนังไก่ ข้าวขาหมู ข้าวมันไก่ กะทิ เนย พิซซ่า เบอร์เกอร์ เป็นต้น

คอเลสเตอรอลยังมีมากในเครื่องในสัตว์ สมองสัตว์ ไข่แดงจากไข่ทุกประเภท (แต่ไม่พบในไข่ขาว) อาหารทะเลบางชนิด เข่น กุ้ง หมึก หอยนางรม มันปู

การรับประทานมังสวิรัติ ชีวจิต หรือแม้แต่เจแบบเขี่ยๆ ก็ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ดี แต่ไม่ควรรับประทานไข่แดงเกิน 2 ฟองต่อสัปดาห์ (ในกรณีที่อายุมาก กิจกรรมน้อย) นอกจากนั้นอาหารประเภทที่มีกากใยมาก เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ ซีเรียล ผลไม้ ก็มีส่วนช่วยลดการดูดซึมของไขมันเช่นกัน

สาเหตุของ โรคหัวใจขาดเลือด

2. เลิกบุหรี่

ผู้ที่สูบบุหรี่หรือแม้แต่ผู้ที่ได้รับควันบุหรี่สม่ำเสมอโดยไม่ได้สูบเอง ก็เสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดมากขึ้น แถมยังเสี่ยงต่อการเกิดโรคอื่นมากมายด้วย

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายที่ได้ประโยชน์ต่อหัวใจคือ การออกกำลังกายแบบแอโรบิก หมายถึงการออกกำลังกายต่อเนื่อง เป็นจังหวะ หายใจสม่ำเสมอ เช่น การเดินเร็วๆ วิ่ง ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน เต้นแอโรบิก เป็นต้น

กิจกรรมดังกล่าวต้องทำต่อเนื่องครั้งละ 20-30 นาที 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ จึงจะเป็นประโยชน์ต่อหัวใจ

แม้ว่ากีฬาบางชนิด เช่น กอล์ฟ แบดมินตัน เทนนิส จะเป็นการออกกำลังกายที่ดี แต่ไม่ใช่ชนิดแอโรบิก การออกกำลังกายแบบแอโรบิก อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ไขมันชนิดดีคือ เอชดีแอล สูงขึ้น ไขมันชนิดนี้ช่วยลดการสะสมของไขมันผนังหลอดเลือด

ผลดีอย่างมากของการออกกำลังกายคือ ช่วยให้จิตใจแจ่มใส ไม่แก่เร็ว หุ่นดี ระบบขับถ่ายปกติ และช่วยควบคุมเบาหวาน ความดันโลหิตสูงได้ดีขึ้นด้วย แต่ควรเลือกชนิดของการออกกำลังกายแบบแอโรบิกที่เหมาะสมกับตัวเอง

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ป้องกันหัวใจขาดเลือด

4. ควบคุมเบาหวานและความดันโลหิตสูง

ทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูงทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายเสื่อมเร็วขึ้น แต่ที่จะมีปัญหามากก็คือหลอดเลือดที่ตา ไต สมอง และหัวใจ กลายเป็นต้นเหตุสำคัญของอัมพาต ไตวาย และโรคหัวใจขาดเลือด ดังนั้น จึงควรดูแลตัวเองให้ปลอดพ้นจากโรคทั้งสองนี้ แต่หากเกิดอาการแล้วก็ควรควบคุมอาหาร กินยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรซื้อยามากินเอง

5. ทำจิตใจให้ผ่องไส

มนุษย์จำพวกช่างโกรธ ขาวีน ฉุนเฉียวง่าย ทำงานแข่งกับเวลา อยู่กับความเครียดตลอด พบว่าสัมพันธ์กับการเกิดโรคหัวใจขาดเลือดและยังเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดปัญหาแทรกซ้อนขึ้นในผู้ป่วยที่มีโรคหัวใจอยู่แล้ว

ดังนั้น หากทำจิตใจให้สงบ แจ่มใส มองโลกในแง่ดี ทำสมาธิ ไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันโรคหัวใจขาดเลือดเท่านั้น ยังให้ผลดีอื่นๆ ตามมาอีกด้วยคือ สุขภาพจิตดี มนุษยสัมพันธ์ดี ทำให้มีชีวิตอย่างมีความสุข

ทำจิตใจให้ผ่องไส ป้องกันหัวใจขาดเลือด

ทั้ง 5 ข้อ ที่กล่าวมาเป็นเรื่องที่บังคับกันไม่ได้ ตราเป็นกฎหมายก็คงจะถูกค้อน อิอิ

เป็นเรื่องที่พูดง่าย แต่ทำยากค่ะ เนื่องจากต้องไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ปรับเปลี่ยนเวลา และวิถีชีวิตในแต่ละวันของผู้คน แต่ถ้าตั้งใจจะทำจริงๆ เพราะเห็นประโยชน์ เห็นความสุข และชักชวนกันทำ ไม่ปล่อยให้ใครคนใดคนหนึ่งในบ้านมุ่งมั่นอยู่คนเดียว แล้วที่เหลือมองเป็นเรื่องตลก ไร้สาระ น่าขัน มันก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ และทำได้ขึ้นมาในชั่วพริบตา

ปฏิบัติให้เป็นนิสัย ทำให้เป็นกิจวัตร หัวใจดีๆ ก็จะอยู่คู่กับตัวคุณ ต้องใช้ตลอดชีวิตไม่ใช่หรือคะ ‘หัวใจ’ เนี่ย!!

ลิงก์ผู้สนับสนุน