ปลากระป๋อง ของคู่ครัว ก็เป็นยาประจำบ้านได้

คุณอาจไม่เคยคิดว่าปลากระป๋องจะเป็นยาประจำบ้าน แต่ควรเปลี่ยนความคิดได้แล้ว การกินปลาแค่ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์จะช่วยให้หัวใจแข็งแรงและมีสุขภาพดีขึ้น นั่นเป็นเพียงหนึ่งในประโยชน์มากมายที่คุณจะได้จากการกินปลา ทุกครั้งที่คุณเปิดกระป๋องปลากินคุณจะมีความจำดีขึ้น อารมณ์ดีขึ้น และอาจจะมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น แข็งแรงขึ้นด้วย

ปลากระป๋อง ในน้ำมัน

ปลากระป๋อง…ใช้รักษา

ข้ออักเสบ, ความจำและการเรียนรู้, ความดันโลหิตสูง, ซึมเศร้า, ตาระคายเคือง, ปวดประจำเดือน, ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง, แผลในกระเพาะอาหาร, ร้อนวูบวาบในวัยทอง, วิตกกังวล, สะเก็ดเงิน, สิว, สุขภาพหัวใจ, สุขภาพเล็บ, สูญเสียมวลกระดูก, เส้นประสาทข้อมือบาดเจ็บ, เสริมภูมิคุ้มกัน, หอบหืด, อาการจากการอักเสบ

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ปลากระป๋อง ในน้ำเกลือ

มีอะไรอยู่บ้างใน…ปลากระป๋อง

ปลากระป๋องบางชนิด โดยเฉพาะแซลมอน ซาร์ดีน และเฮอร์ริง อุดมด้วยกรดไขมันโอเมกา-3 ส่วนปลาทูน่าจะพบน้อยกว่า ทั้งหมดนี้ช่วยให้ร่างกายผลิตสารประกอบพรอสตาแกลนดินซีรีส์ 3 (series 3 prostaglandin) ซึ่งเป็นสารคล้ายฮอร์โมนที่ทำให้เกล็ดเลือดลดความหนืด ช่วยลดการอักเสบ และทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น

ปลากระป๋อง แบบต่างๆ

นักวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร

งานวิจัยบางชิ้นบ่งชี้ว่า คนที่กินปลาอุดมด้วยโอเมกา-3 มีแนวโน้มน้อยกว่าที่ทักษะในการคิดและความจำจะเสื่อมตามวัย งานวิจัยอื่นๆ ยังพบว่า การมีโอเมกา-3 ต่ำมีส่วนทำให้เกิดอาการซึมเศร้ามากขึ้น การศึกษาของ Physicians’ Health Study ซึ่งเป็นโครงการวิจัยที่ตั้งมากว่า 25 ปี รายงานว่า ผู้ชายที่กินปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง มีแนวโน้มที่จะเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจขาดเลือดน้อยกว่าผู้ชายที่กินปลาไม่เกินเดือนละครั้งถึงร้อยละ 52 แม้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าผลดังกล่าวนี้เกิดจากปัจจัยเดียวหรือหลายปัจจัย แต่พบว่า ไขมันโอเมกา-3 ช่วยลดความหนืดของเกล็ดเลือด จึงลดโอกาสที่จะจับตัวเป็นก้อนหรือลิ่มเลือด กรดโอเมกา-3 ยังช่วยให้เซลล์เม็ดเลือดแดงยืดหยุ่นขึ้น จึงไหลผ่านหลอดเลือดเล็กๆ ได้ดีขึ้น ลดการอักเสบของผนังหลอดเลือด และลดระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดด้วย

การศึกษาผู้ชายกว่า 43,000 คน ที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2003 ระบุว่าคนที่กินปลา 85-140 กรัม 1-3 ครั้งใน 1 เดือน จะลดความเสี่ยงลงถึงร้อยละ 43 ต่อภาวะสมองขาดเลือดจากการอุดตันของลิ่มเลือด ซึ่งเป็นโรคหลอดเลือดสมองชนิดที่พบบ่อยที่สุด

ปลากระป๋อง ในซอสมะเขือเทศ

เคล็ดลับนักซื้อ

สี่งที่ต้องระวังในการกินปลาคือ สารตะกั่ว โดยทั่วไปปลาขนาดเล็กอย่างแซลมอนและเฮอร์ริง มีสารตะกั่วน้อยกว่าปลาใหญ่อย่างทูน่า ส่วนปลากระป๋องควรเลือกไลท์ทูน่า (light tuna) ซึ่งมักเป็นสายพันธุ์ skipjack จะมีสารตะกั่วน้อยกว่าไวท์ทูน่า (white tuna) ที่มักใช้สายพันธุ์ albacore ผู้บริโภคบางกลุ่มแนะนำว่า หญิงมีครรภ์ควรกินไลท์ทูน่าไม่เกิน 6 ออนซ์ (170 กรัม) ใน 4 วัน ถ้าเป็น ทูน่าอัลบาคอร์ กินได้ไม่เกิน 170 กรัมต่อ 10 วัน

แซลมอนจากธรรมชาติมีสารตะกั่วน้อยกว่า มีโอเมกา-3 มากกว่าแซลมอนกระป๋อง เกือบทั้งหมดเป็นปลาที่จับจากแหล่งธรรมชาติ แซลมอนจากทางตะวันตกเฉียงเหนือของแปซิฟิกดีที่สุดเพราะน้ำยังมีคุณภาพดี

รู้ไว้ใช่ว่า

ทูน่าในน้ำบรรจุกระป๋อง 1 ถ้วยตวง ให้พลังงาน 179 กิโลแคลอรี ปลาทูน่าปริมาณเท่ากันแต่แช่ในน้ำมันให้พลังงาน 289 กิโลแคลอรี ฉะนั้นถ้าไม่ติดเรื่องรสชาติควรเลือกชนิดแช่น้ำดีกว่า แต่ถ้าจะใช้ทำสลัด เลือกชนิดแช่น้ำมันมะกอกจะอร่อยมาก เติมน้ำมะนาวอีกหน่อยก็ไม่ต้องราดน้ำสลัดแล้ว แต่เมนูนี้ไม่ควรกินบ่อยเพราะชนิดแช่น้ำมันมีสารตะกั่วมากกว่าชนิดน้ำ

ควรระมัดระวังในการกินโอเมกา-3 โดยเฉพาะถ้ากำลังกินยาละลายลิ่มเลือด การกินโอเมกา-3 มากกว่า 3 กรัมต่อวัน จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการตกเลือด

ลิงก์ผู้สนับสนุน