น้ำมันมะกอก น้ำมันที่เป็นยารักษาโรคหัวใจ

เหล่านักโภชนาการชื่นชมอาหารเมดิเตอร์เรเนียนมานานจนอาจลืมไปแล้วว่าไขมันอย่างน้ำมันมะกอกดีต่อหัวใจเราอย่างไร แต่หลักฐานยืนยันยังคงอยู่ คือ ในช่วงกลางทศวรรษ 1980 มีการศึกษาเปรียบเทียบอัตราการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจใน 7 ประเทศเป็นระยะเวลานาน ผลแสดงให้เห็นว่า ภาวะหัวใจพิษัติพบไม่บ่อยนักในประเทศที่บริโภคน้ำมันมะกอกมากอย่างอิตาลีและกรีซ หลังจากนั้นก็มีการศึกษาทางคลินิกอีกมากมายยืนยันว่าน้ำมันมะกอกช่วยปกป้องระบบหลอดเลือดหัวใจ

น้ำมันมะกอก

น้ำมันมะกอก…ใช้รักษา

ครีมบำรุงผิว, ความดันโลหิตสูง, คอเลศเตอรอลสูง, เจ็บเท้า, ปวดหลัง, ป้องกันการติดเชื้อ, ผิวกระจ่างใส, ผื่นผิวหนังอักเสบ, ภูมิแท้, รีมฝีปากแตก, ลดความเสี่ยงต่อมะเร็ง, เล็บเปราะ, เลือดกำเดาไหล, สะเก็ดเงิน, สุขภาพหัวใจ, หอบหืด, เหา, อาการช่วงมีประจำเดือน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

น้ำมันมะกอก…ในประวัติศาสตร์

ต้นมะกอกเติบโตได้ดีในสภาพอากาศร้อนและแห้ง จึงไม่น่าสงลัยว่า มะกอกต้นแรกอาจมาจากประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียนอย่างซีเรีย เลบานอน ปาเลสไตน์ หรืออิสราเอล คนโบราณถือว่าน้ำมันมะกอก เป็นของมีค่า ในซีเรียโบราณเมื่อ 2,000 ปีก่อนศรีสตกาล น้ำมัน มะกอกมีค่า 5 เท่าของราคาไวน์ อาจเป็นเพราะใช้ท่าน้ำมันตะเกียง น้ำมันมะกอกมีบทบาทในพิธีทางศาสนาและพิธีกรรม ใช้เคารพผู้ตายและชโลมพระศพกษ้ตริย์และศพนักรบ คำว่า Messiah แปล ว่า ผู้ถูกชโลม คนโบราณใช้น้ำมันมะกอกเป็นยาขี้ผึ้งในเวชสำอาง บำรุงผิวหนังและเส้นผม และใช้ท่าสบู่ด้วย ในตำราอาหารเล่มแรก ของโลก De Re Coquinaria (เรื่องราวการท่าอาหาร) โดยพ่อครัว ชาวโรมันนาม อะปิซิอุส น้ำมันมะกอกเป็น 1 ใน 10 ส่วนผสมที่ใช้บ่อยที่สุดในสูตรอาหาร 468 สูตรในตำราอาหารเล่มนี้

น้ำมันมะกอก

นักวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร

นักวิทยาศาสตร์รู้กันมานานนับสิบปีแล้วว่า คนที่กินน้ำมันมะกอกมากจะมีอัตราการเป็นโรคหัวใจตํ่า ตอนนี้ยังรู้เพิ่มขึ้นอีกว่า ทำไมน้ำมันสีเขียวอมทองชนิดนี้ถึงดีต่อสุขภาพ

ในการศึกษาเมื่อเร็วๆ นี้นักวิจัยชาวสเปนรายงานว่า กลุ่มที่กินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่มีน้ำมันมะกอกนาน 1 ปี ความดันเลือดจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่วนกลุ่มที่กินอาหารเมดิเตอร์เรเนียนผสมถั่วเปลือกแข็ง ความดันเลือดลดลงเล็กน้อย แต่กลุ่มที่ 3 กินอาหารไขมันต่ำธรรมดา ความดันเลือดไม่เปลี่ยนแปลง เมื่อเปรียบเทียบระดับสารซีอาร์พี (C-reactive protein) ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้การอักเสบที่นำไปสู่โรคหัวใจ พบว่า กลุ่มที่กินน้ำมันมะกอกมีระดับสารซีอาร์พี ในเลือดต่ำกว่าอีก 2 กลุ่มอย่างเห็นได้ชัด (กลุ่มกินอาหารไขมันต่ำมีระดับสารนี้เพิ่มขึ้นด้วยซํ้า) นอกจากนี้ดูเหมือนว่าน้ำมันมะกอกจะเปลี่ยนโครงสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งผู้วิจัยคาดว่าน่าจะเป็นเพราะสรรพคุณในการลดคอเลสเตอรอลและความดันเลือด

เมื่อเร็วๆ นี้นักวิจัยชาวอิตาลียังได้เปรียบเทียบผู้ป่วยโรคมะเร็งกว่า 20,000 คน กับคนที่มีสุขภาพดี 18,000 คน พบว่า กลุ่มที่กินอาหารที่มีน้ำมันมะกอกและไขมันมีประโยชน์อื่นๆ จะเสี่ยงต่อโรคมะเร็งน้อยกว่า

ในปี 2009 นักวิจัยชาวสเปนศึกษากลุ่มผู้ชายที่มีคอเลสเตอรอลสูงมากและต้องกินยาซิมวาสเตตินเพื่อลดคอเลสเตอรอล โดยแบ่งเป็นกลุ่มกินอาหารที่มีน้ำมันมะกอก และกลุ่มกินอาหารที่มีน้ำมันทานตะวัน หลังจากติดตามผลนาน 6 เดือน พบว่า กลุ่มที่กินน้ำมันมะกอกลดคอเลสเตอรอลรวมได้มากกว่ากลุ่มกินน้ำมันทานตะวัน

น้ำมันมะกอก ลูกมะกอก

น้ำมันที่เป็นยารักษาโรคหัวใจ

ยังมีการศึกษาอื่นๆ บ่งชี้ว่า น้ำมันมะกอกออกฤทธิ์คล้ายแอสไพริน ช่วยลดการอักเสบระดับตํ่าๆ ที่เป็นเรื้อรัง ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดภาวะหัวใจพิบติ น้ำมันมะกอกยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธ์ต่อคอเลสเตอรอล ทำให้เกาะผนังหลอดเลือดน้อยลง นอกจากนี้ยังมีพฤกษเคมี วิตามินอี และไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ช่วยล้างหลอดเลือดให้สะอาด การศึกษาในห้องทดลองพบว่า น้ำมันมะกอกมีพฤกษเคมีไฮดรอกซีไทโรซอล (hydroxytyrosol) และโอลีโรเปอิน (oleuropein) ที่ออกฤทธิ์ร่วมกันป้องกันมะเร็งเต้านม ความดันโลหิตสูง แบคทีเรียที่ทำให้อักเสบ และโรคหัวใจ ส่วนสารลิกนัน (lignan) ในน้ำมันมะกอกแบบเอ็กซตราเวอร์จิน (extra-virgin) อาจป้องกันมะเร็งได้โดยจัดการเซลล์ตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนเป็นมะเร็ง

การบีบอัดดีที่สุด

ความร้อนและสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตน้ำมันมะกอกกระป๋อง ทำให้คุณค่าสารอาหารลดลง จึงควรเลือกน้ำมันที่ผ่านกระบวนการผลิตให้น้อยที่สุด เช่น น้ำมันแบบเอ็กซตราเวอร์จิน (extra-virgin) ที่ใช้วิธีผลิตแบบหีบเย็น (cold press) ส่วนน้ำมันมะกอกแบบเวอร์จินผ่านกรรมวิธีหีบเย็น ไม่ใช่การกลั่น คำว่า “เวอร์จิน” (virgin) หมายถึงน้ำมันที่เป็นกรดมากกว่าพวกเอ็กซตราเวอร์จินเล็กน้อย มีโอเลอิก (oleic) ซึ่งเป็นกรดไขมันอิสระ ไม่เกิน 3 กรัม ต่อนํ้ามัน 100 กรัม นํ้ามันมะกอกแบบเอ็กซตราเวอร์จินเป็นกรดน้อยที่สุด มีกรดโอเลอิกไม่เกิน 1 กรัมต่อน้ำมัน 100 กรัม บรรดาเชฟมักใช้แบบนี้ เพราะเลือกกลิ่นรสได้หลากหลายและมีรสชาติ “ผลไม้” ด้วสรสชาติที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศของแหล่งที่ปลูก รวมทั้งสายพันธุ์ และวิธีเก็บเกี่ยวผลมะกอกด้วย ไม่ควรเลือกน้ำมันมะกอกแบบ “extra light” หรือ “light” เพราะผ่านการกลั่นมากที่สุด แต่ไม่ช่วยลดพลังงานหรือไขมัน แถมยังไม่มีรสชาติและคุณประโยชน์เท่าแบบเอ็กซตราเวอร์จิน

น้ำมันมะกอก

เคล็ดลับนักซื้อ

น้ำมันมะกอกเอ็กซตราเวอร์จินแบบหีบเย็นดีที่สุดทั้งรสชาติและผลดีต่อสุขภาพ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าน้ำมันมะกอกชนิดอื่นมาก การเก็บรักษาต้องให้ห่างจากความร้อน แสง และอากาศ จะได้ไม่เหม็นหืน หรือทำให้สารต้านอนุมูลอิสระลดลง ควรเก็บในภาชนะสุญญากาศ วางไว้ในที่เย็นและมืด ใช้น้ำมันมะกอกเอ็กซตราเวอร์จินทำน้ำจิ้มและนํ้าสลัด และใช้แบบเวอร์จินผัดอาหาร

รู้ไว้ใช่ว่า

แน่นอนว่ามะกอกเป็นของดี และใช้ทำอาหารว่างอร่อยๆ ได้ในราคาพอสมควรด้วย ส่วนใหญ่มะกอกที่เด็ดจากต้นสดๆ ยังกินไม่ได้ ต้องขจัดสารรสขมออกไปก่อน ผลมะกอกแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเด็ดจากต้นตอนแก่ได้ที่แค่ไหน และถูกลมหรือไม่ (ผลจะดำ) วิธีดีต่อสุขภาพคือ การดองเค็ม ถ้าชอบมะกอกแต่ไม่ชอบรสเค็มจากการดอง ก็ให้ล้างก่อนกิน นักวิจัยจึงแนะนำให้ผู้มีคอเลสเตอรอลสูงใช้น้ำมันมะกอกแทนน้ำมันทานตะวัน แม้ว่ากำลังกินยาลดคอเลสเตอรอลอยู่ก็ตาม

ลิงก์ผู้สนับสนุน