ท้องผูก วิธีแก้ปัญหาท้องผูกง่ายๆ ด้วยของในห้องครัว

การขับถ่ายลำบากทำให้เกิดความอึดอัดตามมาอีกหลายประการ ไม่ว่าจะอาการท้องอืด ปวดท้องแต่เบ่งไม่ออก หรือขาดความมั่นใจ เพราะไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะเกิดอาการอยากเข้าห้องน้ำเมื่อใด ท้องผูกมีสาเหตุหลายประการ เช่น กินอาหารที่มีกากใยน้อยเกินไป ดื่มน้ำไม่พอ ความเครียด ติดยาระบาย ออกกำลังกายน้อย รวมถึงเกิดจากการใช้ยาบางชนิดหรือโรคประจำตัว โชคดีที่ปัญหาท้องผูกมีวิธีแก้มากมาย และหลายวิธีก็ใช้ข้าวของในครัวของเรานั่นเอง

ปวดท้อง ท้องผูก

ยาดีจากครัวช่วยแก้ปัญหา…ท้องผูก

กาแฟ, เกลือเอปซอม, ชา, น้ำเชื่อมข้าวโพด, น้ำผึ้ง, มะนาว, เมล็ดงา, เมล็ดซิลเลียม, เมล็ดแฟลกซ์, ลูกเกด, ลูกพรุน, ลูกฟิก

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ควรทำอะไรก่อน

เมื่อท้องผูก ให้ลองทำตามวิธีต่อไปนี้

  • วิธีดีที่สุดในการปรับลำไส้ให้กลับมาทำงานปกติ คือ กินเส้นใยอาหารวันละ 20-35 กรัม ใยอาหารจะดูดซับน้ำ ทำให้อุจจาระพอง นุ่ม จึงเบ่งออกง่าย
  • นอกจากกินใยอาหารแล้ว จำเป็นต้องดื่มน้ำมากขึ้นด้วย ควรดื่มน้ำให้มากกว่าปกติ
  • อย่าลืมออกกำลังกาย เพราะช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
  • เมื่อเริ่มมีอาการอยากเบ่ง ให้รีบเข้าห้องน้ำทันที หากมัวแต่อั้นไว้เพื่อไปทำอย่างอื่นก่อน ปัญหาท้องผูกจะมาเยือนคุณในที่สุด
  • อย่าบังคับให้ลำไส้ทำงาน การพยายามเบ่งอาจทำให้เกิดริดสีดวงทวารหรือแผลทวารปริ ซึ่งนอกจากเป็นภาวะที่เจ็บปวดแล้ว ยังทำให้ท้องผูกหนักขึ้นกว่าเติม

ท้องผูก ท้องอืด แน่นท้อง

เมื่อไร…ควรพบแพทย์

ท้องผูกเรื้อรังอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรง เช่น มะเร็งลำไส้ใหญ่ หรือลำไส้อุดตัน หากลองใช้วิธีที่กล่าวมาแล้วยังท้องผูกอยู่นานเกิน 2 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์ กรณีที่ควรพบแพทย์ทันที คือ มีเลือดปนกับอุจจาระ หรือท้องผูก มีไข้ ปวดท้องรุนแรง ปวดเกร็งท้อง หรือน้ำหนักลดโดยไม่รู้สาเหตุ หากเริ่มใช้ยาชนิดใหม่และสงสัยว่ายาอาจทำให้ท้องผูก ควรแจ้งให้แพทย์ทราบ ยาที่อาจทำให้ท้องผูก คือ ยาแก้แพ้ ยาขับปัสสาวะ ยาลดความดันโลหิต ยานอนหลับ แคลเซียม ยาต้านซึมเศร้าบางชนิด ยาลดกรดที่มีส่วนผสมของแคลเซียมหรืออะลูมิเนียม

ตำรับยาจากครัว

ปรุงเครื่องดื่มจากเมล็ดแฟลกซ์ นำเมล็ดแฟลกซ์ 2 ช้อนโต๊ะ ต้มในน้ำเดือด 2 ถ้วยตวง กรองกากออกแล้วปล่อยให้เย็น เติมน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล 1 ช้อนชาแล้วดื่มใยอาหารจากเมล็ดแฟลกซ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้ดี

กินเมล็ดงา ชาวจีนและชาวอามิชใช้เมล็ดงารักษาอาการท้องผูกมานานแล้ว น้ำมันจากเมล็ดงาช่วยหล่อลื่นภายในลำไล้และบรรเทาปัญหาอุจจาระแห้งแข็ง ใช้เมล็ดงา 1 ช้อนโต๊ะ บดให้ละเอียดด้วย เครื่องบดกาแฟสะอาด โรยบนอาหารเพื่อเพิ่มรสชาติ

กินเมล็ดงา ช่วย ท้องผูก

น้ำเชื่อมสำหรับทารก ถ้าทารกมีอาการท้องผูก ใช้น้ำเชื่อมข้าวโพด 1 ช้อนชาผสมกับน้ำเปล่าหรือนมทารก 120 มล. จะช่วยให้อุจจาระนุ่มลงและขับถ่ายออกง่ายขึ้น

กินซิลเลียม เมล็ดซิลเลียมคือยาระบายที่แพทย์และหมอสมุนไพรนิยมมากที่สุด สามารถใช้รักษาโรคลำไส้แปรปรวนและริดสีดวงทวารได้ด้วย หากคุณไม่มีซิลเลียมติดบ้าน ให้ลองหาซื้อที่ร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผสมเมล็ดซิลเลียม 2 ช้อนชาในน้ำดื่มครึ่งแก้ว ทิ้งไวให้พองเต็มที่ ดื่มตอนเช้าและก่อนนอน พร้อมกับดื่มน้ำตามอีก 1-2 แก้ว ผลข้างเคียงของซิลเลียม เช่น เกิดการแพ้ หรือลำไส้อุดตัน มีโอกาสเกิดน้อยมาก

ดื่มกาแฟ ผู้ที่เป็นคอกาแฟคงทราบดีว่า คาเฟอีนในกาแฟมีฤทธิ์กระตุ้นลำไส้ใหญ่ แต่ก็ไม่ควรดื่มมากเกินไป เพราะฤทธิ์ขับปัสสาวะของคาเฟอีนอาจทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำ

ดื่มกาแฟ ช่วย ท้องผูก

ลองเครื่องดื่มร้อนชนิดอื่น หากคุณไม่ดื่มกาแฟ ลองดื่มเครื่องดื่มร้อนชนิดอื่นๆ เป็นอย่างแรกในมื้อเช้า เช่น ชาสมุนไพร ชาปราศจากคาเฟอีน หรือน้ำอุ่นบีบมะนาวหรือน้ำผึ้ง เพื่อกระตุ้นการทำงานของลำไส้ใหญ่ (มะนาวเป็นยาระบายธรรมชาติ)

ลูกพรุนช่วยได้ ตำรับยาจากห้องครัวที่นิยมใช้รักษาอาการท้องผูก คือ ลูกพรุน (พรุน 3 ผล มีใยอาหาร 3 กรัม) ลูกพรุนประกอบด้วยสารไดไฮดรอกซีเฟนิลไอเซติน (dihydroxyphenyl isatin) ซึ่งกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้ดี ตำรับยารักษาท้องผูกสูตรคุณยาย แนะให้นำลูกพรุน 1 กำมือแช่ในน้ำร้อนจัด ทิ้งไว้ข้ามคืน เช้าวันรุ่งขึ้น ให้ดื่มน้ำแช่ลูกพรุนเป็นอย่างแรก แล้วกินลูกพรุนตามไป ผลไม้แห้งอีกชนิดหนึ่งที่ใช้ได้ผลดี คือ ผลฟิก ช่วยให้ลำไส้ทำงานดีและมีปัญหาท้องอืดน้อยกว่าลูกพรุน

ท้องผูก ลูกพรุนช่วยได้

กินลูกเกด ลูกเกดมีเส้นใยอาหารสูงและมีกรดตาร์ตาริก (tartaric acid) ซึ่งมีฤทธิ์เป็นยาระบาย การศึกษาหนึ่งทดลองให้อาสาสมัครกินลูกเกดวันละ 135 กรัม (1 กล่องเล็ก) แพทย์พบว่า ลูกเกดช่วยให้อาหารที่ย่อยแล้วเดินทางผ่านลำไส้ได้เร็วขึ้น โดยใช้เวลาลดลงจากเดิมถึงครึ่งหนึ่ง

น้ำผึ้งผสมมะนาว ใช้น้ำร้อน 1 ถ้วย ผสมกับน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ และน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ ดื่มเพื่อกระตุ้นการขับน้ำดี และกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้

น้ำผึ้งผสมมะนาว รักษา ท้องผูก

เกลือเอปซอม นับตั้งแต่มีการค้นพบบ่อน้ำแร่ที่หมู่บ้านเอปซอมในประเทศอังกฤษเมื่อ ค.ศ. 1695 การใช้เกลือเอปซอมรักษาท้องผูกก็เป็นที่นิยมเรื่อยมา เกลือออกฤทธิ์ดูดซับน้ำไว้ในลำไส้ ช่วยให้การบีบตัวดีขึ้น ผสมเกลือเอปซอม 2-3 ช้อนชาในน้ำอุ่น 1 แก้ว ดื่มตอนเช้า แต่ห้ามใช้สูตรนี้ติดต่อกันเกิน 7 วัน เพราะอาจทำให้ร่างกายขาดน้ำและติดยาระบาย

หลีกเลี่ยงยาระบายชนิดกระตุ้นลำไส้

ยาระบายที่ออกฤทธิ์กระตุ้นลำไส้ หากใช้ประจำอาจทำให้ติดยา ร่างกายขาดสารอาหารสำคัญ และควบคุมลำไส้ไม่ได้ถาวร บางรายงานพบว่า การใช้เป็นประจำอาจทำให้เกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ ผู้ที่กำลังลดน้ำหนักอาจได้รับยาระบายไม่รู้ตัว เนื่องจากสารเสริมอาหารหรือชาลดน้ำหนักที่วางขายทั่วไปมักแอบผสมยาระบายชนิดกระตุ้นสำไล้ ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีใบเซนนาหรือมะขามแขก (Cassia senna) เปลือกคาสคาราซากราดา (Rhamnus purshiana) และน้ำมันละหุ่ง

แต่ยังมียาระบายชนิดที่ปลอดภัย คือ ยาระบายที่เพิ่มมวลอุจจาระ เช่น เมทามูซิล (ชื่อการค้า) ซึ่งประกอบด้วยเมล็ดซิลเลียม เมล็ดพืชชนิดนี้มีคุณสมบัติดูดซับน้ำและพองตัวอยู่ในลำไส้ จึงกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวตามธรรมชาติ ยาระบายที่ปลอดภัยอีกชนิดหนึ่ง คือ ยาที่ทำให้อุจจาระนุ่ม เช่นโคเลซ น้ำมันมิเนอรัล และแท่งกลีเซอรีนชนิดเหน็บทวาร ยากลุ่มนี้จะช่วยให้น้ำหรือไขมันแทรกตัวเข้าในเนื้ออุจจาระ หรือเคลือบผิวชั้นนอกเพื่อให้ขับถ่ายง่าย

เดินออกกำลัง ช่วยรักษา ท้องผูก

ได้เวลาออกเดิน

การเดินออกกำลังกายทุกวันมีประโยชน์หลายประการ การเคลื่อนไหวร่างกายจะช่วยให้อาหารเคลื่อนตัวผ่านลำไส้ได้เร็วขึ้น การเดินออกกำลังกายควรใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 15 นาที ยิ่งเคลื่อนไหวมาก ลำไส้ก็ยิ่งทำงานได้ดีขึ้น

ลิงก์ผู้สนับสนุน