ถ่ายภาพฟัน เอกซเรย์ฟัน สำคัญกว่าที่คิด

แม้ฟันจะเป็นอวัยวะชิ้นเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่มีอะไรสลับซับซ้อนนัก แต่โดยข้อเท็จจริงแล้ว โรคที่เกี่ยวกับฟันอาจจะมีความเกี่ยวโยงกับอวัยวะข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นเหงือก ขากรรไกร ข้อต่อ กล้ามเนื้อใบหน้า ระบบบดเคี้ยว ไซนัส จมูก ตา… ข้อมูลจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการวิเคราะห์โรค การเอกซเรย์ หรือการทำซีทีสแกนฟัน จึงมีประโยชน์กับการรักษาฟันของทันตแพทย์อย่างมาก

หาทันตแพทย์ รักษาฟัน

โดยในระยะต้นๆ การเอกซเรย์ฟันมักจะอยู่ในวงแคบๆ เฉพาะซี่ฟัน หลายท่านที่มีประสบการณ์ในการทำฟันจะคุ้นเคยกับการถ่ายเอกซเรย์ฟัน ซึ่งจะใช้ฟิล์มเล็กๆ ถ่ายเฉพาะจุดคลุมฟันสัก 3 ซี่ เพื่อดูว่ามีฟันผุหรือเหงือกอักเสบหรือไม่ ส่วนถ้าเราต้องการจะถ่ายภาพฟันดูให้หมดทั้งปากก็ต้องใช้ฟิล์มไม่ต่ำกว่า 10 แผ่น

ลิงก์ผู้สนับสนุน

นอกจากนี้ก็ยังมีการถ่ายภาพฟันแบบที่เรียกว่า orthopanthomograph ซึ่งคนไข้จะต้องไปยืนในตำแหน่งที่กล้องสามารถหมุนรอบศีรษะเพื่อถ่ายภาพได้ ภาพที่ออกมาจะทำให้ทันตแพทย์มีข้อมูลที่เป็นประใยชน์มากต่อการทำศัลยกรรม การผ่าตัดฟันคุด การทำรากฟันเทียม หรือการจัดฟัน อย่างไรก็ตามภาพที่เราเห็นก็ยังเป็นเพียง 2 มิติ บอกได้แค่กว้างกับยาว ไม่สามารถบอกความลึกได้ ภาพที่ออกมาจึงยังแบนๆ

ถ่ายภาพฟัน เอกซเรย์ฟัน

กระทั่งมีการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์กับการเอกซเรย์ จนสามารถถ่ายภาพเป็นระบบ 3 มิติได้ ทำให้การตรวจรักษามีข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงในการคาดเดาตำแหน่งลงได้อย่างสิ้นเชิง โดยในทางทันตกรรมก็ได้มีการพัฒนาเครื่องเอกซเรย์มาเป็น Dental CT Scan ทำให้ทันตแพทย์มีข้อมูลในการรักษาที่ละเอียดและมองในมิติที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะอวัยวะในช่องปากไม่ว่าจะเป็นฟัน ลิ้น ขากรรไกร ข้อต่อ มีมิติ มีขนาดกว้าง ยาว ลึก ไม่ใช่ทรงแบนๆ เรียบๆ ที่สำคัญมันทับซ้อนกันจนทำให้การวินิจฉัยโรคคลาดเคลื่อน อยากให้ดูตัวอย่างจากคนไข้ต่อไปนี้

ถ่ายภาพฟัน

เคสแรก คนไข้ต้องการมาผ่าฟันคุด โดยผลการเอกซเรย์แบบปกติ (orthopanthomograph) พบว่าฟันคุดมันทับซ้อนหรือเกยกับเส้นเลือดและเส้นประสาทที่มาเลี้ยงขากรรไกร ซึ่งถ้ามีแค่ภาพเอกซเรย์นี้เป็นตัวตัดสิน เราก็จะคิดว่าการผ่าฟันคุดจะเสี่ยงมากที่จะเกิดการบาดเจ็บต่อเส้นประสาทและถูกเส้นเลือด แต่จากภาพ CT Scan ทำให้เราเห็นภาพได้ทุกจุด ซึ่งพบความจริงว่าฟันคุดนั้นไม่ได้ทับซ้อนกับเส้นประสาทเลย เพียงแต่มันอยู่ติดกันและทอดอยู่ด้านข้าง

เคสที่ 2 ในกรณีฝังรากฟันเทียม ซึ่งต้องมีการเจาะกระดูก สิ่งที่ทันตแพทย์ต้องระมัดระวังมากที่สุดคือ ต้องไม่เจาะถูกอวัยวะสำคัญข้างเคียง หรือทำให้อวัยวะเหล่านี้ได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะเส้นประสาท เส้นเลือด ซึ่ง CT Scan จะช่วยให้เราทราบถึงความหนาความอ้วนของกระดูก และทราบว่าอวัยวะสำคัญต่างๆ อยู่ห่างจากจุดที่เราจะเจาะเท่าไหร่

เราจึงสามารถนำข้อมูลจากภาพ CT Scan มาวางแผนการรักษาในการเลือกขนาดความยาวของรากฟันเทียม ช่วยให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ที่มารับการรักษา และลดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้เป็นอย่างดี

ถ่ายภาพฟัน เอกซเรย์ฟัน

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายกรณีที่เราใช้ CT Scan ในการวิเคราะห์โรคได้อย่างแม่นยำไม่ว่าจะเป็นเนื้องอก มะเร็งในขากรรไกร อุบัติเหตุบนใบหน้า การแก้ไขขากรรไกรผิดปกติ หรือแม้แต่งานเล็กๆ อย่างการรักษารากฟัน

จะเห็นว่า CT Scan เป็นเสมือนตาทิพย์ ทำให้ทันตแพทย์เห็นอวัยวะต่างๆ ได้ละเอียดทุกมิติ ซึ่งช่วยให้ผลการรักษามีคุณภาพมากขึ้น ดังนั้นบางทีอาจจะต้องยอมจ่ายแพงสักนิดนะครับ

ลิงก์ผู้สนับสนุน