ตาระคายเคือง ตาแห้ง มีของบางอย่างในครัวใช้บรรเทาได้

ฝุ่นที่ล่องลอยอยู่ในอากาศอาจตกเข้าดวงตาเรา ทำให้ระคายเคืองจนแทบทนไม่ได้โชคดีที่น้ำตาจะหลั่งออกมาชะล้างผิวชั้นนอกของดวงตา และหล่อเลี้ยงเซลล์เยื่อบุให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ หากไม่มีน้ำตา ดวงตาของเราจะระคายเคืองและแดงอักเสบได้ง่าย แต่เมื่ออายุมาก น้ำตาจะผลิตน้อยลง ผู้สูงอายุจึงมีปัญหาดวงตาระคายเคืองได้ง่าย โรคภูมิแพ้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งของตาระคายเคือง ทำให้ตาคันแดง สาเหตุอื่นที่อาจพบได้ คือ สัมผัสอากาศแห้งหรือควันบุหรี่ หากตาระคายเคือง มีของบางอย่างในครัวที่ใช้บรรเทาอาการได้

แสบตา ตาแดง ทำอย่างไร

ยาดีจากครัวบรรเทา…ตาระคายเคือง

ชาคาโมไมล์, ชาดำ, ถั่วเปลือกแข็ง, น้ำมันแฟลกซ์, ปลากระป๋อง(เฮอร์ริง แมกเคอเรล แซลมอน ซาร์ดีน หรือทูน่า), เมล็ดฟักทอง, เมล็ดแฟลกซ์

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ตาระคายเคือง ตาแห้ง เมื่อใช้คอมพิวเตอร์

ควรทำอะไรก่อน

การป้องกันดวงตาระคายเคืองมีหลายวิธี อาจลองใช้วิธีต่อไปนี้

  • พยายามกระพริบตาบ่อยๆ ขณะทำงาน โดยปกติเรากระพริบตา 17-22 ครั้งต่อนาที แต่ขณะทำงานที่ใช้สายตามาก เรากระพริบตาแค่ 4 ครั้งต่อนาที การศึกษาหนึ่งพบว่า ผู้ที่เล่นเกมคอมพิวเตอร์ กระพริบตาเพียง 1 ครั้งทุก 2-3 นาที เมื่อเราเบิ่งตากว้าง น้ำตาที่เคลือบผิวชั้นนอกจะระเหยไป ทำให้ตาแห้ง ดังนั้นควรเตือนตนเอง ให้กระพริบตาทุกครั้งที่พลิกหน้าหนังสือ หรือมองกระจกส่องหลังขณะขับรถยนต์ (โดยปกติแล้วเราควรมองกระจกส่องหลังบ่อยๆ) หากนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ทำตามกฎ 20-20 นั้นคือเมื่อ ทำงานครบ 20 นาที ให้พักสายตา 20 วินาที อาจใช้วิธีมองออกไปนอกหน้าต่าง หรือมองสิ่งของในห้องที่อยู่ไกลออกไป และอย่าลืมกระพริบตาด้วย
  • วางจอคอมพิวเตอร์ให้ต่ำลง การเหลือบตามองขึ้นเพื่ออ่านบรรทัดบนสุดของจอภาพอาจทำให้ตาแห้งง่ายขึ้น 2 เท่า เพราะการมองขึ้นทำให้ดวงตามีพื้นที่สัมผัสอากาศมากขึ้น (ผู้ใช้คอมพิวเตอร์จึงมักมีปัญหาตาแห้งบ่อยกว่าผู้ชอบอ่านหนังสือ เพราะการอ่านหนังสือมักเป็นการมองลง ทำให้ดวงตาหรี่แคบลง) อาจใช้วิธีเลื่อนเก้าอี้ขึ้นสูง หรือปรับจอให้ต่ำลง เพื่อให้พื้นที่ 1 ใน 3 ของจอภาพส่วนบนตรงกับระนาบสายตาขณะมองตรง
  • เลือกกินไขมันมีประโยชน์ นักวิจัยจากบริกแฮมและโรงพยาบาลสตรีในบอสตัน ได้สำรวจการกินอาหารและตรวจสุขภาพตาผู้หญิงเกือบ 32,500 คน ผลปรากฎว่า กลุ่มที่กินไขมันมีประโยชน์มีปัญหาตาแห้งต่ำที่สุด ผู้ที่กินทูน่าหรือแซนด์วิชทูน่าสัปดาห์ละ 5-6 ครั้ง มีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อยลงร้อยละ 68 เมื่อเทียบกับผู้ที่กินปลาน้อยกว่าสัปดาห์ละครั้ง ควรเลือกปลาทูน่าตัวเล็กเพราะมีสารปรอทตกค้างในเนื้อน้อยกว่าทูน่าท้องขาว หากเป็นไปได้ควรกินแซลมอน เนื่องจากแซลมอนมีกรดไขมันโอเมกา-3 สูงกว่าทูน่า และมีสารปรอทต่ำกว่าอาหารชนิดอื่นที่มีไขมันมีประโยชน์ คือ เมล็ดแฟลกซ์ น้ำมันแฟลกซ์ เมล็ดฟักทอง และถั่วเปลือกแข็ง

ตาระคายเคือง ตาแห้ง แสบตา ตาแดง

เมื่อไร…ควรพบแพทย์

หากมีจุดบนม่านตาหรือมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตา ควรรีบพบแพทย์หรือไปห้องฉุกเฉิน หากเขี่ยวัตถุแปลกปลอมออกจากดวงตาแล้วยังมีอาการเคืองตา หรือตาแดง หรือมีปัญหาการมองเห็น ควรพบแพทย์ อาการเหล่านี้อาจเกิดจากกระจกตาถลอก ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นขณะพยายามเขี่ยวัตถุแปลกปลอมออก แพทย์จะรักษาด้วยยาหยอดตาเพื่อบรรเทาปวด และป้องกันการติดเชื้อ กรณีที่มีของสกปรกเข้าตา ควรรีบพบแพทย์เช่นกัน

ตำรับยาจากครัว

เมล็ดแฟลกซ์ นอกจากมีน้ำเป็นส่วนประกอบหลักแล้ว น้ำตายังประกอบด้วยไขมันและเมือก การกินอาหารที่มีกรดไขมันโอเมกา-3 จะช่วยให้น้ำตาเคลือบผิวดวงตาได้ดีขึ้น ลองเติมเมล็ดแฟลกซ์สด 1-2 ช้อนโต๊ะ ในอาหารที่กินประจำ เช่น ซีเรียล โยเกิร์ต หรือสลัดผัก หากผสมในขนมปัง คุกกี้ มีทโลฟ หรือมัฟฟิน จะให้รสชาติคล้ายถั่ว โอเมกา-3 ยังมีมากในถั่วเปลือกแข็งและปลากระป๋อง

ตาระคายเคือง ตาแห้ง บรรเทาด้วยถุงชา

ชงชาคาโมไมล์ ชงชาคาโมไมล์โดยใช้ชา 2 ถุงแช่ในน้ำร้อน 1 ถ้วย ปิดฝาทิ้งไว้ 15 นาที ยกถุงชาออก รอให้น้ำอุ่น นำก้อนสำลีชุบชาคาโมไมล์ นำมาวางประคบบนดวงตานาน 10 นาที

บรรเทาด้วยถุงชา นำชาดำ 2 ถุงแช่ในน้ำอุ่น 10 นาที รีดน้ำออกพอหมาด วางประคบบนดวงตานาน 10 นาที

อย่าใช้ยาหยอดตาที่หยอดแล้วตาหายแดงทันที เมื่อ ตาระคายเคือง ตาแห้ง

ควรหลีกเลี่ยง

อย่าใช้ยาหยอดตาที่หยอดแล้วตาหายแดงทันที ยากลุ่มนี้มีฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดหดตัว แต่ไม่เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา หากใช้ต่อเนื่องจะทำให้ตาแห้งยิ่งขึ้น จึงต้องหยอดยาบ่อย ควรเปลี่ยนมาใช้น้ำตาเทียมหรือน้ำเกลือธรรมตาแทน

ลิงก์ผู้สนับสนุน