ชา อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านโรคต่างๆ

ใครจะคาดคิดว่า ชาบรรจุถุงพร้อมชงที่เราซื้อมาเก็บไว้ในตู้ครัวนั้น จะเป็นยาประจำบ้านที่ช่วยให้เราอายุยืนขึ้นได้ โดยเฉพาะชาเขียวที่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันถึงประโยชน์มากมายจนอดคิดไม่ได้ว่าทุกคนควรดื่มชาเขียววันละหลายๆ ถ้วย แม้ “ชา” มักหมายถึงเครื่องดื่มที่ชงจากน้ำร้อนกับพืชสมุนไพร แต่ชาที่แท้จริงได้จากใบต้นชา (Camellia sinensis) ไม่ว่าชาดำ ชาเขียว ชาขาว หรืออู่หลง แบบต่างๆ ล้วนเป็นใบจากต้นชาเหมือนกัน แต่ต่างกันที่กรรมวิธีผลิต คนที่ดื่มชาเขียวจะลดความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง มะเร็ง และแม้กระทั่งฟันผุ แต่ไม่ควรมองข้ามชาดำและชาอู่หลง เพราะชาเหล่านี้อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านโรคต่างๆ

ชา

ชา…ใช้รักษา

กลิ่นเท้า, ข้ออักเสบ, ความจำ, คันทวารหนัก, เครียด, ท้องเสีย, ปวดฟัน, ป้องกันมะเร็ง, ผิวไหม้แดด, ผื่นแพ้พิษพืช, แผลถูกบาด, แผลในกระเพาะอาหาร, ฝี, แมลงกัดต่อย, เยื่อบุตาอักเสบ, เริมที่ปาก, สิว, สุขภาพหัวใจ, หลอดเลือดขอด, หวัดและไข้หวัดใหญ่, อ่อนเพลีย, อีสุกอีใส, ไอ

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ชา…ในประวัติศาสตร์

การชงใบชาดื่มมีมานานกว่า 5 แสนปีแล้ว ชาวจีนเป็นพวกแรกๆ ที่ปลูกต้นชาเป็นยามาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1046 ลัทธิเต๋ายกย่องว่าชาเป็น “น้ำอมฤต” เหล่าศิลปินและกวีต่างชื่นชมชาผ่านผลงานของตนเอง ชาเป็นเครื่องดื่มของทุกชนชั้น ตั้งแต่ระดับจักรพรรดิ์จนถึงสามัญชน คนเดินดิน

พระสงฆ์รูปหนึ่งเป็นผู้แนะนำให้ชาวญี่ป่นรู้จักชาเขียวในรูปผงหรือมัตชะ (matcha) ที่เขาพบในจีน การดื่มชาจึงแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วในญี่ปุ่นสมัยศตวรรษที่ 12 และกลายเป็นวัฒนธรรมสำคัญของญี่ปุน ส่วนชาวตะวันตกกว่าจะรู้จักชาก็อีกหลายร้อยปีให้หลัง โดยได้จากการมาเยือนญี่ปุ่นครั้งแรกในช่วงทศวรรษ 1850 แต่ไม่ชื่นชอบสักเท่าไร ยกเว้นในเนเธอร์แลนด์

ชาวดัตช์เผยแพร่ชาให้คนอเมริกันสมัยยังเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ชาวอเมริกันชื่นชอบชามากและนิยมปลูกกันจนอังกฤษตั้งภาษีและเข้ามาจัดการควบคุม ชาวอเมริกันไม่พอใจ ชุมนุมประท้วงที่บอสตัน เรียกว่า Boston Tea Party และบานปลายจนกลายเป็นการประกาศอิสรภาพจากอังกฤษ

ใบชา

ชา 108

ชาเขียว ชาดำ ชาอู่หลง ล้วนมาจากพืชชนิดเดียวกัน ถ้าเช่นนั้นอะไรทำให้เรียกชื่อต่างกันไป ขั้นตอนการผลิตนั้นเอง

ชาดำ ใช้ใบชาอบแห้งและบดเพื่อให้เอนไซม์แตกออกและทำปฏิกิริยากับคาเทชิน ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงทั้งสีและรสชาติก็จะเปลี่ยนไป เรียกขั้นตอนนี้ว่า “การหมัก” ชาเขียวไม่ผ่านการหมัก แต่ใช่วิธีผ่านไอนํ้าเพื่อหยุดการทำงานของเอนไซม์ ส่วนชาอู่หลงผ่านการหมักบางส่วน

ชา…มีอะไรอยู่บ้าง

ชามีสารประกอบคาเทชิน (catechin) ซึ่งสถาบันมะเร็งแห่งชาติของอเมริการะบุว่าเป็นสารเคมีจากพืชที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก คือ เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ต้านไวรัสและต้านมะเร็ง สารประกอบคาเทชินที่ชื่อ EGCG มีสรรพคุณมากกว่าวิตามินซี 100 เท่า และช่วยปกป้องดีเอ็นเอในเซลล์ไม่ให้กลายพันธุ์เป็นมะเร็ง แม้คาเทชินจะมีมากในชาเขียว แต่ชาดำก็มีเช่นกัน ชายี่ห้อดังจำนวนมากเป็นสูตรผสมรวมใบชาชนิดต่างๆ กว่า 20 ชนิดเพื่อให้ได้รสชาติคงที่

ชา ชาดำ ชาเขียว ชาขาว

นักวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร

นักวิจัยโภชนาการของอังกฤษที่ได้ศึกษางานวิจัยเกี่ยวกับชาดำ ตลอดช่วงเวลา 14 ปีเปิดเผยว่า เท่าที่นักวิทยาศาสตร์รู้ในตอนนี้ คือ การดื่มชาดำดีต่อสุขภาพมากกว่าการดื่มนํ้าเปล่า นอกจากจะช่วยดับกระหายได้เช่นเดียวกับนํ้าดื่มทั่วไปแล้ว ชาดำยังช่วยรักษาสุขภาพหัวใจและฟัน รวมทั้งทำให้อารมณ์ดีและมีความตื่นตัว

งานวิจัยยังอธิบายถึงคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระของชาด้วย นักวิทยาศาสตร์ของมหาวิทยาลัยทัฟต์สในบอสตันเปรียบเทียบค่า ORAC ของชากับพืชผักอื่น 22 ชนิด ORAC (Oxygen Radical Absorbance Capacity) ใช้จัดพลังต้านอนุมูลอิสระของอาหารและสารเคมีอื่น ยิ่งค่า ORAC สูงก็ยิ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระมาก แม้มีชาหลากหลายในถิ่นต่างๆ ทว่าชาที่มีค่า ORAC สูงสุด คือ ชาเขียวและชาดำ เมื่อต้มหรือชงนาน 5 นาที จะมีค่า ORAC เหนือบรรดาผักผลไม้ชั้นเลิศเลยทีเดียว

นักวิจัยกรีกสรุปในงานวิจัยเมื่อเร็วๆ นี้ว่า การดื่มชามีส่วนช่วยลดระดับนํ้าตาลในเลือดของกลุ่มผู้สูงวัยที่มีสุขภาพดี

ชาสด

ในอนาคต

ปลายปี 2009 นักวิทยาศาสตร์จากสถาบันวิจัยชีวการแพทย์บอสตันและมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย ได้ประกาศการค้นพบใหม่ที่อาจเปลี่ยนการพยากรณ์โรคความผิดปกติของสมองอย่างร้ายแรง เช่น อัลไซเมอร์ ฮันติงตัน และพาร์คินสัน พวกเขาพบว่าเมื่อรวมสาร EGCG ในชาเขียวกับสารเคมี DaPH-12 จะได้สารเคมีที่สามารถทำลายโปรตีนอะไมลอยด์ (amyloid) ที่ทำให้เกิดโรคเหล่านี้

เมื่ออะไมลอยด์ก่อตัวหุ้มรอบเยื่อหุ้มสมองหรืออุดเซลล์ประสาท จะทำให้เซลล์ขาดอากาศ นำไปสู่ภาวะสูญเสียความทรงจำ ความสามารถในการใช้ภาษา การควบคุมการทำงานของอวัยวะต่าง ๆ จนถึงทำให้เสียชีวิต งานวิจัยนี้เป็นครั้งแรกที่นักวิทยาศาสตร์ ทำลายอะไมลอยด์ได้สำเร็จ แม้จะมีโครงสร้างที่ทำลายได้ยากมาก อย่างไรก็ตามการค้นพบนี้เป็นเพียงจุดเริ่มด้น ขั้นต่อๆ ไปของการวิจัยจะต้องสำรวจเพิ่มเติมถึงความเชื่อมโยงระหว่างสารผสม EGCG กับศักยภาพในการต้านทานโรคร้ายแรงเหล่านี้

ชุดชงชา

ชาเขียวกับมะเร็ง

นักวิจัยสงสัยว่า โพลีฟีนอลในชาเขียวอาจมีบทบาทสำคัญในการป้องกันมะเร็ง โดยเชื่อว่าโพลีฟีนอลช่วยฆ่าเซลล์มะเร็งและหยุดการลุกลามของมันได้

งานวิจัยหลายชิ้นเมื่อเร็วๆ นี้ที่ศึกษาสรรพคุณของชาเขียวในการชะลอมะเร็งต่อมลูกหมาก หลอดอาหาร และลำไสัใหญ่ พบว่าให้ผลในทางบวก งานวิจัยหนึ่งศึกษากลุ่มผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านม 472 คน พบว่า คนที่ดื่มชาเขียวมากที่สุดมีการแพร่กระจายของโรคน้อยที่สุด และยังพบว่าผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะแรกๆ และดื่มชาเขียวอย่างน้อยวันละ 5 ถ้วย มีแนวโน้มต่ำที่จะเป็นซํ้าหลังรับการรักษาครบถ้วน อย่างไรก็ดีการดื่มชาเขียวไม่มีผลต่อผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย

ในการศึกษามะเร็งผิวหนัง สัตว์ทดลองที่กินชาเขียวเป็นเนื้องอกเพียง 1 ใน 10 ของสัตว์ทดลองที่กินนํ้า

คนส่วนใหญ่รู้ว่าชามีสรรพคุณป้องกันมะเร็ง แต่ก็มีข้อบ่งชี้ว่าชาสามารถช่วยคนที่เป็นมะเร็งอยู่แล้วด้วย สาร EGCG ในชาเขียวยับยั้งการสร้างยูโรไคเนส (urokinase) เอนไซม์ที่เซลล์มะเร็งใช่ในการเติบโต นอกจากนี้ยังดูเหมือนว่า EGCG กระตุ้นกระบวนการทำลายเซลล์ตามอายุขัย (apoptosis) ในเซลล์มะเร็งด้วย

ชาแห้ง

เคล็ดลับนักซื้อ

เมื่อซื้อชา ควรเข้าร้านที่ขายดี มีสินค้าหมุนเวียนเปลี่ยนบ่อย จะได้ใบชาสดใหม่ และซื้อในปริมาณที่จะใช้หมดใน 1 เดือน ควรเก็บชาในที่แห้งและเย็น แต่ถ้าเก็บเข้าตู้เย็นจะหมดความหอม ชาเขียวมีคาเฟอีนน้อยกว่าชาดำ แต่มีสารเคมีใกล้เคียงกัน

รู้ไว้ใช่ว่า

ดื่มชาวันละ 2-3 ถ้วยก็น่าจะได้รับสารต่างๆ เพียงพอต่อสุขภาพ แต่ข้อควรรู้คือ การดื่มชาใส่นม อาจทำให้ได้รับประโยชน์ไม่เต็มที่ โปรตีนในนมอาจจะจับตัวกับโพลีฟีนอลในชา ยับยั้งการออกฤทธิ์ที่ดีต่อสุขภาพ ผู้ที่แพ้คาเฟอีนควรเลือกชนิดที่ไม่มีคาเฟอีน

ลิงก์ผู้สนับสนุน