งา น้ำมันงา ยอดยาอายุวัฒนะ สวยใส สุขภาพดีไม่มีโรค

นโบราณรู้จักคุณค่าของงาว่ามีประโยชน์มหาศาลต่อสุขภาพ จึงนิยมรับประทานงามานานนม และยังถือว่างาเป็นยาอายุวัฒนะตำราเก่าแก่ของอินเดียกล่าวว่า งามีสรรพคุณเป็นยาบำรุงร่างกาย ทำให้ร่างกายมั่นคงแข็งแรง

งาขาว

งานั้นมีทั้งสีขาวและสีดำ งามีกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายสังเคราะห์เองไม่ได้ คือ กรดไลโนเลอิก ร่างกายจะนำกรดไขมันดังกล่าวไปสร้างฮอร์โมนพรอสต้า-แกลนดินฮีกัน ซึ่งทำหน้าที่ที่ทรงคุณค่าต่อร่างกายมากมายหลายด้านด้วยกัน อาทิ

ลิงก์ผู้สนับสนุน

1. ช่วยขยายหลอดเลือด

2. ช่วยลดความดันโลหิต

3. ป้องกันเกล็ดเลือด (Platelet) เกาะกันเป็นลิ่ม ถ้าเกาะกันมากอาจอุดตันหลอดเลือดเล็กๆ ได้

  • ถ้าอุดตันหลอดเลือดหัวใจ ก็จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตัน กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด
  • ถ้าลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงจอตา อาจทำให้ตาบอดได้ โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเบาหวานต้องระวัง

4. ยับยั้งมิให้ร่างกายสร้างคอเลสเตอรอลมากเกินไป

5. งาทำให้กระดูกแกร่ง

  • งามีแคลเซียมมากกว่าพืชผักทั่วไปถึง 40 เท่า ทั้งยังมีฟอสฟอรัสมากถึง 20 เท่า สาร 2 ตัวนี้เป็นธาตุสำคัญในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน จึงควรให้เด็กรับประทานงา จะได้เจริญเติบโตสูงใหญ่ สตรีวัยหมดประจำเดือนก็ควรจะรับประทานงามากๆ เพราะวัยนี้จะเกิดภาวะพร่องฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้มีการดึงแคลเซียมมาจากกระดูกและฟันไปใช้ จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคกระดูกพรุน กระดูกเสื่อม

งาดำ

นอกจากนี้ในงายังมีวิตามินอี ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง และเป็นยาอายุวัฒนะทำให้ร่างกายสดชื่น ดูหนุ่มสาว และแก่ช้าลง ที่สำคัญ งามีเลซิติน ซึ่งเป็นส่วนประกอบไขมันที่สำคัญมากในเซลล์ประสาท ต่อมไร้ท่อ สมอง หัวใจ ไต ควรรับประทานวันละ 1-2 ช้อนชา แล้วตามด้วยน้ำอุ่น จะทำให้จิตแจ่มใสอารมณ์ดี

เราจะเห็นว่างานั้นมีประโยชน์มากมาย แม้แต่อาหารหลักของชาวมังสวิรัติยังขาดงาไม่ได้ เพราะโปรตีนของคนเราประกอบด้วยกรดอะมิโนประมาณ 22 ชนิด แต่กรดอะมิโนที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้มีอยู่ 9 ชนิดด้วยกัน โปรตีนเหล่านี้มีอยู่ในถั่วเกือบครบถ้วน ยกเว้นกรดอะมิโนที่ชื่อ เมทไธโอนีน (Methionine) ซึ่งมีมากในเมล็ดงา ดังนั้นถ้ารับประทานถั่วพร้อมงา หรือรับประทานข้าวกล้องพร้อมข้าวโพด ก็จะได้โปรตีนครบถ้วน นักมังสวิรัติจึงรับประทานข้าวกล้อง โรยถั่ว งา พร้อมกัน

สาธยายประโยชน์ของงามายาวเหยียด ก็เพื่อจะแนะนำให้คุณผู้อ่านหันมาบริโภคงา หรือเสริมความงามด้วยงากันดีกว่า วันนี้เรามีเคล็ดลับมาฝาก ทั้งรับประทาน ทั้งบำรุงความงาม เชิญติดตามได้เลยค่ะ

งา น้ำมันงา

เคล็ดลับก้นครัว

  • ใช้น้ำมันงาประกอบอาหาร ผัด ทอด หมักหมู หมักเนื้อ ทำน้ำจิ้มสุกี้ ดับกลิ่นคาวปลา และของทะเล
  • สำหรับทอด ตั้งน้ำมันงาให้ร้อนจนฟองหมด แล้วนำหมูหรือเนื้อลงทอดจะทำให้หมูหรือเนื้อนุ่ม และมีรสชาติอร่อยขึ้น
  • ผัดผักผับน้ำ เหยาะเกลือปนเล็กน้อย ใส่น้ำมันงา 1 ช้อนชา ผักหอม จะทำให้กรอบอร่อยมากขึ้น
  • ผสมในน้ำจิ้มสุกี้ น้ำสลัด จะทำให้หอมยิ่งขึ้น

เคล็ดลับความงาม

  • ใช้หมักผม จะทำให้ผมดกดำ ไม่หลุดร่วงง่าย ผมไม่แห้งแตกปลาย ใช้น้ำมันงาหมักผมไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง แล้วค่อยๆ สระผม จะทำให้ผมนุ่มขึ้น ควรหมักเดือนละ 3-4 ครั้ง หรือจะใช้น้ำมันงาอุ่นๆ นวดคลึงหนังศีรษะ และผมเบาๆ ครึ่งชั่วโมงก็ได้เช่นกัน
  • ใช้บำรุงผิวหน้า และผิวที่แห้งขาดการบำรุง หลังอาบน้ำแล้วยังไม่ต้องเช็ดหน้า ใช้น้ำมันงาทา แล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยล้างออก จะทำให้ใบหน้าชุ่มชื้น และนุ่มนวลขึ้น

ลูกประคบ…งา

เมล็ดงาที่เหลือจากการหีบน้ำมัน อย่าเพิ่งทิ้ง นำมาทำลูกประคบ นึ่งพออุ่นๆ ใช้ประคบหน้าจะทำให้หน้าใสเด้ง ใช้ในการนวดตัว ลดอาการปวดเมื่อย ตามร่างกาย ตามกระดูก จะทำให้ อาการปวดต่างๆ หายเร็วขึ้น หรือใช้ในการนวดระบบน้ำเหลือง ช่วยให้หลอดเลือดขยาย ทำให้การนวดมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

งาดำ และ งาขาว

เราจะเห็นว่าน้ำมันงา, งา มีประโยชน์ต่อร่างกายมาก ทั้งด้านสุขภาพและความงาม จากประสบการณ์ ของผู้เขียนมากกว่า 10ปี ขอยืนยันอย่างมั่นใจได้ว่า หากคุณจะนวดหน้า นวดหน้าใส หน้าเด้งตึงกระชับ ปรับรูปหน้า หรือเหลาคาง ไม่ต้องไปให้เทอราปิสท์ตบให้เจ็บตัว แค่นวดกดจุดด้วยน้ำมันงาก็ได้ผลไม่แพ้กัน

ไม่ว่าจะนวดรักษาโรคต่างๆ อาทิ อัมพฤกษ์ อัมพาต นวดท้อง เส้นประธานสิบ หรือจะนวดหน้าขับสารพิษ ผู้เขียนก็ใช้น้ำมันงาเป็นส่วนประกอบทั้งสิ้น อยากแนะนำให้คุณผู้อ่านลองใช้ดูนะคะ

ลิงก์ผู้สนับสนุน