ขิง แก้อักเสบ ลดปวด เมารถและอาการคลื่นไส้

ไม่แพง ได้ผลเร็ว ผ่านการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ และอร่อย เป็นเหตุผลดีๆ ที่ควรมีขิงไว้เป็นยาประจำบ้าน และเมื่อยังกินแก้เมารถและคลื่นไส้ได้ด้วย ขิงก็ยิ่งมีประโยชน์ครบครัน ขิง (Zingiber officinale) มีชื่อเสียงโดดเด่นด้านสรรพคุณแก้อักเสบและลดปวด แค่คุณสมบัติสองอย่างนี้ก็ทำให้มั่นใจแล้วว่า ขิงควรคู่มีไว้ประจำครัว

ขิง

ขิง…ใช้รักษา

แก๊สในลำไส้, ข้ออักเสบ, ไข้ขึ้น, คลื่นไส้และอาเจียน, ไซนัสอักเสบ, ปวดท้อง, ปวดประจำเดือน, ปวดฟัน, ปวดหลัง, แผลในกระเพาะอาหาร, แพ้ท้อง, เมาค้าง, เมารถเมาเรือ, ไมเกรน, รังแค, เรอ, หวัดและไข้หวัดใหญ่, อาหารไม่ย่อย, เอ็นและถุงรอบข้ออักเสบ, ไอ

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ขิง…ในประวัติศาสตร์

ขิงเป็นตัวชูรสอาหารมานานกว่า 4,000 ปี หนึ่งในผู้ชื่นชอบขิงมาก คือ ขงจื้อ เขาใส่ขิงในอาหารทุกอย่างที่กิน หมอยุคก่อนของจีน อินเดีย โรมัน และกรีก ล้วนเขียนถึงคุณค่าทางยาของเหง้าไม้ชนิดนี้ และรายชื่อโรคที่ใช้ขิงรักษาได้ก็ยาวเหยียด ในอเมริกาเหนือ หมอยุคแรกที่รู้จักขิงใช้ผสมนํ้าอุ่นเพื่อแช่บรรเทาแผลฟกชํ้าและอาการ กล้ามเนื้อล้า มีการใช้ขิงเป็นยาประจำบ้าน โดยเคี้ยวแก้เจ็บคอ และใช้ขิงขูดผสมนํ้ามันมะกอกทาแก้รังแค นํ้าขิงอุ่นๆ ใช้แก้อาการแน่นโพรงไซนัส ปวดประจำเดือน รวมทั้งอาการปวดและอ่อนเพลีย

ขิง ขิงผง

ขิง…มีอะไรอยู่บ้าง

นักวิจัยพบสารเคมีในเหง้าขิงกว่า 400 ชนิด แต่รู้สรรพคุณทางยาแค่ไม่กี่ชนิด ฤทธิ์ระงับอาการคลื่นไส้และอาเจียนได้จากสารประกอบ 6-จิงเจอรอล (6-gingerol) 6-โซกาออล (6-shogaol) กาลาโน-แล็กโตน (galanolactone) นักวิทยาศาสตร์เชื่อว่าสารเหล่านี้ออกฤทธิ์กับสมองส่วนที่ควบคุมการอาเจียน เพื่อระงับการกระตุ้นให้อาเจียน และยังออกฤทธิ์กับระบบทางเดินอาหาร ลดอาการคลื่นไส้ ฤทธิ์ต้านอักเสบของขิงมาจากสารจิงเจอรอล โชกาออล และพาราดอส (paradol) ส่วน 6-จิงเจอรอลเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ขัดขวางการผลิตไนตริกออกไซด์ซึ่งจะก่อตัวเป็นสารอนุมูลอิสระชื่อเปอร์ออกซิไนไตรท์ (peroxynitrite) ซึ่งทำให้เซลล์ตาย การยับยั้งอนุมูลอิสระตัวนี้ช่วยบรรเทาการอักเสบ ความเจ็บปวด และยังได้ผล กับโรคที่มีผลต่อหลอดเลือด ที่จริงแล้วจิงเจอรอลออกฤทธิ์คล้ายยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAID) เช่น Celebrex โดยยับยั้งเอนไซม์ COX-II โดยเฉพาะ ขิงผ่านการพิสูจน์ทางคลินิกแล้วว่าบรรเทาปวดข้อได้ แต่ต่างจาก NSAID ที่ไม่มีผลข้างเคียงอันตราย

ขิงสด

นักวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร

เมื่อไม่นานนี้นักวิทยาศาสตร์ค้นพบสรรพคุณของขิงในการยับยั้งเซลล์มะเร็งซึ่งเป็นเรื่องที่นักวิจัยศึกษามาหลายปี จากการศึกษาเมื่อ ปี 2009 นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยมินเนโชตาพบว่า 6-จิงเจอรอลซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ของขิง ยับยั้งการเติบโตของเนื้องอกลำไส้ใหญ่ในหนูทดลอง ขณะที่นักวิจัยชาวเกาหลีทดสอบกับเซลล์มะเร็งเต้านมของคน (เพาะขึ้นในห้องทดลอง) พบว่า 6-จิงเจอรอลยับยั้งเซลล์ไม่ให้เติบโตหรือแพร่กระจายไปยังส่วนอื่นของร่างกาย

เร็ว ๆ นี้นักวิจัยชาวอิหร่านศึกษาเกี่ยวกับสรรพคุณของขิงในการลดคอเลสเตอรอล โดยแบ่งผู้เข้าร่วมทดลองซึ่งมีคอเลสเตอรอลสูง ออกเป็นกลุ่มที่กินขิงกับกลุ่มที่กินยาหลอกเป็นเวลา 45 วัน พบว่ากลุ่มที่กินขิงมีแอลดีแอลคอเลสเตอรอล (ไขมันร้าย) ต่ำลง และระดับเอชดีแอลคอเลสเตอรอล (ไขมันดี) สูงขึ้นกว่ากลุ่มที่กินยาหลอก งานวิจัยยังพิสูจน์ได้ว่า ขิงลดอาการบวมและปวดของผู้ป่วยข้ออักเสบรูมาตอยด์ และยังอาจช่วยเรื่องไมเกรนโดยสกัดกั้นสารพรอสตาแกลนดินที่ทำให้เกิดการอักเสบ

ในช่วงต้นทศวรรษ 1980 นักวิทยาศาสตร์ชาวอเมริกันเริ่มรายงานว่า ขิงแก้เมารถได้ดีกว่าผลิตภัณฑ์ยอดนิยมในท้องตลาด งานวิจัยที่ตามมาในสหรัฐอเมริกา สวีเดน เยอรมนี และอังกฤษ ยืนยันว่า ขิงบรรเทาอาการหน้ามืดตาลายคลื่นไส้จากยาสลบ และอาการอาเจียน เหงื่อแตกตัวเย็นเพราะเมาเรือ

ขิงซอย

เคล็ดลับนักซื้อ

ซื้อเหง้าขิงที่เนื้อแน่น ดูสะอาด หากจะเก็บไว้ ล้างน้ำให้สะอาด ผึ่งจนแห้งแล้วนำมาห่อฟอยล์ให้แน่น เก็บไว้ในช่องแช่พักของตู้เย็นได้นานหลายสัปดาห์ ส่วนขิงผงหาซื้อได้จากร้านขายเครื่องเทศหรือเครื่องดื่มขิงผงสำเร็จรูป

รู้ไว้ใช่ว่า

อย่าให้เด็กอายุต่ำกว่า 2 ขวบกินขิง หากเป็นเด็กโตควรปรึกษาแพทย์ก่อน

ลิงก์ผู้สนับสนุน