ขับรถแล้วปวดหลังทำอย่างไร ปรับอิริยาบถแก้อาการปวดหลัง

ขับรถแล้วปวดหลังทำอย่างไร

คุณผู้อ่านเชื่อหรือไม่ว่า การนั่งขับรถในอิริยาบถที่ไม่ถูกต้องอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำไห้เกิดการปวดหลังได้ โดยเฉพาะผู้ที่นิยมเลื่อนเบาะที่นั่งให้ชิด หรือห่างจากพวงมาลัยมากเกินไป อิริยาบถหรือท่าทางการนั่งขับรถที่ถูกต้องเหมาะสม ควรปฏิบัติดังนี้คือ

ผู้ขับรถต้องเลื่อนเบาะที่นั่งให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับตนเอง หลังพิงพนักพอดี

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ไม่ควรนั่งห่างหรือชิดพวงมาลัยมากเกินไป เพราะจะทำให้หลังโค้ง พิงพนักไม่ได้ หรือพิงได้แต่เวลาขับต้องเหยียดแขนและเข่ามากขึ้น จนกลายเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวดหลังได้

เดิน ปวดหลัง

นอกจากการขับรถแล้ว อาการปวดหลังยังสามารถเกิดจากอิริยาบถอื่นๆ ที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมด้วย นับตั้งแต่การยืน การเดิน การนั่ง จนกระทั่งถึงการนอน ดังนั้นหากท่านประสงค์ที่จะป้องกันอาการปวดหลังอย่างถาวร ควรปรับปรุงอิริยาบถต่างๆ ในชีวิตประจำวันด้วยท่าทางที่ถูกต้องนับตั้งแต่

การยืน ต้องยืนให้น้ำหนักลงบนส้นเท้า หลังตรง ไม่ห่อไหล่ พุงยื่น ถ้ายืนนานๆ ควรลงน้ำหนักบนขาข้างใดข้างหนึ่งสลับกันไป เวลาก้มควรใช้วิธีการงอเข่าให้สะโพกลดต่ำลง หากมีการเอื้อมหยิบของในที่สูง ควรใช้เก้าอี้ช่วยต่อให้ตัวสูงขึ้น

การเดิน ควรเดินยกศีรษะ ลำตัว และหลังตรง ไม่เดินก้มหน้า พุงยื่น หรือเอนตัวไปข้างหลัง

นั่ง ปวดหลัง

การนั่ง ควรนั่งให้สันหลังตรง ที่นั่งรองรับก้นและโคนขาทั้งหมด ฝ่าเท้าวางราบกับพื้นพอดี ไม่ควรนั่งเก้าอี้ห่างจากโต๊ะมากๆ เพราะต้องยืดตัวทำงานทำให้ปวดหลังได้ ทั้งนี้ควรมีหมอนรองเสริมใต้หัวเข่าและพนักพิงให้หลังตั้งฉากกับท่อนขา จะช่วยป้องกันการปวดหลังได้

การนอน ที่นอนควรแน่น ไม่ยุบตัว ไม่ควรใช้ฟูก ฟองน้ำ หรือเตียงสปริง เพราะหลังจะจม กระดูกสันหลังจะแอ่นมาก ทำให้ปวดหลัง ผู้ที่ชอบนอนหงายควรใช้หมอนหนุนรองใต้โคนขา ซึ่งช่วยให้กระดูกสันหลังแบนราบ

ส่วนผู้ที่ชอบนอนตะแคง ควรนอนให้ขาล่างเหยียดตรง ขาบนงอ สะโพกและเข่ากอดหมอนข้างไว้ หลังโค้งเล็กน้อย ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ นอนหลังแอ่น หรือนอนตะแคงแขนเท้า เนื่องจากหลังจะแอ่นมาก ทำให้ปวดหลังได้

ยืน ปวดหลัง

อิริยาบถตั้งแต่การขับรถ การยืน การเดิน การนั่งและการนอนที่ถูกต้อง นอกจากจะช่วยลดปัญหาการปวดหลังแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างบุคลิกภาพที่ดี และชวนมองอีกด้วย

ลิงก์ผู้สนับสนุน