ขมิ้นชัน เครื่องเทศชั้นเลิศ สมุนไพรชั้นดี

ขมิ้นชัน (Curcuma longa) อาจเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพทางยามากที่สุด เรารู้จักขมิ้นชันในฐานะเครื่องเทศกลิ่นหอมที่ช่วยเพิ่มกลิ่นและสีเหลืองน่ากินให้อาหารหลายชนิด เช่น แกงเหลือง และแกงกระหรี่ แต่ในช่วง 10 ปีมานี้วงการวิจัยทางการแพทย์สนใจสารเคอร์คิวมิน (curcumin) ในสมุนไพรชนิดนี้เป็นพิเศษ เพราะมีสรรพคุณต้านอนุมูลอิสระ ลดการอักเสบได้อย่างน่าอัศจรรย์ มีงานวิจัยหลายชิ้นแสดงให้เห็นว่าเคอร์คิวมินช่วยปกป้องตับ เมื่อเร็วๆ นี้ งานวิจัยหลายชิ้นยังระบุถึงฤทธิ้ต้านมะเร็งด้วย

ขมิ้นชัน…ใช้รักษา

กลาก, ข้ออักเสบ, ความจำ, คอเลสเตอรอลสูง, ป้องกันมะเร็ง, ผื่นผิวหนังอักเสบ, ฝี, สะเก็ดเงิน, หอบหืด, อัลไซเมอร์, เอ็นและถุงรอบข้ออักเสบ

ขมิ้นชัน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ขมิ้นชัน…ในประวัติศาสตร์

ชาวอินเดียใช้ขมิ้นชันมากว่า 2,500 ปีแล้ว เริ่มจากใช้เป็นสีย้อม ต่อมาจึงใช้ปรุงรสอาหาร ราว ค.ศ. 700 มีพ่อค้านำขมิ้นชันไปขายในจีน ต่อมาก็ไปถึงแอฟริกา ในศตวรรษที่ 13 มาร์โค โปโลได้เขียนบันทึกเรื่องขมิ้นชันด้วยความทึ่งในพืชธรรมดา ๆ ที่ทำให้อาหารมีสีสันและหอมอร่อยไม่แพ้หญ้าฝรั่น แต่มีราคาแพงกว่ามาก ขี้ผึ้งผสมขมิ้นชันที่ใช้แก้อาหารเป็นพิษ มีกล่าวไว้ในตำราอายุรเวทซึ่งมีมาตั้งแต่ 250 ปีก่อนคริสตกาล

ขมิ้นชัน…มีอะไรอยู่บ้าง

สรรพคุณทางยาของขมิ้นชันมาจากสารเคอร์คิวมินและน้ำมันหอมระเหยชื่อว่า เทอร์เมอโรน (turmerone) และยังมีสารประกอบที่เป็นสารต้านอักเสบหลายสิบชนิด เช่น ตัวยับตั้งเอนไซม์ COX-2 โดยมีถึง 6 ชนิด เอนไซม์ COX-2 เป็นตัวเร่งการก่อตัวของสารที่ทำให้เกิดการอักเสบและการเจ็บปวด รวมทั้งยังอาจทำให้เซลล์เนื้องอกเติบโต ขมิ้นชันยังมีสารประกอบที่ยับยั้งการก่อตัวของเบตาอะไมลอยด์ (beta-amyloid) ซึ่งเป็นสารก่อคราบ (plaque) ที่ทำให้สมองเสื่อมประสิทธิภาพและทำให้เป็นอัลไซเมอร์

ขมิ้นชัน

นักวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร

นักชีวเคมีที่มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์เมืองเออร์บานา-แชมเปญ ได้ค้นพบข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับวิธีที่ร่างกายควบคุมการอักเสบ โดยสรุปแล้วพวกเขาถอดรหัสโมเลกุลที่ควบคุมการทำงานของโปรตีนเอ็นเอฟแคปปาบี (NF-kappa B) โปรตีนชนิดนี้ทำหน้าที่คล้าย “สวิตช์” เปิด-ปิด โดยจะเปิดเมื่อเซลล์ถูกโจมตีและปิดเมื่อผู้บุกรุกถูกกำจัดไปแล้ว เมื่อเปิดสวิตช์ เอ็นเอฟแคปปาบีจะเคลื่อนเข้าไปในนิวเคลียสของเซลล์ และกระตุ้นให้โปรตีนสร้างการอักเสบทำงาน ถ้าสวิตช์ไม่ปิด (เกิดขึ้นเมื่อเซลล์เครียด) นักวิจัยบอกว่า “ทุกอย่าง ในร่างกายจะโกลาหลไปหมด”

กระบวนการทางเคมีนี้เกี่ยวข้องกับขมิ้นชันอย่างไร นักวิจัยจากศูนย์มะเร็งเอ็มดีแอนเดอร์สัน มหาวิทยาลัยเท็กซัสในเมืองฮูสตัน บอกว่าขมิ้นชันช่วยปิดสวิตช์เอ็นเอฟแคปปาบีได้ การกินขมิ้นชันวันละ 1 ช้อนชา (2 กรัม) ลดการอักเสบ เช่น ข้ออักเสบรูมาตอยด์ ข้อเสื่อม หอบหืด รวมถึงมะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน และซึมเศร้า ขมิ้นชันยังช่วยลดคอเลสเตอรอลในเลือดและลดการแข็งตัวหรืออุดตันในหลอดเลือด การทดลองทางคลินิกยังพบว่า ขมิ้นชันช่วยบรรเทาอาการข้ออักเสบรูมาตอยด์และการอักเสบหลังผ่าตัดด้วย

ขมิ้นชัน

ในอนาคต

นักวิจัยเริ่มศึกษาสรรพคุณด้านมะเร็งของขมิ้นชันเมื่อพบงานวิจัยบางชิ้นบ่งชี้ว่า คนที่อาศัยอยู่ในอินเดียซึ่งขมิ้นชันเป็นเครื่องปรุงหลัก มีอัตราการเกิดโรคมะเร็งต่ำกว่าร้อยละ 50 การทดลองกับสัตว์และทดลองในหลอดทดลองได้ผลยืนยันว่า เคอร์คิวมินฆ่าเซลล์มะเร็งและ ชะลอการเติบโตของเนื้องอก แต่ต้องมีงานศึกษามากกว่านี้จึงจะรู้ว่าสามารถใช้เคอร์คิวมินรักษามะเร็งได้หรือไม่

เคล็ดลับนักซื้อ

ขมิ้นผงหาซื้อได้ง่ายตามร้านขายเครื่องเทศ เลือกสีเหลืองทองและกลิ่นยังหอมอยู่ ควรเก็บมิดชิดในที่เย็น แห้ง ไม่โดนแสงแดด หรือเลือกซื้อแบบแคปซูลตามร้านขายยาก็ได้ ถ้าสะดวกใช้เหง้าสดมาฝนนํ้าข้นๆ ใส่อาหารก็จะได้ความหอมอร่อยและมีประโยชน์

ขมิ้นชัน

รู้ไว้ใช่ว่า

ใช้ปริมาณเท่าที่ปรุงอาหารปกติถ้ากำลังตั้งครรภ์ การกินปริมาณมากๆ เป็นยาอาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ ไม่ควรกินมากถ้ากินยาละลายลิ่มเลือดหรือยาต้านอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ อยู่

ลิงก์ผู้สนับสนุน