กาแฟ ดื่มแล้วความจำดี ลดการเกิดนิ่ว ต้านอนุมูลอิสระ

เราดื่มกาแฟแก้ง่วงกันมาหลายพันปีแล้ว และมีการถกเถียงกันถึง ประโยชน์ของกาแฟที่มีต่อสุขภาพมานานพอๆ กัน ปัจจุบันงานวิจัย พบว่า กาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิดที่อาจป้องกันมะเร็งและเบาหวานได้จริง ๆ

กาแฟ

กาแฟ…ในประวัติศาสตร์

มีเรื่องเล่าว่า คนเลี้ยงแพะในเขตคาฟฟา (Kaffa) ของเอธิโอเปีย ค้นพบกาแฟโดยบังเอิญเมื่อสังเกตเห็นแพะเคี้ยวลูกไม้พืชชนิดหนึ่งแล้วมีอาการคึกคักผิดปกติ เรื่องจะจริงเท็จแค่ไหนไม่รู้แต่เรารู้ดีว่า กาแฟกระตุ้นให้เกิดการถกเถียงโต้แย้งกันหลายครั้งในประวัติศาสตร์ กาแฟเริ่มไต้รับความนิยมในตะวันออกกลางช่วงศตวรรษที่ 16 แต่เนื่องจากมีฤทธิ์กระตุ้น เหล่านักบวชหัวเก่าจึงต่อต้านการดื่มกาแฟ ต่อมากาแฟก็แพร่หลายไปถึงอังกฤษ ราวปี 1675 ร้านกาแฟก็ผุดขึ้นทั่วประเทศ ไม่นานความนิยมก็ขยายไปทั่วยุโรปและอเมริกาเหนือ

ลิงก์ผู้สนับสนุน

กาแฟ…มีอะไรอยู่บ้าง

ในกาแฟถ้วยที่คุณจิบอยู่นั้นมีอะไรบ้างขึ้นอยู่กับชนิดของกาแฟ ทำเลเพาะปลูกและวิธีการคั่วและชง แต่คาเฟอีนซึ่งเป็นอัลคาลอยด์ มีอยู่ในกาแฟทุกชนิด (ยกเว้นชนิดปราศจากคาเฟอีน) และทำให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่า กาแฟยังมีกรดคลอโรจีนิก (chlorogenic acid) ซึ่งช่วยบำรุงตับ

เมล็ดกาแฟ

กาแฟ…ใช้รักษา ?

เกาต์, ควบคุมนํ้าตาลในเลือด, ช่วยเพิ่มความจำ, ช่วยให้รู้สึกตื่นตัว, ท้องผูก, ป้องกันนิ่วในถุงนํ้าดี, เพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระ, เมาค้าง, ลดความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง, หอบหืด

นักวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร

นักวิจัยบอกว่า กาแฟดำ 1 ถ้วยมีคุณค่ามากกว่าแค่ทำให้หายง่วงช่วงประชุมหรือช่วงติดแหง็กอยู่บนรถ กาแฟมีสารประกอบมากคุณค่า เช่น สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต่อสู้โรคโดยทำลายอนุมูลอิสระในร่างกายเรา และช่วยลดการอักเสบ

นักวิทยาศาสตร์ซึ่งศึกษาแนวโน้มด้านสุขภาพในกลุ่มประชากรจำนวนมากระบุว่า การดื่มกาแฟช่วยป้องกันโรคได้หลายชนิด เช่น เมื่อนักวิจัยของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟกับการเกิดโรคหลอดเลือดสมองในผู้หญิง โดยเลือกศึกษาผู้หญิง 83,000 คนในโครงการ Nurses’ Health Study พบว่าการกินกาแฟนานหลายปีไม่เพิ่มความเสี่ยงต่อโรคนี้ แต่อาจลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดสมองลงเล็กน้อยด้วยซํ้า

นอกจากนี้แม้คาเฟอีนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 แต่งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าการกินกาแฟกลับช่วยป้องกันโรคเบาหวานชนิดนี้ที่มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นทุกที ผลการวิเคราะห์งานวิจัยที่ศึกษาคนกว่า 193,000 คน ซึ่งพิมพ์ในวารสารสมาคมแพทย์อเมริกันระบุว่านักดื่มกาแฟตัวยง (คนที่ดื่ม มากกว่า 7 ถ้วยต่อวัน) ดูเหมือนจะลดความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ลงถึงร้อยละ 35 มีงานศึกษาเพียงไม่กี่ชิ้นที่พบว่าคนที่ดื่มกาแฟปราศจากคาเฟอีนลดความเสี่ยงได้มากกว่า

งานวิจัยหนึ่งศึกษาผู้ชาย 47,000 คน พบว่าการดื่มกาแฟหลายถ้วยต่อวันจะช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคพาร์คินลันลงถึงร้อยละ 58 โรคนี้ทำให้ระบบประสาทผิดปกติอย่างรุนแรง ยังมีข่าวดีอีกข่าวสำหรับผู้ชาย นักวิจัยจากโรงเรียนการแพทย์ฮาร์วาร์ดพบว่า ในกรณีมะเร็งต่อมลูกหมากชนิดร้ายแรง ผู้ชายที่ดื่มกาแฟมากที่สุดมีความเสี่ยงน้อยกว่าร้อยละ 60 เมื่อเทียบกับคนที่ไม่ดื่มกาแฟ แม้นักวิจัยไม่แน่ใจในเหตุผล แต่สงสัยว่าน่าจะเป็นผลของสารต้านอนุมูลอิสระและแร่ธาตุหลายชนิดในกาแฟ งานวิจัยนี้น่าเสนอในการประชุมเรื่องมะเร็งเมื่อเดือนธันวาคม 2009

ตัวอย่างสุดท้ายเป็นงานวิจัยแปลกๆ ในปี 2009 ที่ฮ่องกง ซึ่งรายงานว่ากาแฟส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือและการช่วยเหลือกันในสังคม ซึ่งเหมือนจะเป็นข้ออ้างที่ดีให้เราพักจากงานในยามบ่ายแล้วมาจิบกาแฟกับเพื่อนๆ

กาแฟ ดื่มแล้วความจำดี

ดื่มแล้วความจำดี

บางครั้งการมีปัญหาในการเรียนรู้ก็เป็นอาการอย่างหนึ่งของโรคความจำเสื่อม แต่เราต้องยอมรับความจริง หลายคนที่มีสุขภาพดีเมื่อเข้าสู่วัยกลางคนกลับขี้หลงขี้ลืม อาการนี้กาแฟอาจช่วยได้ ในงานวิจัยของฝรั่งเศสพบว่าหญิงวัย 80 ปีขึ้นไปที่ดื่มกาแฟไม่ตํ่ากว่า 3 ถ้วยต่อวัน จะมีความจำเสื่อมถอยน้อยกว่าร้อยละ 70 เมื่อเทียบ กับคนที่ดื่มกาแฟไม่เกิน 1 ถ้วยต่อวัน

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาเบื้องต้นพบว่ากาแฟอาจป้องกันการเกิดอัลไซเมอร์ ในปี 2007 บทวิเคราะห์จากงานวิจัย 4 ชิ้นพบว่าผู้ที่ดื่มกาแฟลดความเสี่ยงต่อโรคความจำเสื่อม 4 ชนิดที่พบบ่อยได้ราวร้อยละ 30 งานวิจัยนี้ได้รับการสนับสนุนในปี 2009 เมื่อมีรายงาน 2 ชิ้นได้ดีพิมพ์ในวารสารโรคอัลไซเมอร์ นักวิจัยที่ศูนย์โรคอัลไซเมอร์มลรัฐฟลอริดา ทดลองให้คาเฟอีนกับหนูแก่ที่ถูกทำให้เป็นโรคอัลไซเมอร์ พบว่าคาเฟอีนลดระดับที่ผิดปกติของโปรตีนที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ลงได้อย่างชัดเจน นักวิจัยกล่าวว่าผลจากงานวิจัยนี้แสดงว่าคาเฟอีนไม่เพียงช่วยป้องกัน แต่ยังอาจรักษา โรคนี้ได้ด้วย พวกเขาหวังว่าจะได้ทดลองแบบเดียวกันนี้กับคนบ้าง

ลดการเกิดก้อนนิ่ว

ถ้าคุณมีแนวโน้มว่าเป็นนิ่วในถุงน้ำดี ผลการวิจัยชิ้นหนึ่งในปี 1999 ระบุว่าการดื่มกาแฟจะช่วยป้องกันได้ โดยพบว่า ผู้ชายที่ดื่มกาแฟวันละ 2-3 ถ้วย ลดความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วในถุงน้ำดีได้ร้อยละ 40 นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่าคาเฟอีนยับยั้งการโตของก้อนนิ่วในกระเพาะปัสสาวะและถุงน้ำดี ในปี 2002 นักวิจัยจากฮาร์วาร์ด รายงานว่าผู้หญิงก็น่าจะได้ผลเช่นเดียวกัน โดยคนที่ดื่มกาแฟวันละ 3-4 ถ้วย จะลดความเสี่ยงต่อนิ่วในถุงน้ำดีได้ราวร้อยละ 22-28

กาแฟสู้มะเร็งได้ไหม ?

แม้งานวิจัยเบื้องต้นในทศวรรษ 1970 และ 1980 จะเชื่องโยงกาแฟและคาเฟอีนกับมะเร็งที่เต้านมและมะเร็งตับอ่อน แต่งานศึกษาส่วนใหญ่ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างเครื่องดื่มนี้กับการเกิดมะเร็ง อันที่จริงงานวิจัยใหม่ๆ พบว่ากาแฟอาจช่วยป้องกันมะเร็งบางชนิดด้วยชํ้า

การศึกษาผลงานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่าคนที่ดื่มกาแฟ (ทั้งมี และไม่มีคาเฟอีน) หรือชาเป็นประจำ จะลดความเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้ราวร้อยละ 24 งานวิจัยกว่า 241,000 หัวข้อ ระบุว่าคนที่จิบกาแฟเพียงวันละ 2 ถ้วยจะลดความเสี่ยงต่อมะเร็งตับได้ราวร้อยละ 43 นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ที่ศึกษาเรื่องกาแฟในปัจจุบันไม่สงสัยว่ากาแฟจะก่อมะเร็งแล้ว แต่หันมาสนใจว่าเครื่องดื่มยอดนิยมชนิดนี้ดีต่อสุขภาพอย่างไรมากกว่า

เมล็ดกาแฟ

เคล็ดลับนักซื้อ

หากอยากได้กลิ่นรสและฤทธิ์บำบัดเต็มที่ ควรซื้อกาแฟเต็มเมล็ดมาบดเองก่อนชง กาแฟสูญเสียความสดใหม่เร็ว จึงควรซื้อมาแค่พอใช้ 1 -2 สัปดาห์ เก็บไว้ในที่แห้งมืด อุณหภูมิห้อง แม้จะเก็บเข้าช่องแช่แข็งทั้งบรรจุภัณฑ์มิดชิดไต้ แต่เมื่อเปิดใช้แล้ว ให้เก็บใส่ตู้ครัว การแช่แข็งซ้ำไม่ดีต่อเมล็ดกาแฟ

รู้ไว้ใช่ว่า

แม้ว่าการดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มผสมคาเฟอีนจะทำ ให้ความดันเลือดสูงขึ้น แต่มีผลเพียงเล็กน้อยและหายไปอย่างรวดเร็ว งานวิจัยสำคัญหลายชิ้นไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างการดื่มกาแฟกับความดันโลหิต สูงแบบเรื้อรัง การศึกษากับผู้หญิง 155,000 คน พบว่าไม่มีความเชื่อมโยงระหว่างการดื่มกาแฟกับความเสี่ยงต่อความดันโลหิตสูง

ลิงก์ผู้สนับสนุน