เมื่อ “กลิ่นกาย” ทำลายความเชื่อมั่น จะรับมือกับมันอย่างไร

หนุ่มสาวจำนวนหนึ่งมีความกังวลใจเรื่องกลิ่นตัวค่ะ คุณผู้อ่านล่ะคะ เคยประสบปัญหาเช่นนี้บ้างหรือเปล่า เหตุที่ผู้คนมักกังวลกับกลิ่นตัว ก็เพราะทำให้ขาดความมั่นใจในตัวเอง กลัวเพศตรงข้ามรังเกียจ

คำถามเกี่ยวกับการขาดความมั่นใจในตัวเอง และคำถามเกี่ยวกับการขจัดกลิ่นตัว จึงมักเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ก่อนอื่นต้องเข้าใจเสียก่อนว่า…

เหงื่อออกมาก กลิ่นตัวแรง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

กลิ่นตัวเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?

การมีกลิ่นตัวจะเริ่มขึ้นในระยะเข้าสู่วัยรุ่น ช่วงนั้นต่อมไขมันจะขับความมันออกมาตามรูขุมขนเพิ่มขึ้น ต่อมเหงื่อก็เหมือนกันจะขับเหงื่อออกมามากโดยเฉพาะเวลาวิ่งเล่น เดินเร็ว หรืออยู่ในอากาศร้อน

และเจ้ารูเปิดของต่อมเหงื่อกับรูขุมขนนี้ มักจะอยู่ไม่ไกลกันมากนัก ดังนั้น เมื่อทั้งความมันและเหงื่อไหลซึมออกมาจากรูเปิดบนผิวระยะเวลาหนึ่ง และมีสภาพแวดล้อมที่อับชื้นนานพอเหมาะ

บรรดาเชื้อจุลินทรีย์ต่างๆ ที่อาศัยอยู่บนผิวพรรณของคนเรา ตามธรรมชาติก็จะพากันไชโยโห่ฮิ้ว ที่มีอาหารอันโอชะจากต่อมไขมันและต่อมเหงื่อออกมาให้ย่อย จึงพากันเจริญเติบโตแพร่พันธุ์ออกมาจำนวนมาก พร้อมทั้งส่งกลิ่นเหม็นอับออกมาเป็นกลิ่นตัวแรงๆ ทำให้คนผู้เป็นเจ้าของเรือนกายเกิดความกังวลใจและหมดความเชื่อมั่นใจตัวเอง นี่เป็นสาเหตุแรกของกลิ่นตัว

มีกลิ่นตัวแรง

เชื่อไหมคะว่า ตั้งแต่ศีรษะจรดฝ่าเท้าล้วนเป็นจุดปล่อยกลิ่นได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะเมื่อสาเหตุสำคัญของกลิ่นตัวมาจาก ‘ต่อมเหงื่อ’ ซึ่งในร่างกายเรามีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันคือ…

‘ต่อมเหงื่อน้ำใส’ เป็นเหงื่อน้ำใสๆ ที่ผุดตามผิวหนัง ฝ่ามือฝ่าเท้า แผ่นหลัง ต่อมเหงื่อชนิดนี้ไม่มีกลิ่นหรอกค่ะ

แต่ตัวการของกลิ่นเหม็นๆ น่ะ มันอยู่ที่ ‘ต่อมเหงื่อน้ำข้น’ ที่มีเฉพาะจุด เช่น ศีรษะ รักแร้ หัวนม อวัยวะเพศ รูหูส่วนนอก หนังตา ฯลฯ ถึงแม้จะเป็นแค่จุดเล็กๆ แต่ประสิทธิภาพเรื่องการปล่อยกลิ่นนั้น…สุดยอด!

หนังศีรษะ (เส้นผม) เป็นส่วนที่ต่อมไขมันใต้ผิวหนังเจริญได้ดี พวกแบคทีเรียต่างๆ มักจะเกาะอยู่บนไขมันที่ผิวหนังขับหลั่งออกมากจนเกิดเป็นกลิ่นผมหรือกลิ่นขี้หัว นอกจากนี้ ผมยังมีคุณสมบติในการเก็บและกระจายกลิ่นอีกด้วย

เมื่อ กลิ่นกาย ทำลายความเชื่อมั่น

อีกจุดมรณะของกลิ่นกายคือ รักแร้ กลิ่นรักแร้นี้จะมาพร้อมกับขนที่งอกออกมาเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น และจะกลิ่นแรงมากขึ้นเมื่อเป็นวัยรุ่น ซึ่งเป็นผลมาจากฮอร์โมนบางอย่างคอยกระตุ้นต่อมขับหลั่งและต่อมไขมันใต้ผิวหนัง ที่แม้จะทำความสะอาดด้วยการอาบน้ำ ทาแป้ง หรือใช้โรลออนดับกลิ่นแล้ว ก็ปกปิดกลิ่นได้เพียงชั่วระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น กลิ่นจะยังไม่หายไปอย่างถาวร นอกจากนี้ ในเด็กผู้หญิงกลิ่นรักแร้ก็จะเปลี่ยนไปตามช่วงการมีรอบเดือนด้วย

สาเหตุอันดับต่อมาของการมีกลิ่นตัวฉุนๆ ก็คือ อาหารที่รับประทานเข้าไป บรรดาเครื่องเทศทั้งหลาย กระเทียม ทุเรียน หรือวิตามินบีรวม ซึ่งเป็นอาหารที่มีกลิ่นแรง กลิ่นของมันจะระเหยออกมาทางลมหายใจ แถมถูกขับถ่ายออกมาทางต่อมเหงื่อ ต่อมไขมัน ต่อมกลิ่น อย่างพร้อมเพรียงกัน คิดดูเถอะค่ะว่า…เนื้อตัวคุณจะหอมหวนชวนเหียนได้สักแค่ไหน อิอิ

สาเหตุของกลิ่นตัวอันดับสาม น่าจะเป็นเสื้อผ้า รองเท้า ที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดเพียงพอ หรือเสื้อผ้าที่มีขนาดใหญ่มาก เช่น จีวรพระ โจงกระเบน ผ้านุ่ง เหล่านี้ทำความสะอาดยากมักอับชื้นและเกิดกลิ่นขณะคลี่ผ้าออก

รองเท้าหุ้มส้น รองเท้าผ้าใบ ก็เป็นบ่อเกิดของกลิ่นเหม็นอับได้เป็นอย่างดี จึงควรหมั่นทำความสะอาด

ถ้าเสื้อผ้าผืนใหญ่ต้องซักให้สะอาดทั่วถึง ผึ่งแดด หรือตากแดดในที่ลมโกรกให้แห้งสนิท รองเท้าหุ้มส้นหรือรองเท้าผ้าใบควรผึ่งแดดผึ่งลม หรือซักอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง

สิ่งแวดล้อมและบรรยากาศรอบกาย เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีกลิ่นต่างๆ ติดตัวมา

ที่เห็นขัดเจนคือ ถ้าเราเข้าไปในผับหรือห้องอาหารที่มีการสูบบุหรี่ และมีควันบุหรี่มากๆ ตัวเราผมเราก็จะมีกลิ่นบุหรี่ติดมาด้วย และจะติดอยู่อย่างนั้นนานหลายชั่วโมง

วิธีแก้ปัญหา กลิ่นตัวแรง

ขั้นตอนการขจัดกลิ่นตัวที่เหมาะสมกับตนเอง

1. ทำความสะอาดร่างกายให้ดีๆ เริ่มด้วยการอาบน้ำ ฟอกสบู่ทุกครั้งที่มีเหงื่อออกมาก และหมั่นสระผม

รักแร้ซึ่งเป็นจุดอับควรถูด้วยสารส้ม ดีกว่าทาโรลออนซึ่งบางคนแพ้ และเป็นผลทำให้รักแร้ดำ แถมแพทย์บางกลุ่มยังระบุว่าเป็นปัจจัยพื้นฐานของการเกิดมะเร็งเต้านมในเพศหญิงด้วย

ผู้ที่มีเหงื่อออกมากอาจใช้ยาทาระงับการไหลของเหงื่อ โดยยาชนิดนี้จะปิดรูเปิดของต่อมเหงื่อ ถ้ากลิ่นยังไม่หายก็ควรปรึกษาแพทย์ เพราะปัจจุบันมียาฉีดบริเวณรักแร้เพื่อลดการผลิตเหงื่อ แต่ก็ต้องเจ็บตัวเป็นการแลกเปลี่ยน และต้องฉีดซ้ำทุก 3-6 เดือน

2. งดอาหารที่มีกลิ่นแรง เช่น เครื่องเทศชนิดต่างๆ กระเทียม กะปี ทุเรียน ปลาเค็ม สะตอ ฯลฯ

3. ทำความสะอาดผม ร่างกาย และเปลี่ยนเสื้อผ้า ภายหลังอบกลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นทำครัว

4. ต้องทำความสะอาดเสื้อผ้า รองเท้าเสมอ ซักด้วยผงซักฟอก ตากแดด หรืออบแห้ง รีดด้วยเตารีดร้อนๆ เป็นครั้งคราว

5. ใส่น้ำหอมตามสมควร

6. อยู่ในสถานที่อากาศไม่ร้อนอบอ้าว อากาศถ่ายเทดี ห้องแอร์ยิ่งดีมาก เพราะจะไม่มีเหงื่อออก ไม่มีไขมันออกมาจากต่อมไขมัน ก็จะไม่มีการก่อกลิ่นตัวให้เป็นที่รำคาญของคนรอบข้าง

วิธีนี้อาจยากสักหน่อย เพราะบางทีเราเลือกสถานที่ที่จะต้องอยู่ไม่ได้ แม่นบ่คะ อิอิ

ลิงก์ผู้สนับสนุน