กระเทียม ยาชั้นหนึ่งจากครัว ปกป้องหัวใจ ต้านมะเร็ง

กระเทียม (Allium sativum) เป็นอาหารที่มีการพูดถึงประโยชน์ด้านสุขภาพมากกว่าอาหารชนิดอื่น โดยมีเหตุผลสนับสนุนหลายข้อ ในจำนวนนั้นได้แก่คุณสมบัติฆ่าเชื้อโรค รักษาโรคทางเดินหายใจ ส่งเสริมสุขภาพหัวใจ และป้องกันมะเร็งบางชนิด

กระเทียม

ประวัติศาสตร์…กระเทียม

จริงหรือที่ว่ากระเทียมคือเคล็ดลับเบื้องหลังการสร้างพีระมิด? อาจเป็นไปได้ ชาวอียิปต์แบ่งกระเทียมให้คนงานสร้างพีระมิดกินเพื่อเพิ่มกำลัง (และป้องกันโรคบิด) ในอีกฝั่งของทะเลแดง มีการค้นพบตำรับยากระเทียมจารึกเป็นอักษรรูปลิ่มบนแผ่นดินเหนียวของชาวสุเมเรียนเมื่อ 3,000 ปีก่อนคริสตกาล ขณะที่หมอจีนและอินเดียได้เขียนถึงการใช้กระเทียมลดความหนืดของเลือดไว้เมื่อ 1,500 ปีก่อนคริสตกาล มีบันทึกว่าฮิปโปเครตีสใช้กระเทียมรักษามะเร็งปากมดลูก ราวต้นทศวรรษ 1700 ชาวฝรั่งเศสที่รับจ้างขุดหลุมฝังศพจะดื่มน้ำกระเทียมบดผสมไวน์เพื่อป้องกันกาฬโรค

ลิงก์ผู้สนับสนุน

ผู้ค้นพบสรรพคุณของกระเทียมคนแรกจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหลุยส์ ปาสเตอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่ชาวฝรั่งเศส เขาพบว่ากระเทียมต้านแบคทีเรียและเชื่อราได้เมื่อกลางทศวรรษ 1800 ต่อมาอัลเบิร์ต ชไวต์เซอร์ก็ใช้กระเทียมรักษากาฬโรคในโรงพยาบาลของเขาที่แอฟริกา

กระเทียใยังมีบทบาทในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 โดยทหารจะได้กินกระเทียมเพื่อป้องกันแผลเน่า

ต้นอ่อนกระเทียม

กระเทียม…รักษา ?

กลาก, ความดันโลหิตสูง, คอเลสเตอรอลสูง, เชื้อราที่เท้า, ไซนัสอักเสบ, ติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ, ติดเชื้อในทางเดินหายใจ, ติดเชื้อยีสต์, ปวดหู, ป้องกันมะเร็ง, แผลในกระเพาะอาหาร, โรคในระบบทางเดินอาหาร, เสริมภูมิคุ้มกัน, หวัดและไข้หวัดใหญ่, หูชั้นนอกอักเสบ, หูด

กระเทียม…มีอะไรอยู่บ้าง

หัวกระเทียมเป็นเหมือนโรงงานเคมี เต็มไปด้วยสารที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก เนื่องจากฤทธิ์ไม่คงที่ ประโยชน์ต่อสุขภาพจึงขึ้นอยู่กับความสดของกระเทียมและการบดอัด สับ เคี้ยว หรือต้ม สารที่ว่าได้แก่สารประกอบกำมะถัน เช่น ไทโอซัลฟิเนต (thiosulfinate) ซึ่งทำให้เกิดกลิ่นกระเทียมและมีฤทธิ์ด้านอื่นๆ เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งพบว่าสารเอสอัลลิลซิสเตอีน (S-allylcysteine) ช่วยปกป้องหัวใจ

ส่วนประกอบสำคัญอีกอย่างคือ (alliin) เมื่อกระเทียมถูกบีบอัด ทุบ หรือเคี้ยว อัลลิอินจะเปลี่ยนเป็น (allicin) ซึ่งไม่ทนต่อความร้อนและกรดในกระเพาะอาหาร แต่ถ้าเคี้ยวกระเทียมสด อัลลิซิน (และฤทธิ์ทางยา) จะซึมผ่านปากเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็ว

กระเทียมมีฤทธิ์ต้านแบคทีเรีย จุลชีพ และเชื้อรา เมื่อรวมกับประโยชน์อื่นๆ ทำให้กระเทียมเป็นยาประจำบ้านที่สำคัญในการรักษาอาการบาดเจ็บ เชื้อราที่เท้า และขับพยาธิ

กระเทียม

นักวิทยาศาสตร์ว่าอย่างไร

งานศึกษากระเทียมที่ตีพิมพ์เมื่อปี 2008 และ 2009 ยืนยันว่ากระเทียมลดคลอเลสเตอรอลและความดันเลือด ช่วยป้องกันหวัด การกินอาหารที่มีกระเทียมเยอะๆ ช่วยลดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งชนิดอื่นๆ

เมื่อเร็วๆ นี้นักวิจัยมหาวิทยาลัยคอนเนตทิคัต สรุปวิธีดีที่สุดในการใช้กระเทียม โดยพบว่า กระเทียมบดใหม่ช่วยป้องกันภาวะหัวใจพิบัติได้ดีกว่ากระเทียมสุกหรือผ่านกระบวนการผลิต

กระเทียมบด

ปกป้องหัวใจ ต้านมะร็ง

ถ้ากินกระเทียมทุกวันจะลดความเสียงต่อโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 76 เพราะมีสรรพคุณลดระดับคอเลสเตอรอล (บางงานวิจัยระบุว่าลดได้ร้อยละ 5-10) และลดความหนืดของเลือดจึงยับยั้งการเกิดลิ่มเลือดที่เป็นตัวอันตราย นอกจากนี้ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ สารประกอบกำมะถันในกระเทียมยังป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งกระเพาะอาหารและมะเร็งลำใส้ใหญ่ สารประกอบนี้จะขับสารก่อมะเร็งออกไปก่อนที่มันจะทำลายดีเอ็นเอ และยังทำให้เซลล์มะเร็งที่กำลังก่อตัวทำลายตัวเองด้วย

กระเทียม

เคล็ดลับนักซื้อ

ควรเลือกหัวกระเทียมที่ผิวตึงเรียบ กลีบเต็ม ไม่ฟีบ ถ้าเก็บไว้ในที่เย็น อากาศถ่ายเท จะเก็บได้ 2 เดือน อย่าเก็บในตู้เย็น ถ้ามีต้นอ่อนงอกยังใช้หัวนั้นได้แต่กลินจะลดลง สับต้นอ่อนรวมไปกับกระเทียมได้เลย

รู้ไว้ใช่ว่า

กินกระเทียมวันละ 5 กลีบ ขึ้นไป จะบรรเทาอาการแสบแน่นอกจากกรดไหลย้อน แก็สในลำใส้ และท้องใส้ปั่นป่วน เนื่องจากกระเทียมลดความหนืดของเลือด ผู้ที่กินแอสไพรินหรือยาต้านการแข็งตัวของเลือดรวมทั้งผู้มีปัญหาการแข็งตัว ของเลือด ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้กระเทียมเป็นยา ส่วนการแพ้ไม่พบมากนัก กระเทียมแห้งมีฤทธิ์ไม่เท่ากระเทียมสด ไม่ควรใช้แทนถ้าจะกินเป็นยา

ลิงก์ผู้สนับสนุน