กระชาย คือพลังโสมของไทย

ต้น กระชาย

ชื่ออังกฤษ: Boesenbergia rotunda

ชื่ออื่น: กะแอน (ภาคเหนือ) ว่านพระอาทิตย์ (กรุงเทพมหานคร) ขิงทราย (มหาสารคาม) กะเจียย (เขมร สุรินทร์) จั๊ปู่ ซีพู เป้าะซอเร้าะ เป้าะสี่ ระแอน

ลิงก์ผู้สนับสนุน

กระชาย

ลักษณะของ…กระชาย

ต้น กระชายเป็นไม้ล้มลุกมีลำต้นใต้ดิน ส่วนที่อยู่เหนือพื้นดินสูงประมาณหัวเข่า ส่วนหัวหรือเรียกว่าเหง้ามีรากติดเป็นกระจุกลักษณะเรียวแหลมกระจายออก แต่ละรากจะมีส่วนตรงกลางใหญ่กว่าส่วนหัวท้าย บางครั้งรากเป็นทรงกระบอก รากที่แก่แล้วจะมีผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีเหลือง กระชายโตเร็วมีอายุยืนหลายปี มีหลากหลายพันธุ์คือ กระชายเหลือง กระชายดำ และกระชายแดง ส่วนของเหง้าและรากอยู่ใต้ดินได้นานหลายเดือนแม้ว่าส่วนลำต้นจะร่วงโรยไปแล้ว

ใบ ใบเดี่ยวสีเขียวยาวรีเรียงสลับตรงข้ามกัน กาบใบสีแดงหุ้มซ้อนทับกัน

ดอก สีขาวหรือชมพูอ่อนเป็นช่อที่ยอด ดอกที่อยู่ปลายช่อจะบานก่อน ช่อดอกมีใบประดับเรียงทะแยง มองเห็นดอกอยู่ตรงระหว่างกาบใบ แต่ออกดอกไม่บ่อยนัก

กระชาย

ประโยชน์ทางยาของ…กระชาย

เหง้า มีรสเผ็ดร้อนขม แก้โรคปากเปื่อย ปากเป็นแผล ปากแห้ง ขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด แก้ปวดมวนท้อง แก้ลม บำรุงธาตุ แก้ไอ บำรุงกำลัง วิธีใช้คือ

  • นำเหง้าสด 2 เหง้า (5-10 กรัม) บดให้ละเอียด เติมน้ำปูนใส คั้นเอาแต่น้ำกิน เช้า-เย็น
  • นำเหง้าแห้งประมาณครึ่งกำมือ (3-5 กรัม) ต้มเอาน้ำดื่ม เช้า – เย็น
  • ทำเป็นกระชายแห้งบดเป็นผงสำหรับกินเป็นชาร้อนก็ได้

ราก มีรสเผ็ดร้อนขม ใช้รักษาโรคบิด แก้ปวดมวนท้อง ท้องอืดเฟ้อ บำรุงกำลังและสมรรถภาพทางเพศ วิธีใช้คือ

  • ทุบรากสด (5-10 กรัม) พอแหลกแล้วนำไปต้มน้ำดื่มร้อนๆ เช้า-เย็น

สารเคมี: ทั้งส่วนรากและต้น ประกอบด้วยสารอัลไพเนติน ไพโนซีมบิน ไพโนสโตรบิน และน้ำมันหอมระเหย

ความเป็นพิษ: เมื่อใช้สารสกัดจากกระชายในขนาด 10 เท่าของขนาดรักษาการอักเสบ ให้กับหนูถีบจักรพบพิษตํ่ามาก โดยใช้เวลาในการสังเกตอยู่ นาน 7 วัน

ลิงก์ผู้สนับสนุน